king10
Thairath Logo
กีฬา

แบกโลงร้อง! คดีสาว 17 ฆ่าแม่ฝังดิน เอกสารสุดมั่ว ยังเชื่อเด็กถูกบงการ

Share :
line-share-logo

ญาติแบกโลงศพร้อง คดีสาว17ร่วมกับอดีตแฟนหนุ่มฆ่าแม่ ทุบหัวตอนหลับนำศพฝังดินที่ จ.นครสวรรค์ ใบแจ้งตายผิดทั้งชื่อ เพศ เลขบัตร ปชช. อำเภอ จังหวัด เชื่อมีคนบงการฆ่า เด็กไม่ได้ทำเองเพราะอยากเป็นอิสระอย่างที่สารภาพแน่...

จากคดีสุดสะเทือนใจ มีการขุดพบซากศพโครงกระดูกถูกฝังดินไว้บริเวณบ้านหลังหนึ่ง  ต.บางม่วง อ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งภายหลัง มีการระบุว่าเป็นศพของหญิงวัยอายุ 33 ปี เจ้าของบ้าน ที่หายตัวออกจากบ้านไปอย่างลึกลับนานกว่า 1 ปี เจอโครงกระดูกเมื่อ 13 ม.ค.59 ที่ผ่านมา (อ่านข่าว ช็อก สาว 17 สารภาพ! ร่วมแฟนฆ่าแม่ฝังดิน เหตุไม่ให้เที่ยวกลางคืน)

ทั้งนี้ คดีนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางม่วง ได้ดำเนินการสอบสวน จนความจริงปรากฏว่า ซากศพโครงกระดูกที่พบ เป็นศพที่ถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ โดยมีบุตรสาวคนโตของ ผู้ตาย อายุ 17 ปี ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับกิ๊กที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อ นายนที ศรีม่วง หรือเบล อายุ 23 ปี เอาก้อนอิฐไปทุบหัวฆ่าแม่บังเกิดเกล้าขณะนอนหลับ เพียงเพื่อหวังว่าชีวิตจะได้เป็นอิสระ และได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดมาครอบครอง จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง นำมาซึ่งความสลดหดหู่ ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 เม.ย.59 พี่ชายผู้ตายได้นำโลงศพของน้องสาว มายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรบางม่วง ระบุว่า ใบแจ้งตายที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ออกมาให้ พบว่าชื่อของผู้ตาย พิพม์ผิด รวมไปถึงเพศ และเลขที่บัตรประชาชน ก็ระบุผิด ที่อยู่ถูกต้อง แต่ผิดตรงที่อำเภอ และจังหวัด เป็นอำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก จึงได้มาขอความเป็นธรรมว่า เหตุที่ผิดนั้นมาจากตรงไหน และอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำคดีนี้กลับขึ้นมาสืบสวน สอบสวนใหม่ทั้งหมด

ทางด้าน พ.ต.อ.โสฬส แย้มศิริ ผกก.สภ.บางม่วง กล่าวว่า ใบแจ้งตายจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจนั้นทำผิดมา และได้แจ้งกลับไปให้ออกใบใหม่แล้ว ซึ่งเอกสารตัวจริงยังมาไม่ถึง เพียงแต่นำเอกสารที่ส่งทางแฟกซ์มาให้ดูก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคดีนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาล

ขณะที่นายอดิศักดิ์ พี่ชายคนโตของผู้ตาย และญาติๆ กล่าวว่า  เอกสารที่ได้มานั้นไม่สามารถนำไปทำใบมรณบัตร และนำไปยื่นกับบริษัทประกันชีวิตได้ เนื่องจากมันผิดไปหมดเลย จึงไม่สามารถนำไปทำอะไรได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ให้มารับศพน้องสาวนำกลับไปทำพิธีทางศาสนา ตนและญาติพี่น้องคนอื่นๆ จึงเดินทางไปยังโรงพัก สภ.บางม่วง โดยในตอนแรก พบเพียงแต่โลงศพอยู่ที่ท้ายกระบะรถตำรวจ แต่ไม่มีการนำใบพิสูจน์หรือผลการตรวจมาให้ ตนจึงได้ทวงถาม กลับมีการบ่ายเบี่ยงโยนกันไปมา จนทำให้ตนเกิดโมโห ต้องไล่ถาม ตั้งแต่นายตำรวจระดับสารวัตร ไปจนถึงตำรวจที่ไปรับศพ

"ใบผลพิสูจน์จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ มาเป็นแผ่นกระดาษเอสี่ 2 แผ่น คล้ายเหมือนถ่ายเอกสาร แต่มีตราประจำสถาบันสีแดงประทับติดอยู่ พร้อมกับข้อความระบุ การตรวจผล DNA ของศพโครงกระดูก เป็นศพน้องสาว เสียชีวิตจากการได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ"

นอกจากนี้ พี่ชายของผู้ตาย ยังตั้งข้อสังเกตว่า ตอนที่ตำรวจไปรับศพ ไม่ทราบว่า ได้มีการตรวจสอบรายละเอียด ก่อนจะรับศพกลับมาหรือไม่ ซึ่งใบผลพิสูจน์นี้ ถือว่าเป็นเอกสารสำคัญ ในการทำนิติกรรมทุกอย่างให้กับทายาทของผู้ตาย การที่ใบตรวจผลระบุออกมาผิดๆ แบบนี้ จึงไม่สามารถนำไปใช้อะไรได้ ส่วนเรื่องความคืบหน้าของคดี ตนพูดเลยว่าไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงทำให้ตนและญาติพี่น้องต่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก และในส่วนลึกๆ แล้ว ยังเชื่อว่า ต้องผู้มีบงการอยู่เบื้อง สั่งการให้ทั้งนายเบล และหลานสาวตน ร่วมกันฆ่าผู้ตาย อย่างแน่นอน.

อ่านเพิ่มเติม...