วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยชวด 'วัคซีนไข้เลือดออก' เข็มแรกของโลก ฟิลิปปินส์ปูพรมฉีดให้เด็กล้านโดส

ไทยชวด 'วัคซีนไข้เลือดออก' เข็มแรกของโลก ฟิลิปปินส์ปูพรมฉีดให้เด็กล้านโดส

  • Share:

ไทย ชวด “วัคซีนไข้เลือดออก” เข็มแรก ฟิลิปปินส์ประกาศปูพรมฉีด ให้เด็ก 1 ล้านโดส ชาติแรกในโลก ประเดิมเด็กในเขตชานกรุงมะนิลา ล่าสุด รบ.ฟิลิปปินส์ เป็นชาติแรกมีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป...

เมื่อที่ 4 เม.ย. 59 นางเจนเน็ท พี.โลเรโต การิน รมต.สาธารณสุขของฟิลิปปินส์ เป็นประธานเปิดโครงการให้วัคซีนไข้เลือดออกแก่นักเรียนฟิลิปปินส์ อายุตั้งแต่ 9 ปี หรือชั้นเกรด 4 ขึ้นไป จำนวน 1 ล้านโดส นับเป็นชาติแรกที่มีนโยบายให้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกแก่เด็กและถือเป็นการฉีดวัคซีนไข้เลือดออกเข็มแรกของโลก

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ รายงานจากเมืองมาริกิน่าว่า นางเจ็นเน็ทได้กล่าวระหว่างเปิดโครงการให้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกแก่เด็กนักเรียน ว่ารัฐบาลได้บรรจุแผนการให้วัคซีนไข้เลือดออกแก่เด็กนักเรียนเป็นวาระแห่งชาติโดยทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทยและท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ ในเฟสแรกจะนำร่องฉีดให้กับเด็กนักเรียนใน 3 เขตหลักๆ ของฟิลิปปินส์ คือ เขตที่ 3 เขต 5 A และ เขตเนชั่นแนล แค็ปปิตัล ซึ่งเป็นเขตที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงกว่าเขตอื่นๆ โดยตั้งเป้าฉีดวัคซีนในเฟสแรกของโครงการให้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกแก่เด็กจำนวน 1 ล้านโดส

“วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของฟิลิปปินส์ในด้านสาธารณสุขของประเทศที่ได้เปิดโครงการให้วัคซีนไข้เลือดออกเข็มแรกของโลกและถือเป็นชาติแรกในโลกที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งคร่าชีวิตชาวโลกไม่ต่ำกว่าปีละ 12,500 คนต่อปี และมีคนเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ถึงปีละ 390 ล้านคน” นางเจนเน็ตกล่าว

ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา สถิติการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า มีคนมากกว่า 3,900 ล้านคนทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในเขตที่มีการระบาดของโรคนี้ รมต.สาธารณสุขฟิลิปปินส์ กล่าวด้วยว่า ฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการระบาดของไข้เลือดออกสูงที่สุดในเขตแปซิฟิกตะวันตกตั้งแต่ปี 2013–2015 ตัวเลขล่าสุด ณ วันที่ 20 ก.พ. 2016 มีผู้ป่วยแล้ว 18,790 ราย เพิ่มขึ้น 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนผู้ป่วยอยู่ที่ 16,606 ราย ซึ่งการตัดสินใจทุ่มงบประมาณลงทุนฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกครั้งนี้ เพราะรัฐบาลต้องการจะเปลี่ยนการใช้งบประมาณที่หมดไปกับการรักษามาเป็นเรื่องของการป้องกันและวัคซีนไข้เลือดออกที่ฉีดในครั้งนี้ ได้รับการพิสูจน์จากการวิจัยทดลองมายาวนานและพบว่า สามารถที่จะลดจำนวนการติดเชื้อลงได้ถึง 65.6% ลดอัตราการป่วยและต้องนอนโรงพยาบาลได้ 80.8% และลดอัตราการป่วยรุนแรงได้ถึง 93.2% ทั้งนี้เป้าหมายขององค์การอนามัยโลก ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2020 จะลดอัตราการตายจากโรคไข้เลือดออกให้ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 50% และลดอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลงให้ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 25%

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกจะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ ตั้งเป้าฉีดวัคซีนเข็มแรกให้เด็กนักเรียนตั้งแต่เดือนเม.ย.- มิ.ย. 2559 และอีก 6 เดือนหลังจากฉีดเข็มแรก จะฉีดเข็มที่สองให้กับเด็กคนเดิมที่ได้รับวัคซีนไปก่อนหน้านี้ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.2559 และฉีดเข็มสุดท้ายในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2560 หลังการฉีดวัคซีนร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคไข้เลือดออกไปได้นานกว่า 5 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น สำหรับวัคซีนไข้เลือดออกเข็มแรกของโลกชื่อว่า “เด็งวาเซีย” (Dengvaxia ) ผลิตโดยบริษัทซาโนฟี่ปลาสเตอร์ ของฝรั่งเศส โดยนำเทคโนโลยีจากการวิจัยร่วม 5 ประเทศ คือ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ในอาสาสมัครกว่า 20,000 ราย และการทดลองในอีก 5 ประเทศในละตินอเมริกา ในอาสาสมัครจำนวนเท่าๆ กัน สามารถป้องกันไข้เลือดออกได้ถึง 4 สายพันธุ์

ด้าน รศ.พญ.อุษา ทิสยากร ที่ปรึกษาคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยวัคซีนไข้เลือดออกของประเทศไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับการตัดสินใจของรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกให้กับนักเรียนใน 6,000 โรงเรียน จำนวน 1 ล้านโดส ในเขตที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงกว่าเขตอื่นๆ แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเล็กน้อยที่ประเทศไทยไม่สามารถเป็นชาติแรกในโลกที่จะได้ฉีดวัคซีนเข็มนี้ทั้งๆ ที่เราเป็นหนึ่งในประเทศที่เริ่มวิจัยพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกมาตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัย ศ.นพ.ณัฐ ภมรประวัติ ริ่มเห็นความสำเร็จในปี 2552 โดยไทยเราเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ใช้วิจัยวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ทั้งที่คือ โรงพยาบาลโพธาราม โรงพยาบาลบ้านโป่ง และโรงพยาบาลกำแพงเพชร ประเทศไทยเราถือว่ายังขับเคลื่อนได้ช้า แม้จะเทียบกับในกลุ่มแค่ประเทศอาเซียนด้วยกันอย่าง เช่น เวียดนาม ตอนนี้มีโรงงานผลิตวัคซีนเองแล้ว และวันนี้ฟิลิปปินส์ก็มีนโยบายชัดเจนในการให้วัคซีนป้องกันโรคที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตแก่เด็กของเขาเป็นชาติแรกของโลก

ขณะเดียวกัน นายกิโยม เลอรัว รองประธานฝ่ายวัคซีนไข้เลือดออก บริษัทซาโนฟี ปลาสเตอร์ กล่าวว่า สำหรับการผลิตวัคซีนไข้ป้องกันไข้เลือดออก ซาโนฟี ปลาสเตอร์มีกำลังการผลิตได้มากถึง 100 ล้านโดสต่อปี ขณะนี้มีหลายประเทศที่เตรียมจะสั่งซื้อวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เพื่อฉีดให้กับเด็กและประชาชน เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้สามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ผลดีในกลุ่มเด็กอายุตั้งแต่ 9 ปี ไปจนถึงผู้ใหญ่อายุ 45 ปี โดยประเทศที่เตรียมสั่งซื้อ ได้แก่ เม็กซิโก บราซิล เวเนซุเอล่า เอกกวาดอร์ ส่วนประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจของรัฐบาล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้