วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตรวจสอบ คาด ซากแรดชวาที่สูญพันธ์ุ จมชายทะเลกุยบุรี ประจวบฯ

ตรวจสอบ คาด ซากแรดชวาที่สูญพันธ์ุ จมชายทะเลกุยบุรี ประจวบฯ

  • Share:

(ภาพจาก: พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเพชรบุรี)

จนท.เร่งตรวจสอบซากแรดชวาที่สูญพันธุ์จากไทยไปแล้วกว่า 100 ปี โดยชาวบ้านขุดพบกะโหลกศีรษะขนาดใหญ่จมอยู่ในน้ำ ที่ชายทะเลกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เร่งนำซากไปตรวจสอบ

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 3 เม.ย. 59 นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนะ สุวรรณโกมล ผกก.สภ.กุยบุรี นายวรรณ ชาตรี ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักบริหารและจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิวัดกุยบุรี ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ชายทะเล บ้านเขาขวาง ม.9 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจาก นายอภิรักษ์ รักชม อายุ 37 ปี ชาวบ้านเขาขวางที่ออกร่อนเพรียงในทะเล ว่า พบกะโหลกศีรษะขนาดใหญ่จมอยู่ในน้ำทะเลห่างจากชายฝั่ง ประมาณ 100 เมตร

จากการตรวจสอบพบ เป็นศีรษะสัตว์ขนาดใหญ่และโครงกระดูกไม่ทราบชนิด เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงช่วยกันขุดขึ้นมาจากทรายนำขึ้นฝั่ง ที่ศีรษะมีฟันยาวประมาณ 45 ซม. กว้าง 30 ซม. บริเวณปลายกรามล่างทั้งสองข้าง มีร่องรอยถูกของมีคมตัดออกไป ส่วนโครงกระดูกที่เก็บมาได้มีมากกว่า 100 ชิ้น แต่อยู่ในสภาพเก่า

นายวรรณ ชาตรี ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่กล้าให้ความเห็นว่าเป็นสัตว์ชนิดใด แต่เท่าที่ตรวจสอบ คาดว่าไม่น่าจะเป็นสัตว์ทะเล โดยจะนำศีรษะและโครงกระดูกทั้งหมดที่พบ ส่งให้สัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานก็จะทราบผล

โครงกระดูกขนาดใหญ่ ชาวบ้านพบในทะเล อ.กุยบุรี คาดเป็นซากแรดชวา ซึ่งสูญพันธุ์จากไทยไปแล้ว กว่า 100 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2554 ได้เคยมีการขุดพบโครงกระดูกของแรดชวา ที่สูญพันธุ์จากประเทศไทยไปแล้ว กว่า 100 ปี บริเวณทางเข้าหาดพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ห่างจากจุดที่พบในครั้งนี้ ประมาณ 5 กิโลเมตร โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำเข้าพิพิธภัณฑ์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้

สำหรับแรดชวา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก ในธรรมชาติคาดว่า เหลือประมาณ 50 ตัวเท่านั้น ในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งเชื่อว่าแรดชวาเป็นสัตว์ร่วมสายพันธุ์ไดโนเสาร์ และการที่ได้พบโครงกระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ในครั้งนี้ เบื้องต้น ได้นำโครงกระดูก และศีรษะเปรียบเทียบกับแรดชวาที่พบ มีลักษณะคล้ายคลึงกันถ้าเป็นสัตว์สงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองก็คงต้องส่งให้ทางกรมอุทยานฯ นำไปเก็บรักษา ต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้