วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตำรวจ สน.บางนา จับฝรั่งอเมริกันกับแฟนสาวค้ายาไอซ์

ตำรวจ สน.บางนา จับฝรั่งอเมริกันกับแฟนสาวค้ายาไอซ์

  • Share:

จนท.ตำรวจ สน.บางนา จับกุมตัว นายพาร์ธา เบนลีย์ โรเลส และแฟนสาวชาวไทย ร่วมกันมียาเสพติดในครอบครอง และข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยใบอนุญาตสิ้นสุด พร้อมขยายผลจับสาวไทยอีกราย พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง...

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 3 เม.ย.2559 พ.ต.อ.อุดม ธุระงาน ผกก.สน.บางนา พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปนัดดา รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ปรัชญา บุญยืน สว.สส. พ.ต.ต.อภิโชค ขนบดี สว.สส. ร.ต.อ.พิทักษ์ มีจิตร์ รอง สว.สส.ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา จับกุมตัว นายพาร์ธา เบนลีย์ โรเลส (Mr.Phartha Bentley Roles) อายุ 38 ปี สัญชาติอเมริกัน น.ส.อังสุมา จุตสัตย์ อายุ 28 ปี ชาวบ้าน ม.11 ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และ น.ส.วาสนา เกอร์เบอร์ อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ม.7 ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร แจ้งข้อหานายพาร์ธากับ น.ส.อังสุมา  ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์, MDMA, ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 (GHB) และประเภท 2 (คีตามีน) โดยมิได้รับอนุญาต แจ้งข้อหานายพาร์ธาเพิ่ม เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยใบอนุญาตสิ้นสุด ส่วน น.ส.วาสนา ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทอาเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 6.6 กรัม ยาอี 2 เม็ด ยาเค 4 ขวด ยา GHB 1 ขวด ยา MDMA ชนิดผงสีน้ำตาล 2 กรัม เครื่องชั่งดิจิตอล 2 เครื่อง และอุปกรณ์การเสพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายพาร์ธา กับ น.ส.อังสุมา ได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในย่านซอยแบริ่ง 3 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ส่วน น.ส.วาสนา จับกุมที่อาคารชุดอุดมสุขทาวเวอร์ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย. เวลาประมาณ 09.00 น. ตำรวจ สน.บางนา ได้รับแจ้งจากนายเอ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างทางออนไลน์ (GRAB) ว่าได้รับแจ้งจากศูนย์บริการบริษัท ให้ไปรับ น.ส.อังสุมา ที่อพาร์ตเมนต์ในซอยแบริ่ง 3 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร จึงรีบขี่จักรยานยนต์ไปตามนัดหมาย

เมื่อไปถึงจึงโทรศัพท์บอก น.ส.อังสุมา จากนั้นพบชายชาวต่างชาติให้นำกล่องเครื่องมือช่างลงมาฝากให้ตนส่งของ ระบุที่อยู่ปลายทางย่านหัวหมาก ขณะขับออกมาบริเวณปากซอยแบริ่ง จู่ๆ น.ส.อังสุมา ได้โทรศัพท์เข้ามาบอกว่า "พี่นำกล่องไปวางไว้ข้างถังขยะสีเขียวนะ" ทำให้เจ้าตัวเกิดความสงสัยจึงแกะดูพบว่าเป็นยาเสพติดซุกซ่อนไว้ในซองกระดาษสีน้ำตาล จึงนำมาส่งให้ทางตำรวจ สน.บางนา ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นยาไอซ์หนัก 6 กรัม จากนั้น พ.ต.ต.อภิโชค และ ร.ต.อ.พิทักษ์ ได้นำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางนา และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ไปตรวจสอบยังอาคารที่นายเอรับสินค้ามาทันที

เมื่อไปถึงได้ประสานกับทางอาคารเพื่อเข้าตรวจสอบห้องพักของ น.ส.อังสุมา เลขที่ 408 ชั้น 4 เมื่อไปถึงตำรวจเคาะประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ประมาณ 1 นาที น.ส.อังสุมา ได้เปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจค้นพบว่าเจ้าตัวอยู่กับนายพาร์ธา พบของกลางยาไอซ์ 0.6 กรัม ยา GHB 1 ขวด โดยทั้งคู่ยอมรับว่าเป็นของพวกตนจริง จากนั้นได้ทำการขยายผลสามารถจับกุม น.ส.วาสนา ได้ที่ห้องเช่าเลขที่ 49/141 ชั้น 7 อาคารชุดอุดมสุขทาวเวอร์ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา พบของกลาง ยา  MDMA ชนิดผงสีน้ำตาล 2 กรัม  ยาอี 2 เม็ด ยาเคชนิดน้ำ 4 ขวด เครื่องชั่ง 1 เครื่อง อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ 1 ชุด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดสอบสวนที่ สน.บางนา

จากการสอบสวนนายพาร์ธา ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ตนพักอาศัยในประเทศไทยมาประมาณ 5 ปี แล้วเพิ่งมาอยู่กินกับ น.ส.อังสุมา ได้สักระยะ แล้วชักชวนกันค้ายาเสพติด อดีตตนมีอาชีพฟรีแลนซ์ในกองถ่าย หากกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศต้องการมาถ่ายทำในประเทศไทย ต้องติดต่อมายังตนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ แต่ระยะหลังไม่มีงานให้ทำ ได้หันมาทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก อุปกรณ์เซ็กซ์ทอย แต่รายได้ไม่ดีจึงหันมาค้ายาเสพติด โดยยาเสพติดได้รับมาจาก นาย ช.(นามสมมติ) อายุประมาณ 35-40 ปี จากบ้านพักย่านสาทร ติดต่อกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ มาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว และยาบางส่วนก็รับมาจาก น.ส.วาสนา อีกด้วย ก่อนนำยาที่ได้ไปจำหน่ายต่อให้ลูกค้ารายย่อย ด้วยการติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ครั้งนี้ใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างทางออนไลน์เป็นครั้งแรก เนื่องจากสนใจในบริการ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกจับกุม

ส่วน น.ส.วาสนา รับสารภาพว่า ยาเสพติดรับมาจากนาย "ไมเคิล" อายุประมาณ 35 ปี จากบ้านพักย่านรามอินทรา อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การของผู้ต้องหา ต้องทำการสอบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการอีกครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้