วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหรียญมีสองด้านเสมอ

เหรียญมีสองด้านเสมอ

โดย เพลิงสุริยะ
4 เม.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

คงได้เห็นหน้าค่าตาร่างรัฐธรรมนูญกันไปพอสมควรทั้งจากการเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ และจากบทวิเคราะห์ต่างๆ

สรุปว่าบทบัญญัติต่างๆที่กำหนดไว้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้แล้ว วันนี้ต้องเดินหน้าสู่การจัดทำประชามติ เอาไว้ไปวัดกันวันที่ 7 ส.ค.

ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ คัดหางเสือ จะออกหัวหรือก้อย

ยังมีประเด็นที่ต้องจับตา คือกระบวนการตั้งคำถามพ่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า สปท. และ สนช. จะตั้งคำถามพ่วงประเด็นให้อำนาจ ส.ว.ลากตั้ง มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ตามพิมพ์เขียวที่ คสช.เคยเสนอต่อ กรธ.เอาไว้ก่อนหน้านี้

แต่มาถูก กรธ.ดับฝันตัดประเด็นนี้ทิ้งไป

เพราะมาถึงวันนี้ คสช.คงมั่นใจพอสมควรว่า สามารถกดฝ่ายต้านให้อยู่หมัดได้

การผุดหลักสูตรเปิดคอร์สอบรมแบบเข้มข้นผู้เห็นต่าง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ประสานเสียงกันขึงขังว่าคราวนี้เอาจริง

พูดง่ายๆก็คือ ต้องการกดสถานการณ์ให้อยู่ไปจนถึงช่วงลงประชามติ ลากยาวไปจนถึงช่วงเลือกตั้ง จนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่

ประกอบกับเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่เข้าใจว่าคงบัญญัติเนื้อหาเอาไว้เข้มข้น ไม่ให้ฝ่ายต่อต้านรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกันได้สะดวก

แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ แม้ทางหนึ่ง คสช.จะมั่นใจว่าเอาอยู่แน่กับสถานการณ์ความมั่นคงภายใน

แล้วกับสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แรงกดดันจากภายนอกประเทศล่ะ

รัฐบาลและ คสช. มั่นใจแค่ไหนว่าจะกล่อมนานาชาติ ที่เฝ้าจับตาสถานการณ์ของไทยให้เข้าใจตามที่หวัง

ยิ่งเกิดภาพจับคนเห็นต่าง มาเข้าคอร์สหลักสูตรพิเศษหนักขึ้นเท่าไหร่ แรงกดดันคงไหลมาไม่ขาดสาย

ซึ่งรัฐบาลและ คสช.คงคิดว่าไม่มีอะไรจะเสีย ต้องเอาสถานการณ์ให้อยู่แต่กับภาคเอกชนที่ยังต้องดำเนินธุรกิจ ต่อลมหายใจเศรษฐกิจประเทศ คงต้องแบกต้นทุนกันหืดขึ้นคอ

แค่เปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNOHCHR)ก็ยื่นความเห็นต่อรัฐบาล คสช. และ กรธ.แล้ว 11 ข้อ มุ่งเน้นในเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ

จึงอดนึกถึงคำพูดของ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ที่พูดเอาไว้ไม่ได้ว่า “ปัญหาประเทศคือความมั่นใจของต่างประเทศที่ลดลง ถ้าออกรัฐธรรมนูญใหม่มาแล้วต่างประเทศยังไม่มั่นใจ เศรษฐกิจก็จะไม่ฟื้น ปัญหาต่างๆก็แก้ไม่ได้อยู่ดี”

ทำไมถึงย้อนไปนึกถึงพม่าเมื่อ 10—20 ปีก่อนได้ก็ไม่รู้.

เพลิงสุริยะ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้