ความเหลื่อมล้ำจะไม่รุนแรง ถ้าคนรวยไม่เอาเปรียบสังคม

ข่าว

    ความเหลื่อมล้ำจะไม่รุนแรง ถ้าคนรวยไม่เอาเปรียบสังคม

    ซูม

      4 เม.ย. 2559 05:01 น.

      ผมต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่หันมาเอาจริงเอาจังในการที่จะทำให้กฎหมายเป็นกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง มิใช่ใครร่ำรวย หรือใครมีอิทธิพลก็จะสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้อย่างลอยนวล

      เริ่มจากกรณีที่มีคำสั่งย้ายด่วนนายตำรวจที่รับผิดชอบคดีเสี่ยรถเบนซ์ขับรถด้วยความเร็วสูง พุ่งชนรถของ 2 นิสิตปริญญาโท จนเสียชีวิต

      หลังจากที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่อันล่าช้า เสมือนจะเป็นการช่วยเหลือเสี่ยผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นบุคคลในตระกูลร่ำรวยตระกูลหนึ่ง

      ต่อมาเมื่อกระแสสังคมตั้งข้อสงสัยย้อนหลังกลับไปอีกว่า บุตรหลานคนร่ำรวยที่เคยก่อคดี ทางด้านการจราจรที่รุนแรง จนถึงขั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตได้รับการลงโทษไปแล้วมากน้อยแค่ไหน? และอย่างไรบ้าง?

      ก็พบว่าคดีของบุตรชายเจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อหนึ่ง นอกจากจะไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร แล้วยังมีข้อกล่าวหาบางข้อของคดีนี้หมดอายุความไปแล้วด้วยซ้ำ

      ส่งผลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องออกมาแถลงว่า สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร? และยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินการต่อไป รวมทั้งจะมีการสอบสวนเอาผิดแก่ผู้ที่ทำให้คดีหมดอายุความอีกด้วย

      จริงๆแล้ว ผมไม่ควรจะต้องขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติเลยแม้แต่น้อย เพราะเป็นหน้าที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจทุกคนจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดตามกฎหมาย โดยเคร่งครัด

      แต่ก็ตระหนักดีในความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย ที่ทำให้คนร่ำรวยคนมีอิทธิพล มักมีอิทธิพลเหนือกฎหมายอยู่เสมอๆ และก็ใช้อิทธิพลกันอยู่เนืองๆ ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

      ดังนั้นเมื่อผู้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญยิ่งของขบวนการยุติธรรมออกมายืนยันอย่างแข็งขันว่า จะทำทุกอย่างให้กฎหมายเป็นกฎหมาย และจะรื้อฟื้นคดีในลักษณะนี้ขึ้นมาอีก...ผมจึงต้องขอบคุณท่าน

      ขณะเดียวกันผมก็ใคร่ขอร้องบุตรหลาน หรือทายาทของคนร่ำรวยทั้งหลาย ขอให้เคารพกฎหมายด้วย อย่ากระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดกฎหมายทุกประเภททุกฉบับ โดยคิดว่าจะสามารถใช้อิทธิพลหรือความร่ำรวยจัดการได้ในภายหลังเลย

      เพราะอะไรหรือครับ? ก็เพราะตัวเลขเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนที่ผมหยิบยกมาบอกกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าของเราติดอันดับ 4 หรือ 5 ของโลก เข้าไปแล้ว โดยคนรวยของประเทศไทย 10 เปอร์เซ็นต์ มีส่วนเป็นเจ้าของรายได้ของประเทศถึง 75 เปอร์เซ็นต์

      ตัวเลขนี้แม้จะน่าห่วงใยและต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้ช่องว่างห่างมากขึ้น และอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างใหญ่หลวงของคนในประเทศขึ้นได้

      แต่โดยที่ประเทศไทยของเราก็ได้ดำเนินการพัฒนาในอีกด้านหนึ่งควบคู่กันมาโดยตลอดคือได้มีการดูแลคนยากจนของเราได้ดีพอสมควรในระดับหนึ่ง

      สามารถสร้างสิ่งจำเป็นทางพื้นฐานที่เรียกว่า “จปฐ.” เช่นการมีอาหารพอกิน, สามารถรักษาตัวได้ในยามเจ็บไข้, มีบ้านอยู่อาศัย, มีการเล่าเรียนการศึกษาอย่างทั่วถึง, มีไฟฟ้า มีประปา, มีความสะดวกสบายในระดับหนึ่ง ฯลฯ

      แม้คนไทยส่วนใหญ่จะจนตัวเงินคือรายได้น้อย แต่ก็สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างพออยู่พอกินตามอัตภาพ

      ทำให้สังคมไทยอยู่กันอย่างสงบสุขพอสมควร

      ขณะเดียวกันคนร่ำรวยและบริษัทห้างร้านของผู้ร่ำรวยทั้งหลาย ก็หันมาดำเนินการที่เรียกว่า CSR คือจัดโครงการที่เอื้อประโยชน์ต่อสังคม กันอย่างกว้างขวาง...นับเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยมิให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น

      หากไม่มีใครออกมาซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยการทำให้คนยากจนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ผมก็เชื่อว่าเราก็ยังจะอยู่กันได้ต่อไป และค่อยๆหาทางลดช่องว่างกันต่อไป

      การใช้อิทธิพลอยู่เหนือกฎหมายโดยเฉพาะการทำผิดแล้วไม่โดนลงโทษ ดังที่เป็นข่าวในขณะนี้นั่นแหละครับ ที่จะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เรื่องเหลื่อมล้ำให้ไปสู่ความร้ายแรงขึ้นได้

      ที่ผมขอบคุณตำรวจที่จะเอาจริงนับแต่นี้เป็นต้นไป และขอถือโอกาสขอร้องคนรวยหรือบุตรหลานคนรวยให้หันมาเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดก็ด้วยเหตุด้วยผลประการฉะนี้แหละครับ.

      ซูม

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      “เจ๊บิว” แจงดราม่าบิลค่าอาหารแพง 3 หมื่น ใช้ของดีตามราคา
      07:09

      “เจ๊บิว” แจงดราม่าบิลค่าอาหารแพง 3 หมื่น ใช้ของดีตามราคา

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 03:11 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์