วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดใจ“พี่ใหญ่”ท่ามกลางมรสุมรัฐบาล คสช. : ผมไม่เล่นการเมือง

เปิดใจ“พี่ใหญ่”ท่ามกลางมรสุมรัฐบาล คสช. : ผมไม่เล่นการเมือง

  • Share:

บนถนนสายความมั่นคงยืนอยู่ในลำดับต้นๆ ถูกยกให้เป็นพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญจนถูกฝ่ายต่างๆจับตามอง

วันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำกับดูแลฝ่ายความมั่นคง ถูกเรียกขานนิกเนมว่า “บิ๊กป้อม” กล่าวกับ ทีมข่าวการเมือง ถึงกระแสรอบทิศที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงาน ของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในทิศทางที่เป็นลบ โดยเฉพาะ “บิ๊กป้อม” ที่ตกเป็นเป้าหลักใน คสช.

โดยมีการพูดถึงในหลายประเด็น ทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ด้านความมั่นคง กรอบการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ผลงานด้านต่างๆที่มุ่งมั่นทำให้ประเทศชาติและประชาชน

อาทิ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลพยายามอัดฉีดงบประมาณลงไปถึงมือประชาชน เพื่อให้เงินหมุนเวียนในท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ทหาร ส่วนราชการท้องถิ่นและภาคเอกชน กำลังลงไปช่วยสนับสนุนจัดงานวัดและกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างความสุขและช่วยเหลือประชาชน

การรับมือภัยแล้ง น้ำในเขื่อนมีน้อยกว่าทุกๆปี รัฐบาลตั้งใจและพยายามบริหารจัดการน้ำให้มีเพียงพอทั้งในระบบนิเวศและน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนจนถึงเดือน ก.ค.59 ยืนยันว่าประชาชนไม่มีอดน้ำ

แต่กลับมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจัดโซนนิ่งเล่นสงกรานต์ ยืนยันไม่มี เพราะเราอยากให้ประชาชนมีความสุข

มีบางช่วง บางจังหวะ “บิ๊กป้อม” ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาได้เป็นทุกอย่างยังไม่เคยเหนื่อยเท่านี้เลยในชีวิตการทำงาน ครั้งนี้เหนื่อยมาก อายุก็มากแล้ว ไม่มีวันว่าง เพราะเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนงานต่างๆ เกือบ 70 คณะ ประชุม สั่งงานและติดตามงานทุกวัน

แถมยังออกตัวว่าวันนี้ไม่ได้อยากเปิดใจ แต่เป็นการพูดคุยและขอให้บอกมาเลยว่าทำอะไรไม่ดี จะได้บอกเหตุผลให้ว่าทำไมถึงเราต้องทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นข่าวด้านลบเกี่ยวกับการอ้างชื่อว่าเป็นคนของผมไปตกเบ็ดรับผลประโยชน์ ขอให้ไปว่าคนที่ไปทำในเรื่องที่ไม่ดี ไม่งาม แต่ลูกน้องที่ใกล้ชิดของผมกำชับเสมอว่าต้องไม่มี ถ้ามีก็ไม่เอาไว้

อย่าลืมว่าลูกน้องเรามีเยอะ พวกอยู่ห่างไกลก็บอกว่าเป็นลูกน้อง แล้วจะทำอย่างไร หากทำผิดก็ต้องว่ากันไปเป็นบุคคลตามหลักฐาน ไม่ใช่มาพูดกันลอยๆ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เรามีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน ผมให้อิสระในการทำหน้าที่กับเหล่าทัพ ไม่เคยก้าวก่ายแทรกแซงงาน แต่กลับเป็นการทำงานที่ผมโดนมากที่สุดในชีวิต

ต้องยอมรับว่าลูกน้องผมเยอะ สนิททุกคน บ้านของผมตั้งแต่เป็นผู้หมวด ผู้กอง ลูกน้องก็มารับประทานอาหารที่บ้าน นายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) รมว.มหาดไทย (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ก็มาทุกวันในสมัยที่อยู่กองร้อย เราก็อยู่กันมาอย่างนี้ ไม่เคยไปเที่ยวเตร่ในทางไม่ดีที่ไหน ร่วมทำงานด้วยกันมาทั้งชีวิต

ผมเป็นคนอย่างนี้ พูดตรงไปตรงมา ไม่เคยโกหก ไม่มีนัยะ ถ้าสงสัยผมหรือสงสัยนายกฯ ผมตอบได้หมด เพราะนายกฯไม่เคยมีผลประโยชน์

บางเรื่องนายกฯโดนวิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย นายกฯก็ยัวะ เพราะไม่ใช่เป็นนักการเมือง แต่เข้ามาทำงานการเมืองให้ นายกฯไม่มีอะไร เป็นคนตรงๆ มุ่งมั่น ทุ่มเททำเพื่อส่วนรวมมาตลอด ขอให้พวกเราร่วมกันให้กำลังใจนายกฯ เพราะทุกอย่างอยู่ที่นายกฯเป็นคนคิด ตัดสินใจและทำ ตั้งใจทำให้ประเทศ สถาบันและประชาชน

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า มีกระแสข่าวว่าขัดแย้งกับนายกฯ ซึ่งเดินคนละเส้นทาง อยู่คนละขั้ว พล.อ.ประวิตร บอกว่า ขั้วใคร พูดกันไปเรื่อย เป็นประเภทพวกที่ชอบสร้างข่าว ปล่อยข่าว คิดได้อย่างไรคนพวกนี้

ที่ผ่านมาเคยให้สัมภาษณ์ในแต่ละเรื่องขัดแย้งกันไหมล่ะ เพราะข้อเท็จจริงไม่มีความขัดแย้งกัน ผม-อนุพงษ์-ประยุทธ์ ไม่มีทะเลาะ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก 30-50 ปี ตอนนี้ผมอายุ 71 ปีแล้วจะมาทะเลาะกันอีกเหรอ

แบบนี้เรือแป๊ะก็ไม่มีวันล่มใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร บอกว่า ไม่มีล่มหรอก

ขณะที่ที่มาของ ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง เป็นแนวคิดของผมที่เสนอให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณา เป็นความตั้งใจอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงาน เพื่อดูแลยุทธศาสตร์ชาติที่วางกรอบไว้ 20 ปี และรองรับการเปลี่ยนผ่านในช่วง 5 ปี ที่จะเริ่มต้นการปฏิรูปไม่ให้ประเทศไทยกลับมาเหมือนเดิม

อุตส่าห์เสนออย่างนี้แล้วจะมาปฏิวัติกันอีกหรือ ที่ผ่านมาทะเลาะกันมาเยอะมากแล้ว ประเทศชาติบอบช้ำมากและประชาชนก็เบื่อหน่าย

อยากให้พอกันได้แล้ว หากทำเหมือนเดิมก็มาตีกันเหมือนเดิม ณ เวลานี้ ผมเชื่อว่าแนวทางนี้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าไปได้

แต่ฝ่ายการเมืองเห็นต่างกับ คสช.และ ครม. ที่เปิดช่องให้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทหารสูงสุด) ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าไปเป็น ส.ว.และไม่เห็นด้วยที่จะให้ ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง เพราะเป็นการสืบทอดอำนาจ

พล.อ.ประวิตร บอกว่า ผมอยากให้มีเวทีที่บรรดาผู้นำเหล่าทัพพูดคุยกับรัฐบาลได้ หรือมีอะไรที่รัฐบาลอยากพูดคุยกับผู้นำเหล่าทัพ ก็พูดได้ เพราะอยู่ในสภาเดียวกัน มันจะได้ไม่มีการปฏิวัติ

สูตรนี้ป้องกันการปฏิวัติได้จริงหรือ พล.อ.ประวิตร บอกว่า สามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าผู้นำเหล่าทัพที่เป็น ส.ว.ไม่ทำแล้วใครจะปฏิวัติ

ในที่สุดรัฐบาลก็บริหารประเทศไป วุฒิสภาจะดูงานการปฏิรูปประเทศให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เชื่อว่าการปฏิรูปเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ หากเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ การทำงานก็จะเสริมกันและกัน

จะชี้แจงต่อสังคมอย่างไรว่าวุฒิสภาไม่ใช่เป็นองค์กรสืบทอดอำนาจ แต่ต้องการเข้ามาปฏิรูปประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย พล.อ.ประวิตร บอกว่า ผมให้สัมภาษณ์ย้ำมาตลอดว่า วุฒิสภาจะเข้ามาเพื่อการปฏิรูป ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ไปสั่งการรัฐบาลไม่ได้ อำนาจอยู่ที่ฝ่ายบริหาร แบบนี้จะสืบทอดอำนาจได้อย่างไร

ในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นในรัฐสภา เพราะการไม่เคารพและยอมรับกติกากันตามวิถีประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น การเปิดให้ ส.ว.ที่มาจากผู้นำเหล่าทัพไปคุยกับ ส.ว. หรือ ส.ส.ในรัฐสภา เสมือนกรรมการเข้าไปช่วยเหลือพูดคุยกันในสภาให้รู้เรื่อง ไม่ออกมาใช้เวทีนอกสภา ประเทศไทยถึงจะเดินหน้าต่อไปได้

พอใจในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับทำประชามติและจะโหวตผ่านประชามติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร บอกว่า ส่วนตัวผมประเด็นไหนที่ชอบก็พูดไปแล้ว ประเด็นไหนที่ไม่ชอบผมก็เก็บไว้ในใจ

แต่จะผ่านประชามติหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องใช้ดุลพินิจ ถ้าเห็นว่าน่าจะผ่านก็กากบาทให้ผ่าน ถ้าเห็นว่าไม่น่าจะให้ผ่านก็กากบาทไม่ผ่าน โดยไม่ต้องไปห่วงเรื่องการเลือกตั้ง

เพราะร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติ ถึงอย่างไรก็ต้องเดินตามโรดแม็ป ฉะนั้นการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านก็ผ่าน ไม่ผ่านก็จบ ไปว่ากันใหม่

ทีมข่าวการเมือง ถามว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติและร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ มีผลต่อประเทศไทยต่างกันอย่างไร พล.อ.ประวิตร บอกว่า ไม่แตกต่างกันแล้วจะทำประชามติทำไม

แต่ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติ การเลือกตั้งก็เดินตามโรดแม็ปในปี 2560

เป็นห่วงแค่ไหนที่ฝ่ายการเมืองเตรียมขยับเพื่อต้องการให้เลือกตั้งเร็วขึ้น พล.อ.ประวิตร บอกว่า จะขยับอะไร เพราะการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแน่นอนในปี 2560 ขอความร่วมมือเถอะครับ

ทำไมอยู่ๆ คสช.จะปล่อยมือลงจากหลังเสือเลย พล.อ.ประวิตรบอกว่า ลงเลย เราอยู่ในสายตาประชาชนมาตลอด ไม่กังวลและเชื่อมั่นว่าไม่ได้ทำอะไรผิด จะกลัวอะไร

แต่มีกระแสข่าวว่ากำลังก่อตั้งพรรคทหาร พล.อ.ประวิตร บอกว่า พรรคทหารคือใคร ในเมื่อนายกฯและผม ไม่เล่นการเมือง แล้วใครจะเล่น จะเอาเงินจากไหนมาเล่น เป็นไปไม่ได้ และเชื่อว่าประเทศชาติไม่ขาดผู้นำ

ถ้ามีพรรคการเมืองมาทาบทาม จะตัดสินใจอย่างไร พล.อ.ประวิตร บอกว่า ก็มาจีบกันเป็นประจำแต่ได้บอกไปว่าไม่เล่นการเมือง ตอบไปหลายครั้งแล้ว เลิกๆไม่เอาแล้ว

เพราะตั้งแต่อายุ 21 ปี ต่อสู้มาโดยตลอด ไปอยู่ลาวมา 3 ปีและดูแลชายแดนมาตลอด จนกระทั่งมาเป็น ผบ.ทบ. ผ่านตำแหน่งสำคัญมา รวมถึงตำแหน่ง รมว.กลาโหม

ฉะนั้น จึงไม่อยากเป็นนายกฯ ไม่อยากเป็นอะไรอีกแล้ว.

ทีมการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้