ระบุพระบรมธาตุนครศรีฯอายุกว่า 1 พันปี-เร่งบูรณะปลียอดทองคำ

ข่าว

    ระบุพระบรมธาตุนครศรีฯอายุกว่า 1 พันปี-เร่งบูรณะปลียอดทองคำ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      3 เม.ย. 2559 08:01 น.

      เมื่อเร็วๆนี้ ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผวจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานประชุมคณะกรรมการในการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช) ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก ครั้งที่ 3/2559 นายศิริพัฒกล่าวว่า จากการขุดค้นทางโบราณคดีของกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่14 เพื่อตรวจหาค่าอายุของอิฐด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ของคณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ จำนวน 12 ตัวอย่าง หาค่าอายุได้ 11 ตัวอย่าง โดยเฉพาะตัวอย่างอิฐที่เจดีย์รายหรือเจดีย์บริวารที่ความลึก 1 เมตรเศษ มีอายุประมาณ 1,021 ปี บวกลบ 51 ปี ที่บริเวณฐานพระบรมธาตุมีอายุประมาณ 1,119 ปี หรือราว พ.ศ.1440-1500 ตรงกับพุทธศตวรรษ 15 ดังนั้นเมื่อ 1,000 ปีมาแล้วมีการสร้างศาสนสถานขึ้นบริเวณที่ตั้งองค์พระบรมธาตุฯ จากนั้น 800 ปีต่อมามีการสร้างองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชที่มีรูปลักษณะใกล้เคียงกับองค์พระบรมธาตุที่เห็นในปัจจุบัน

      นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ที่มีนักวิชาการบางคนระบุว่าพระบรมธาตุฯน่าจะมีอายุประมาณ800 ปี และมีการนำอิฐเก่ามาใช้ใหม่นั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจากการขุดค้นไม่พบแผ่นอิฐในบริเวณดังกล่าว

      ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า คณะกรรมการฝ่ายวิชาการจัดทำเอกสารเพื่อนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก จะนำผลการตรวจหาค่าของอิฐที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อหาค่าอายุการก่อสร้างองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ไปบรรจุไว้ในภาคผนวกของเอกสาร Domination Dossier ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารหลักฐานต่างๆที่ได้รวบรวมไว้ก่อนแล้ว และวันที่ 19 เม.ย.นี้ คณะกรรมการวิชาการฯจะร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ ประชุมรับฟังความคิดเห็นการจัดทำแผนอนุรักษ์คุ้มครองวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ณ โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช จากนั้นวันที่ 22-23 มิ.ย. มีการประชุมทางวิชาการภาคภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักวิชาการจากประเทศเพื่อนบ้านและประเทศไทย ได้สรุปการจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ เพื่อส่งให้กรมศิลปากรกลั่นกรองต่อไป

      นายศิริพัฒกล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าการบูรณะพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชนั้นได้รับอนุมัติงบประมาณของกลุ่มจังหวัดฝั่งอ่าวไทยภาคใต้ตอนบนจำนวนกว่า 29 ล้านบาท ทางสำนักศิลปากรที่14กำลังดำเนินการตามขั้นตอนและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ในชั้นต้นต้องรื้อนั่งร้านที่ติดตั้งอยู่เดิมซึ่งใช้สำหรับขึ้นไปสำรวจลงก่อน คาดว่าจะสามารถเริ่มรื้อถอนได้ภายในเดือน เม.ย.นี้ จากนั้นจะติดตั้งนั่งร้านใหม่ซึ่งมีความแข็งแรง และมีพื้นที่มากกว่านั่งร้านเดิม เพื่อใช้สำหรับการปฏิบัติงานของช่างสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร พร้อมกันนั้นจะจัดทำห้องคลังที่วิหารศาลาธรรมศาลาตามรูปแบบเมื่อปี พ.ศ.2537 เมื่อครั้งบูรณะพระบรมธาตุ เพื่อใช้สำหรับเก็บรักษาทองคำที่จะรื้อจากปลียอดลงมา ก่อนทำการบูรณะปลียอด ส่วนทองคำที่จัดซื้อมาใหม่นั้นกรมศิลปากรจัดซื้อมาจากกรมธนารักษ์ สำหรับขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงานทางสำนักศิลปากรที่ 14 จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

      ส่วนปัญหาเรื่องไฟสว่างส่ององค์พระบรมธาตุ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานกับบริษัทฟิลิปส์ จำกัด ที่เป็นผู้รับจ้างติดตั้งแล้ว ซึ่งยังอยู่ระหว่างค้ำประกันสัญญา ทางบริษัทจะเข้าไปปรับปรุงแก้ไขภายในเดือน เม.ย.นี้ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณลานทรายและภายในวิหารคต ทางนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัดหัวหน้าคณะทำงาน กำลังดำเนินการแก้ไข จะมีการเพิ่มรางระบายน้ำระบบเปิด บ่อจุดพักน้ำเพิ่มขึ้นอีก 3 จุด เพื่อให้น้ำระบายได้รวดเร็วขึ้นเมื่อฝนตก นอกจากนี้การปรับปรุงฝาท่อและพื้นถนนบริเวณหน้าวัดพระมหาธาตุฯ ที่ชำรุดนั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ประสานไปยังผู้รับจ้างให้ปรับปรุงแก้ไขแล้วเช่นกัน.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:12 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์