วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บุกบ้าน3อดีตส.ส.พ.ท. ทหารน่านยึด'ขันแดงทักษิณ' หมื่นใบกระทบความมั่นคง

บุกบ้าน3อดีตส.ส.พ.ท. ทหารน่านยึด'ขันแดงทักษิณ' หมื่นใบกระทบความมั่นคง

  • Share:

ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย ดาหน้าค้านคำถามให้อำนาจรัฐสภา โหวตเลือกนายกฯพ่วงประชามติของ สปท. “อภิสิทธิ์” ลั่นคนมาจากการแต่งตั้ง 250 คน ไม่มีสิทธิ์ ลบล้างเจตนารมณ์ประชาชน วอน “บิ๊กตู่” ใจกว้างโชว์แผนสำรองรับเหตุ รธน.แท้ง “นิพิฏฐ์” ชี้คำถามพ่วงย้อนแย้งสร้างปมขัดแย้งไม่สิ้นสุด “วิรัตน์” แรงตอกหน้า “วันชัย” เจ้าของคำถามเอาใจผู้มีอำนาจหวังเชยชมเก้าอี้ ส.ว. “จาตุรนต์” จับไต๋แม่น้ำ 5 สายแบ่งบทกันเล่น สุดท้ายโจ่งแจ้งสะท้อนละโมบอำนาจ ปธ.สนช.เผย 7 เม.ย. คลอดกฎเหล็กคุมประชามติ เตือนโพสต์โหวตโนมีสิทธิโดนคดี “สมเจตน์” เอาแน่ห้ามรณรงค์ชี้นำรับไม่รับ โพลหนุน คสช.เปิดอบรมนักการเมือง “บิ๊กจิ๋ว” ยอมถอยยกเลิกนัดแถลงข่าวการเมือง ขันแดงกระทบความมั่นคงระบาด ทหาร-ตำรวจเมืองน่านวิ่งวุ่นบุกสาขาพรรคเพื่อไทยยึดของกลางเพียบ

ยังเป็นกรณีวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่องเกี่ยวกับขอบเขตข้อห้ามในการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญระหว่างที่ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ล่าสุดเพิ่มขึ้นมาอีกปม เมื่อนักการเมืองสองพรรคใหญ่ออกมาคัดค้านมติสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ (สปท.) ที่เลือกญัตติของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท.ทิ้งทุ่นคำถามพ่วงประชามติระบุเห็นด้วยหรือไม่ใน 5 ปีแรกให้นายกฯมาจากความเห็นชอบของรัฐสภา

“พรเพชร” ติงโพสต์โหวตโนเสี่ยงผิด

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประะธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวพิจารณาเสร็จแล้วจะนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช.เพื่อพิจารณาในวาระ 2-3 วันที่ 7 เม.ย. คาดว่าพิจารณาเสร็จภายในวันดังกล่าวโดยจะให้อำนาจคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนการรณรงค์ให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นคงต้องดูที่เจตนารมณ์ ถ้าเป็นการวิเคราะห์เหตุผลข้อดีข้อเสีย มองว่าสามารถทำได้ แต่การโพสต์ข้อความ “โหวตโน” ในโซเชียลมีเดียต้องดูองค์ประกอบและเจตนาของผู้โพสต์ข้อความประกอบ ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาว่าผิดหรือไม่ รวมทั้งเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ หากเสนอข้อความที่เป็นเท็จก็ถือว่าผิดกฎหมาย

เล่นเองเชียร์ให้ผ่านประชามติ

เมื่อถามว่า มีฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นอีกหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า คสช.และรัฐบาลมีความตั้งใจทำงานเพื่อให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะ ปกติ ไม่ให้เกิดความวุ่นวายทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีย้ำเสมอ ดังนั้นอย่าไปสร้างบรรยากาศเช่นนั้น หากการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นความเห็นสุจริตอยู่ในขอบเขตกฎหมายก็ไม่มีปัญหาใดๆ แต่หากเป็นการขู่บังคับหรือใช้เล่ห์กลหลอกลวงหรือไปให้เงินรางวัล เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะเข้าไปดูแล มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถคุมสถานการณ์ช่วงการทำประชามติได้ซึ่งจะผ่านหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ตนต้องสนับสนุนให้ผ่านเพราะเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญรับได้มีความสอดคล้องกับหลักการที่วางไว้ให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติ

“สมเจตน์” เอาแน่ห้ามชี้นำรับ–ไม่รับ

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะใช้เฉพาะการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.เท่านั้น มีเจตนารมณ์สนับสนุนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มากที่สุด ที่สำคัญไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น สามารถพูดได้ทั้งข้อดีและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ต้องไม่พูดชี้นำให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือจะปลุกระดมให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้ คนที่ไม่เห็นด้วยสามารถแสดงความเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญไม่ดีอย่างไร แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง จะไปบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับว่าไม่ดี เพื่อให้คนเข้าใจผิดไม่ได้เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ร่างรัฐธรรมนูญจะดีหรือแย่ทั้งฉบับ และไม่อยากให้มีการนำประเด็นร่างรัฐธรรมนูญไปปลุกกระแสเป็นประเด็นการเมืองในการทำประชามติ

ระบุนายกฯคนนอกอาจบิดเบือน

พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า การพูดแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญจะต้องระมัดระวัง อาทิ การบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี อาจเข้าข่ายต่อการบิดเบือนเนื้อหา เพราะข้อเท็จจริงในร่างรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่าให้ ส.ส.เป็นคนเลือกนายกฯและไม่ได้กำหนดให้คนนอกมาเป็นนายกฯโดยตรงได้ ดังนั้น การพูดเช่นนี้สุ่มเสี่ยงต่อการบิดเบือนทำให้เกิดความเข้าใจผิด อาจมีผู้ไปแจ้งความ หรือยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งให้ศาลพิจารณาดำเนินการความผิดตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับ แต่หากพบว่ามีการทำเป็นขบวนการตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไปในการบิดเบือนหรือปลุกระดม จะมีโทษหนักขึ้นคือจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีด้วย

“อภิสิทธิ์” จี้ “บิ๊กตู่” เปิดแผนสำรอง

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเลือกญัตติของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. ที่เสนอคำถามเห็นด้วยหรือไม่ใน 5 ปีแรกที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ให้นายกฯมาจากความเห็นชอบของรัฐสภาพ่วงในการทำประชามติว่า พรรคไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เสียหลักการทำให้รัฐบาลทำงานยาก บุคคลที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คน ไม่ควรมีสิทธิมาลบล้างเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือก ส.ส.เข้ามา และอยากทราบทางออกของรัฐบาล และ คสช. หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติว่าทำไมถึงไม่บอกประชาชนเจ้าของประเทศได้รับรู้เพื่อจะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ประเทศ ขอให้เปิดเผยออกมาเพราะการรับหรือไม่รับ นายกฯยังยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อโรดแม็ปอยู่แล้ว ประชาชนเป็นผู้ลงประชามติต้องร่วมกันรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ปัญหาคือประชาชนไม่ได้ทราบทางเลือกที่ชัดเจน ขอให้เปิดใจกว้างให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นแบบสุจริต เมื่อตัดสินใจจะให้มีประชามติแล้วต้องเชื่อมั่นและให้เกียรติประชาชน

ไม่เห็นด้วยไม่ออกแถลงการณ์

เมื่อถามว่า ถ้ากรณีพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญจะชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นห่วงว่ามีคนผูกเรื่องการทำประชามติเป็นเรื่องการเมือง เช่น การไปเรียกร้องให้ คสช.ต้องรับผิดชอบหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แม้ว่าพรรคจะไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นที่เป็นสาระของร่างรัฐธรรมนูญ แต่การตัดสินใจของประชาชนและพรรคจะอยู่บนการประเมินสถานการณ์ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างดีที่สุดกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้พรรคไม่ออกแถลงการณ์เพราะ คสช.ยังไม่ให้มีการประชุมพรรค แต่จะแลกเปลี่ยนพูดคุยแล้วค่อยๆประมวลความเห็นแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกที แต่ไม่ออกแถลงการณ์เหมือนพรรคเพื่อไทย

“นิพิฏฐ์” ค้านคำถามพ่วงขัด รธน.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นคำถามพ่วงที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญไม่มีเนื้อหาระบุถึงเรื่องนี้แล้ว เนื่องจากก่อนหน้าเคยมีการเสนออำนาจหน้าที่ของ ส.ว.สรรหาให้เลือกนายกฯได้ แต่สังคมคัดค้านเพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่ง กรธ.รับฟังปรับแก้มาเป็นร่างสุดท้าย ดังนั้น หากใส่ประเด็นนี้กลับเข้ามาอีกจึงถือว่าขัดต่อหลักการรัฐธรรมนูญ หากนำมาถามพ่วงกับการทำประชามติรัฐธรรมนูญจะย้อนแย้งในตัวเอง

ชี้สร้างปมย้อนแย้งไม่รู้จบ

นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะเกิดปัญหาตามมาอีกคือ หากคนส่วนใหญ่ยอมรับรัฐธรรมนูญที่เห็นว่ากำหนดให้ ส.ว.ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ แต่คำถามพ่วงกลับขอเพิ่มประเด็นนี้เข้าไป คนอีกส่วนก็จะอ้างว่า คำถามนี้ผ่านเหมือนกันก็ต้องมาแก้รัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้งหลังจากผ่านการทำประชามติมาแล้ว มันแปลกๆ หากคนส่วนใหญ่กลุ่มแรกที่โหวตผ่านรัฐธรรมนูญเพราะเห็นชอบให้ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ คัดค้านขึ้นมาจะเป็นปัญหาเพราะเป็นคำถามที่ย้อนแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น คำถามใดที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่านำมาถามพ่วงจะดีกว่า เมื่อถามว่า ที่ สปท.อ้างเหตุผลว่าถ้าให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯจะได้เอาคนดีมาแก้ไขวิกฤติประเทศซึ่งคำถามนี้ครอบคลุมนำไปสู่คำถาม พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิก สปท.เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติที่ตกไป นายนิพิฏฐ์ตอบว่า เข้าตำรา แมวกินหนู เสือก็กินหนู แล้วสรุปเอาว่าแมวกับเสือก็เหมือนกันเพราะกินหนูเหมือนกัน ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ จะยึดตรรกะอย่างนี้ไม่ได้

“วิรัตน์” ตอก “วันชัย” หวังเก้าอี้ ส.ว.

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจเจตนาของผู้เสนอประเด็นนี้เพราะสังคมเคยคัดค้านอำนาจของ ส.ว.แต่งตั้งแล้วว่าไม่ควรมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ และ กรธ.ยอมถอยแล้วกลับมาเสนอทำไม ตนจึงไม่เห็นด้วยอยากถามผู้เสนอหากต้องการสร้างความพอใจให้ผู้มีอำนาจเพื่อจะได้กลับมาเป็น ส.ว.สรรหาอีกครั้งหรืออย่างไร การกระทำลักษณะนี้อาจมีผลทำให้การทำประชามติรัฐธรรมนูญที่หมิ่นเหม่จะไม่ผ่านอยู่แล้วอาจทำให้ตกไปได้ หากจะทำความดีให้เข้าตาผู้ให้ควรดูมุมอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ และในการทำประชามติไม่ควรที่จะมีคำถามเสริมเพิ่มเติมใดๆควรมุ่งประเด็นว่าจะรับหรือไม่รับเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะมีคำถามที่แสวงหาผลประโยชน์เพื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแอบแฝงเข้ามา และอาจถูกบิดเบือนได้ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีส่วนดีอยู่มาก

“วิทยา” ข้องใจไม่ถามพ่วงปฏิรูป

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท.ด้านการเมือง กล่าวว่า การให้ถามว่า ส.ว.สรรหาโหวตนายกฯได้หรือไม่ เป็นการแก้ปัญหาเพียงชั่วคราว ตนไม่เห็นด้วยเพราะจะนำไปสู่การต้องแก้ไขเนื้อหารัฐธรรมนูญ ซึ่ง กรธ.อาจต้องใช้เวลากว่า 2 เดือน ตนว่าถ้าถามจะมีปัญหามากกว่าข้อดี สงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ถามคำถามที่จะช่วยปฏิรูปประเทศ เช่น ถามในทำนองว่าจะต้องการให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดบางจังหวัดหรือไม่

“อ๋อย” จับไต๋ปูทางนายกฯคนนอก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ สปท.มีมติเห็นชอบคำถามพ่วงประชามติให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เท่ากับเปิดเผยว่าจริงๆแล้วแม่น้ำ 5 สายต้องการอะไร ส่วนก่อนนี้มีความเห็นต่างกันอยู่บ้างก็เป็นเพียงการแบ่งบทกันเล่น สุดท้ายเปิดเผยโจ่งแจ้ง หลัง กรธ.ไม่ยอมทำตามเพราะแรงต้านมากเกิน แสดงให้เห็นถึงความละโมบของผู้มีอำนาจที่ว่าเชื่อประชามติผ่านได้ง่าย เลยโกยได้โกยเอาในสิ่งที่ต้องการ แค่ดูจากร่างรัฐธรรมนูญออกแบบระบบเลือกตั้งจะได้คนนอกมาเป็นนายกฯแต่ต้นได้ไม่ยากเพราะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก คะแนนจะไล่เลี่ยกัน พรรคขนาดกลางกลายเป็นคนตัดสิน หากรวมใจกันไม่สนับสนุนฝ่ายใดเลยจะเข้าประเด็นรัฐบาลที่มีนายกฯคนนอก

จวกให้อำนาจองค์กรครอบงำ รบ.

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ที่ออกมาร่างแรกก่อนหน้านี้ว่าแย่แล้ว แต่พอได้รับข้อเสนอแนะจากแม่น้ำ 4 สายเข้ามาอีกยิ่งแย่หนักกว่าเดิม เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติจะมีองค์กรพิเศษต่างๆ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาคอยครอบงำการทำงานของรัฐบาลจนไม่สามารถดำเนินโครงการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะจะถูกทักท้วงด้วยองค์กรเหล่านี้ และการที่ กรธ.จะเดินสายบรรยายข้อดีต่อประชาชนก็ว่าหนักแล้ว ยิ่ง สปท.จะเสนอให้ถามคำถามพ่วงประชามติว่าเห็นด้วยหรือไม่ใน 5 ปีแรกให้นายกฯมาจากความเห็นชอบของรัฐสภายิ่งไปกันใหญ่ เพราะเท่ากับว่าให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งเป็นเหมือนพรรคการเมืองพรรคหนึ่งเลยทีเดียว

“จุติ” หนุนร่าง กรธ.ปราบโกงชะงัด

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเป็นเหมือนนักกีฬา เมื่อ กรธ.เขาเขียนกติกามาหากเราอยากเล่นก็ลงไปเล่นหากไม่รับก็อย่าไปเล่น เขาเขียนมาสำหรับทุกคน ที่ผ่านมาเราอึดอัดกับการโกงแล้วไม่ถูกลงโทษ บางคดีนานกว่า 10 ปี เมื่อกำหนดว่าต้องทำเร็วขึ้นน่าจะดีขึ้น ถ้ารัฐ– ธรรมนูญนี้ออกมาใช้แล้วสามารถยืนยันได้ว่า คุกไม่ได้มีไว้ขังแต่คนจนแต่ไว้ขังคนทุจริตคดโกง น่าจะเป็นที่ยอมรับได้ รัฐธรรมนูญเมื่อร่างออกมาแล้วจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งหรือจะรอรัฐธรรมนูญใหม่อีก

สนช.ชี้ขาดพ่วงคำถามก่อน 7 เม.ย.

ด้านนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน กรรมาธิการการเมือง สนช. กล่าวว่า คงจะนำคำถามของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท.เรื่องการให้ ส.ว.โหวตนายกฯได้ส่งเข้าไปในคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็นประธาน นำไปรวบรวมกับคำถามพ่วงประชามติของ กมธ.ชุดอื่นๆ เพื่อส่งให้ที่ประชุมใหญ่ สนช.ลงมติชี้ขาด ขณะนี้มีผู้เสนอคำถามมาแล้ว 4 คณะ ประกอบด้วย คำถามของกมธ.การเมืองที่เสนอให้ถามว่าจะให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบดีหรือไม่ ส่วนอีก 3 คณะ กมธ.เป็นคำถามที่มีแนวคล้ายคลึงกับคำถามของ สปท.เรื่อง ส.ว.โหวตนายกฯ แต่ตอนนี้กำลังรอคำถามจากคณะ กมธ.อื่นๆ ก่อน ยังไม่ถือเป็นข้อยุติว่า สนช.จะตั้งคำถามหรือไม่ตั้งคำถาม แต่คงต้องมีคำตอบก่อนวันที่ 7 เม.ย.

“ตู่” ซัดอย่ามักง่ายโร่ไปเลือกตั้ง

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบว่า การประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของตนไม่ใช่การแสดงละคร แต่จะทำให้ถึงที่สุดเพราะไม่อาจปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไปสร้างหายนะให้ประเทศ ทั้งนี้การแสดงความเห็นเรื่องการรับและไม่รับร่างรัฐ– ธรรมนูญควรต้องเป็นธรรมเสมอกัน ไม่ใช่ฝ่ายไม่รับต้องมีความผิด หากเป็นเช่นนี้แล้วอย่าไปทำประชามติให้เปลืองเงินประชาชนเลย แม้วันนี้มีหลายพรรค การเมืองหลายพรรคแสดงละครไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในส่วนลึกแล้วกลับมุ่งเตรียมตัวไปสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ดูเหมือนพรรคการเมืองแทบทุกพรรคพร้อมแทะกระดูกที่ถูกโยนมาให้ โดยไม่คำนึงว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ขอให้นักการเมืองมีจิตใจไม่อ่อนแอ ไม่มักง่ายกับการอยากเลือกตั้ง เราต้องการเลือกตั้งแน่นอนแต่ต้องอยู่ภายใต้กติกาประชาธิปไตย

หนุน คสช.จัดอบรมคนเห็นต่าง

วันเดียวกัน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพล) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ” โดยสำรวจประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 1,198คนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 30-31 มี.ค. พบว่า 56.6%ไม่ทราบว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ 43.4% ระบุว่าทราบ และ 75.0% จะศึกษาร่างฯก่อนไปลงประชามติรับหรือไม่รับ ส่วนใหญ่ 58.4%ระบุว่าตั้งใจจะไปลงประชามติ มีเพียง 19.1% ตั้งใจจะไม่ไป เมื่อถามว่า หากวันนี้เป็นวันลงประชามติจะเห็นชอบหรือไม่ พบว่า 34.5% เห็นชอบ ส่วนคำถามที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับแนวคิดการเปิดหลักสูตรอบรมปรับทัศนคติทางการเมือง ธรรมาภิบาล คุณธรรมจริยธรรมแก่นักการเมือง ประชาชนและสื่อมวลชน 77.3% เห็นด้วย 14.6% ไม่เห็นด้วย

คนอ่านข่าวการเมืองไทยรัฐสูงสุด

นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน เผยผลวิจัยซุปเปอร์โพล เรื่องการจัดอันดับพฤติกรรมการใช้แหล่งข่าวการเมืองของประชาชนทั่วประเทศ โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 5,039 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 มี.ค.-1 เม.ย. พบว่า แหล่งข่าวการเมืองที่ประชาชนใช้ติดตามมากที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบ 69.7% ไม่ใช้อินเตอร์เน็ตแต่ใช้แหล่งข่าวแบบดั้งเดิมมากที่สุด ได้แก่ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ มีเพียง 30.3% ใช้อินเตอร์–เน็ต สำหรับ นสพ.แหล่งข่าวการเมืองที่ประชาชนใช้ติดตามมากที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อันดับหนึ่ง 56.2% ได้แก่ นสพ.ไทยรัฐ อันดับสอง 22.4% เดลินิวส์ อันดับสาม 15.2% มติชน ข่าวสด

ติง คสช.อย่าใช้อำนาจปิดหูปิดตา

อีกเรื่องกรณีที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. จะจัดหลักสูตรอบรมนักการเมืองที่เห็นต่างกับรัฐบาลและ คสช. โดยอาจพาไปเข้าอรมในค่ายทหาร จ.ปัตตานี หรือ จ.ยะลา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจะส่งลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ให้อำนาจทหารเข้าปฃ้องกันปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภัยอันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้น เป็นการออกกฎหมายที่ขัดหลักความชอบธรรม ปิดกั้นผู้เห็นต่างไม่ให้แสดงความคิดเห็นขัดหลักประชาธิปไตยที่ใช้อำนาจที่เกิดจากคำสั่งของบุคคลไม่ชอบธรรม การเอาคนไปเข้าค่ายไม่เป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่มีการคุ้มครองผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน จะกลายเป็นการสะสมปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนถูกปิดหูปิดตาทำแบบนี้สังคมยิ่งแตกแยก

สปท.เชื่อ “บิ๊กหมู” พูดเล่นไม่ทำจริง

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท.ด้านการ เมือง กล่าวว่า ที่ พล.อ.ธีรชัยระบุว่า อาจจะพานักการ เมืองที่เห็นต่างไปเข้าค่ายที่ จ.ปัตตานีหรือยะลานั้น ตนฟังจากน้ำเสียงเชื่อว่า การปรับทัศนคติ ผบ.ทบ.อาจทำจริง แต่เรื่องพาลงไปอบรม ภาคใต้ ผบ.ทบ.คงพูดเล่น ไม่ทำจริงหรอก อย่าถามไปจับประเด็นเป็นข่าวกันเลย

“บิ๊กจิ๋ว” ถอยให้ คสช.เลิกแถลงข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งยกเลิกการนัดแถลงข่าวถึงเรื่องสถานการณ์การเมืองกับสื่อมวลชนที่บ้านพักส่วนตัวซอยปิ่นประภาคม จ.นนทบุรี ที่นัดไว้ในวันที่ 4 เม.ย.แล้ว ภายหลังจาก คสช.ขอให้ยกเลิก โดยกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจที่ดูแลพื้นที่ จ.นนทบุรี และ ผวจ.นนทบุรี จับตาอย่างเข้มข้น หากพบว่ายังปล่อยให้มีการแถลงข่าวดังกล่าวจะสั่งย้ายด่วนทันที ทั้งนี้ ถึงกรณีดังกล่าว คสช.ไม่ได้มีหนังสือคำสั่งเป็นทางการห้าม พล.อ.ชวลิตแถลงข่าวแต่อย่างใด

ทหารบุกยึดขันแดงสาขาเพื่อไทย

สายวันเดียวกัน พล.ต.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 38 (ผบ.กกล.รส.มทบ.38) พล.ต.ต.ภาดล ประภานนท์ ผบก.ภ.จ.น่าน สั่งการให้ พ.อ.เศรษฐพล เกตุเต็ม เสธ.กกล.รส.มทบ.38 พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผกก.สภ.เมืองน่าน พร้อมกำลังทหารมณฑลทหารบกที่ 38 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองน่าน อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2559 ลงวันที่ 1 เม.ย.2559 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 42/2 ถนนสุริยพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ซึ่งเป็นบ้านของนางสิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.น่าน โดยเจ้าหน้าที่อ้างสืบทราบว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวมีขันสีแดงที่มีข้อความและลายเซ็นของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ไว้ในครอบครอง พร้อมตรวจยึดขันน้ำสีแดงรวมทั้งสิ้น 8,862 ใบ ไว้เพื่อดำเนินการต่อไป

อ้างข้อความเป็นภัยต่อความมั่นคง

นอกจากนี้ ทหารตำรวจยังเข้าตรวจค้นสำนักงานของนายณัฐพงษ์ สุปรียศิลป์ อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ อ.ปัว จ.น่าน ยึดขันสีแดง 1,100 ใบ และตรวจค้นสำนักงานของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ อ.เวียงสา จ.น่าน ยึดขันแดงไปอีก 1,500 ใบ โดยขันสีแดงทั้งหมดถูกนำไปเก็บไว้ที่ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน และการตรวจยึดครั้งนี้ไม่ได้ตั้งข้อหาใคร สำหรับขันสีแดงจัดเตรียมไว้แจกจ่ายประชาชนใช้เล่นสงกรานต์ บนขันมีข้อความว่า “แม้สถานการณ์จะร้อนขอให้พี่น้องได้รับความเย็นจากน้ำผ่านขันใบนี้ด้วยครับ ด้วยรักและห่วงใย สุขสันต์วันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559” ตามด้วยลายเซ็นของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า ข้อความดังกล่าวเข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของชาติตามมาตรา 116 ที่เคยตกเป็นข่าวมาแล้ว หลังจากสมาชิกคนเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ ถ่ายรูปคู่กับขันแดงลงภาพในหนังสือพิมพ์ ถูกจับส่งศาลทหารฐานเป็นภัยต่อความมั่นคง ตอนนี้อยู่ระหว่างประกันตัวโดยใช้เงินสด 1 แสนบาท

“บิ๊กตู่”ถกผู้นำโชว์ทิศทางนิวเคลียร์

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่ไปร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-1 เม.ย.ที่สหรัฐอเมริกา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 เม.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ศูนย์การประชุมวอลล์เตอร์ อี วอชิงตัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมประชุมหัวข้อแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการส่งเสริมความมั่นคงทางนิวเคลียร์ โดยกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ไทยให้ความสำคัญจริงจังต่อการส่งเสริมความมั่นคงทางนิวเคลียร์ เดือน เม.ย.นี้ไทยจะประกาศใช้ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติฉบับใหม่เพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการปราบปรามการก่อการร้ายทางนิวเคลียร์และการคุ้มครองทางกายภาพของวัสดุนิวเคลียร์ รวมถึงปรับปรุงกฎระเบียบภายในให้การปฏิบัติมีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น

บินกลับไทยถึงเช้าตรู่วันที่ 3 เม.ย.

จากนั้นเวลา 13.30 น.ได้ร่วมหารือระหว่างอาหารกลางวัน พร้อมกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อแผนปฏิบัติการระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศเพื่อความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ในฐานะไทยเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้ง “อาเซียนตอม” (ASEANTOM: ASEAN Network of Regulatory Bodies on Atomic Energy) ว่าด้วยเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์อาเซียน ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมหัวข้อสถานการณ์จำลองการรับมือเหตุการณ์วิกฤติความมั่นคงทางนิวเคลียร์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ไทยจัดตั้งกลไกประสานงานระดับชาติเฉพาะด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเพิ่มเติมจากกลไกการบรรเทาเหตุฉุกเฉินระดับชาติ และมีแผนพัฒนาศูนย์ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ทางนิวเคลียร์ และเห็นว่าการให้สัตยาบันอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องจะช่วยเสริมสร้างการเตรียมความพร้อมในระดับชาติและภูมิภาค ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางกลับประเทศไทยทันทีโดยจะถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 3 เม.ย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้