วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แชมป์ 16 สมัย

แชมป์ 16 สมัย

โดย เบี้ยหงาย
3 เม.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ไม่มีคู่แข่งสำหรับการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย เมื่อวันวาน ซึ่ง “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราช-การัณย์ ถูกเสนอชื่อเพียงคนเดียว และสโมสร

สมาชิกยกมือสนับสนุนอย่างพร้อมเพียง 26 จาก 27 สโมสร ที่ตัวเลขขาดหายไปหนึ่งนั้น ก็เพราะไม่ได้มาร่วมประชุม อย่าได้ตกใจแต่อย่างไร

นั่นทำให้ พี่ใหญ่แห่งวงการกีฬาไทย ต้องนั่งอยู่ในตำแหน่งต่อไปเป็นสมัยที่ 16 !

แต่ก็มีความแตกต่างจากเมื่อก่อน ด้วยใน 15 สมัยที่ผ่านมานั้น อยู่ในวาระครั้งละ 2 ปี แต่จากนี้ไปตามกฎหมายใหม่ จะอยู่ในวาระ 4 ปี ยาวไปถึงปี 2563

ซึ่งนับว่าเป็นการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานยิ่ง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นสถิติประเทศไทยหรือไม่ แต่ก็บ่งบอกได้อย่างดีถึงความเป็นผู้มีบารมีอย่างแท้จริง และก็เป็นไปตามนั้น ด้วย พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ถือเป็นตำนานแห่งวงการตะกร้อ ไม่เฉพาะไทยต้องถือว่าเป็นตะกร้อของโลก!!!

พัฒนาการทางกีฬาตะกร้อนั้น ที่ก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งสหพันธ์นานาชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ จากลูกตะกร้อที่ใช้เดิมซึ่งทำจากหวาย กลายมาเป็นพลาสติกในปัจจุบัน รวมถึงการมีแข่งขันในระดับเอเชียนเกมส์ ชิงแชมป์โลก หรือลีกอาชีพต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่มี “บิ๊กจา” เป็นแรงขับเคลื่อนทั้งสิ้น

รวมถึงการที่ไทยยึดมือ 1 โลก และบรรดานักกีฬาตะกร้อได้รับอัดฉีดในเกมระดับต่างๆอย่างเป็นกอบเป็นกำ อันเป็นที่อิจฉาของกีฬาอื่นๆยังมีการก่อตั้งศูนย์ฝึกตะกร้อแห่งชาติ และจัดตั้งมูลนิธิเข้ารับช่วงดูแล ก็ได้ พล.ต.จารึก เป็นกลไกที่ก่อให้เกิดความสำเร็จดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

แต่หลังจากที่ได้รับฉันทามติให้ดำรงตำแหน่งอีกครั้ง บิ๊กจา ในวัย 84 ปี ก็เปรยๆถึงอนาคตว่า อาจจะอยู่ในตำแหน่งไม่ครบเทอมเนื่องจากมีหน้าที่อื่นๆมากขึ้น และอายุมากขึ้น พร้อมทั้งอยากจะหาคนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

จุดนี้คงเป็นสิ่งที่อยู่ในใจท่านเสมอมา

ไม่เฉพาะในเรื่องของกีฬาตะกร้อ แต่ในบทบาทที่สำคัญมากกว่า กับการเป็นผู้จัดการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการ แต่เป็นความจริงที่คนในแวดวงกีฬารู้กันดีมานมนาน

และโอลิมปิกไทยจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ รวมถึงตำแหน่งประธานโอลิมปิกไทยคนใหม่ ในเดือน มี.ค.ปีหน้า จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ว่า พล.ต.จารึก จะเอาอย่างไร

ซึ่งก็ยังมีเวลาอยู่พอสมควรคงไม่บังอาจไปชี้แนะอะไร ด้วยความเป็นผู้คร่ำหวอด เป็นปูชนียบุคคลแห่งวงการกีฬาไทยของท่านย่อมรู้ดี

แต่ไม่ว่าจะเป็นอยู่ ดำรงอยู่ ในตำแหน่งกี่สมัย ยาวนานแค่ไหน หรือมีตำแหน่งมากมายเพียงใด ก็เป็นเรื่องแห่งความภาคภูมิในส่วนตัว ส่วนตน หรือวงศ์ตระกูลเท่านั้น

ส่วนที่สำคัญยิ่งกว่า และก่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคตอย่างแท้จริง นั่นคือ การส่งผ่านภาระ หน้าที่ รวมถึงความรับผิดชอบต่างๆนานา ไปยังผู้ที่เหมาะสม

ท่านมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ ว่าจะเลือกใคร!!

ก็หวังแต่ว่า ผู้ที่เหมาะสมในใจของ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นั้น จะเป็นความเหมาะสมของวงการกีฬาไทยอย่างแท้จริง...

“เบี้ยหงาย”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้