วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! 9 ข้อข่าวดีและร้าย สถิติการอ่านของไทยที่ทุกคนต้องรู้!

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! 9 ข้อข่าวดีและร้าย สถิติการอ่านของไทยที่ทุกคนต้องรู้!

  • Share:

พระเจ้าช่วยกล้วยทอดเป็นคำอุทานที่อ่านผลการวิจัยนี้ เพราะมีทั้งข่าวดีและร้านคละเคล้ากันไป 

เอาแบบนี้พี่แคมปัสจะพาทุกคนไปดูสถิติการอ่านของประชากรไทย ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติทำการสำรวจทุกๆ 2 ปี โดยจะสำรวจพฤติกรรมการอ่านของประชากร ช่วงนอกเวลาเรียน เวลาทำงาน เป็นการหนังสือหรือบทความทุกประเภท ทั้งที่เป็นรูปเล่ม เอกสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำหรับปี 2558 จะเป็นปีแรกที่รวมการอ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อย่างเช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เอสเอ็มเอส และอีเมลด้วย แต่จะยกเว้นการอ่านข้อความเพื่อการสนทนาหรือติดต่อสื่อสาร

สำหรับการสำรวจครั้งนี้ ได้สำรวจจากประชากรตัวอย่าง 55,920 ครัวเรือน ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2558 ซึ่งจะสรุปผลให้ฟังเป็นข้อๆ ตามนี้จ้ะ

1. การอ่านของเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 6 ปี ทั้งอ่านด้วยตัวเองหรือผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง มีประมาณ 2.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 60.2 เด็กผู้หญิงอ่านมากกว่าเด็กผู้ชายเล็กน้อย โดยเด็กเล็กในกรุงเทพฯ มีอัตราการอ่านสูงสุด ภาคอีสานอ่านน้อยสุด แต่เมื่อเทียบกับปี 2556 เด็กเล็กใช้เวลาอ่านนานขึ้น 7 นาทีต่อวัน คือจาก 27 นาทีเป็น 34 นาที แต่มีความถี่ในการอ่านลดลง สำหรับเหตุผลของการไม่อ่าน ส่วนใหญ่คิดว่าเด็กยังเล็กเกินไป

2. การอ่านของประชากร อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป พบมีอัตราการอ่านลดลงร้อยละ 4.1 จากร้อยละ 81.8 ในปี 2556 เป็นร้อยละ 77.7 ในปี 2558 และยังอ่านลดลงในทุกกลุ่มวัย โดยกลุ่มวัยเด็ก (6-14 ปี) และกลุ่มเยาวชน (15-24 ปี) มีอัตราการอ่านสูงใกล้เคียงกัน คือร้อยละ 90.7 และ 89.6 รองลงมาคือกลุ่มวัยทำงาน (25-29 ปี) คือร้อยละ 79.1 และต่ำสุดคือกลุ่มวัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) คือร้อยละ 52.8

3. ประเภทของหนังสือที่อ่าน หนังสือพิมพ์เป็นประเภทของหนังสือที่มีผู้อ่านสูงสุด คือ ร้อยละ 67.3 รองลงมาคือ ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ คือ ร้อยละ 51.6

4. ประเภทสื่อที่ประชากรกลุ่มนี้เกือบทุกคนนิยมอ่านคือ รูปเล่มหนังสือ หรือเอกสาร ร้อยละ 96.1 รองลงมาคือสื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ 45.5 และเว็บไซต์ ร้อยละ 17.5 ซึ่งเนื้อหาสาระที่ผู้อ่านชอบอ่านมากที่สุด คือ ข่าว สารคดี และความรู้ทั่วไป

5. เวลาเฉลี่ยที่ใช้อ่าน อยู่ที่ 66 นาทีต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ที่ 37 นาทีต่อวัน

6. กลุ่มเยาวชนใช้เวลาอ่านมากที่สุด เฉลี่ย 94 นาทีต่อวัน กลุ่มวัยเด็กและวัยทำงานใช้เวลาอ่านเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 1 ชั่วโมงเล็กน้อย ส่วนวัยสูงอายุใช้เวลาอ่านน้อยที่สุดเฉลี่ย 44 นาทีต่อวัน

7. เหตุที่ทุกวัยใช้เวลาอ่านเพิ่มขึ้น อาจเนื่องจากปี 2558 ได้เพิ่มการอ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ด้วย โดยกลุ่มวัยเยาวชนใช้เวลาอ่านเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 44 นาทีต่อวัน

8. ผลสำรวจพบว่า มีผู้ไม่อ่านถึงร้อยละ 22.3 หรือ 13.9 ล้านคน เหตุผลของการไม่อ่านคือ ชอบดูโทรทัศน์ร้อยละ 41.9 ไม่มีเวลาอ่านร้อยละ 24.6 ไม่ชอบอ่านร้อยละ 24.8 และอ่านหนังสือไม่ออกร้อยละ 20.6

9. วิธีรณรงค์ให้คนรักการอ่านที่ดีที่สุดคือ ปลูกฝังให้รักการอ่านผ่านพ่อ แม่ และครอบครัว, ให้สถานศึกษามีการรณรงค์ส่งเสริมการอ่าน, รูปเล่มและเนื้อหาน่าสนใจ หรือใช้ภาษาง่ายๆ ส่งเสริมให้มีห้องสมุด ห้องสมุดเคลื่อนที่ มุมอ่านหนังสือในชุมชน หรือพื้นที่สาธารณะ และทำให้หนังสือสามารถหาซื้อหรือเข้าถึงได้ง่าย

ฟังแล้วพี่แคมปัสไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี เอาเป็นว่าใครยังไม่รู้จะเริ่มการอ่านอย่างไร งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 ยังรอให้คุณๆ แวะไปเยี่ยมชมกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำหรับงานนี้จะจัดไปถึงวันที่ 10 เมษายนนะจ๊ะ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้