วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไอเดียสู้ภัยแล้ง

ไอเดียสู้ภัยแล้ง

  • Share:

การรดน้ำสนามหญ้าอย่างถูกวิธี ช่วยประหยัดน้ำได้

ช่วงนี้ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อคนไทยเรา โดยเฉพาะเกษตรกรในหลายพื้นที่ หลายภาคของประเทศ ปัญหาที่ว่านั้นก็คือภัยแล้งนั่นเอง ทั้งที่รู้ล่วงหน้ากันมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วว่า ปีนี้จะส่งผลกระทบหนัก แต่ก็ดูเหมือนว่าจะทำได้แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเป็นจุดๆเท่านั้น ศูนย์วิจัยและส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ให้ข้อมูลว่า ค่าเฉลี่ยของโลกเรานั้น ภาคเกษตรใช้น้ำถึง 70% ของปริมาณน้ำจืดทั้งหมด ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนใช้เท่ากันคือ 15% เมื่อเกิดปัญหาน้ำแล้งขึ้น รัฐบาลเองก็ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องให้งดการปลูกข้าวแล้วเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน ขณะเดียวกันก็พยายามแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคซึ่งเกิดขึ้นในหลายพื้นที่แล้วเช่นกัน

เป็นที่น่าชื่นใจที่ผู้ผลิตรายใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมได้ประชุมร่วมกัน เพื่อหาวิธีลดการใช้น้ำในการผลิตของตน เพื่อจะได้นำน้ำส่วนที่เหลือออกมานั้นไปใช้ในส่วนอื่นๆที่ขาดแคลน และหลายหน่วยงานก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้น้ำกันอย่างประหยัด เชื่อว่าคนไทยเราจะผ่านวิกฤติภัยแล้งนี้ไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจึงรวบรวมความคิดต่างๆ ที่ใช้อยู่ในต่างประเทศมานำเสนอ เผื่อบางอย่างอาจนำมาใช้หรือปรับใช้ในเมืองไทยของเราได้ครับ

โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล

เริ่มต้นด้วยวิธีดูแลสนามหญ้าที่จะทำให้ประหยัดน้ำได้มากขึ้น นอกเหนือจากการนำน้ำที่ใช้ล้างผักผลไม้ในครัวมารดต้นไม้และสนาม หลายข้อเป็นสิ่งที่หลายบ้านมักจะทำตรงข้ามครับ

1.หลีกเลี่ยงการเดินบนสนามหญ้า เพราะเมื่อหญ้าถูกเหยียบราบลงแล้วไม่เด้งคืนกลับขึ้นมาตรงได้เหมือนเดิม มันจะต้องการน้ำมากขึ้น

2.ไม่ตัดหญ้าจนสั้นเกินไป เพราะหญ้าที่ยาวกว่าจะรักษาความชุ่มชื้นของผิวดินได้ดีกว่า

3.ควรรดน้ำยามเช้าตรู่ นอกจากเป็นหญ้าปลูกใหม่ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของดินและใบหญ้า นอกจากนั้นเวลารดน้ำต้องมั่นใจว่า น้ำที่รดซึมลงไปในดินได้ไม่ต่ำกว่า 1-2 นิ้ว อย่ารดน้ำน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง แต่จะมากขนาดไหนก็ให้พิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพฟ้าอากาศ ลักษณะของดิน ชนิดของหญ้าสนาม เป็นต้น การรดน้ำหญ้าควรเผื่อเวลาให้ผิวดินแห้งก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เนื่องจากหากปล่อยให้ดินเปียกอยู่ในตอนกลางคืนจะทำให้หญ้าเกิดโรคง่าย

4.ควรรดน้ำสนามหญ้าทันทีเมื่อพบอาการของหญ้าดังนี้ เมื่อเหยียบลงบนหญ้าแล้วหญ้าฟื้นตัวหรือดีดกลับช้า, เมื่อพบว่าพื้นผิวดินและผิวสนามหญ้าแห้งติดต่อกันนาน, เมื่อหญ้าเริ่มมีสีหม่น ไม่เขียวสดใส ขอบใบเริ่มม้วนเข้าหากัน แต่อย่าปล่อยให้หญ้าแสดงอาการขาดน้ำเกิดขึ้นบ่อยๆ หญ้าจะอ่อนแอ ดังนั้น คำถามที่ว่าควรรดน้ำสนามหญ้าบ่อยแค่ไหนจึงเป็นคำถามที่ตอบไม่ยาก เลย หากเราสังเกตรู้หลักการและปัจจัยในการพิจารณาให้น้ำ การได้พิจารณาให้น้ำตามหลักแล้ว นอกจากจะได้สนามหญ้าที่สวยงามแล้ว ยังทำให้เราสามารถประหยัดน้ำได้มากด้วย

การเลี้ยงปลาในอาคารซึ่งมีระบบหมุนเวียนน้ำมาใช้ใหม่

ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประสบกับปัญหาภัยแล้งติดต่อกันมาสี่ปีแล้ว นอกจากการทำน้ำประปาจากน้ำเค็ม (Desalination) แล้ว ทางการก็พยายามหาวิธีการและเทคโนโลยีต่างๆมาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งหลายอย่างอาจนำมาศึกษาเพื่อปรับใช้กับหลายแห่งในเมืองไทยได้

จากการคำนวณอย่างละเอียดพบว่า อ่างเก็บน้ำแอลเอ (LA Reservoir) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตน้ำประปาที่สำคัญของเมือง ต้องสูญเสียน้ำไปจากการระเหยสูงถึง 300 ล้านแกลลอน (ราว 1.1 ล้านคิวบิกเมตร) นอกจากนั้นแสงแดดยังทำให้สาหร่ายที่อยู่ในน้ำเติบโตอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีของสารบางชนิดที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งการแก้ปัญหาดังกล่าวคือต้องหาอะไรมาคลุมผิวน้ำไม่ให้ถูกแสงแดดส่องนั่นเอง เมื่อเดือนสิงหาคม

ปี 2015 ทางการได้นำลูกบอลสีดำจำนวน 96 ล้านลูก เทลงไปจนเต็มผิวน้ำ เพื่อไม่ให้แสงแดดส่องกระทบผิวน้ำได้ การใช้ลูกบอลสีดำลอยปิดผิวน้ำนี้ทางการรัฐได้ทดลองใช้มาตั้งแต่ปี 2008 ที่อ่างเก็บน้ำซิลเวอร์เลค (Silver Lake) และไอแวนโฮ (Ivanhoe) โดยผ่านการอนุมัติโดยสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ เพราะผลิตจากพลาสติกประเภท HDPE ซึ่งสัมผัสกับอาหารได้ ลูกบอลนี้บรรจุน้ำไว้ภายในด้วยเพื่อเพิ่มน้ำหนักไม่ให้มันปลิวเมื่อมีลมแรงพัดผ่านผิวน้ำ หลังจากใช้มาระยะหนึ่ง ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียพอใจกับผลลัพธ์ มาก และกำลังจะนำไปใช้กับอ่างเก็บน้ำอื่นๆอีกหลายแห่งในรัฐ ไม่เพียงแต่ใช้ในการต่อสู้ภัยแล้งเท่านั้น ลูกบอลนี้ยังถูกนำไปใส่ไว้ตามแหล่งน้ำใกล้สนามบินด้วย เพื่อไม่ให้ฝูงนกบินเข้าไปหากินในบริเวณนั้น

ถาดดักจับความชื้นในอากาศ

เนื่องจากอยู่ในทะเลทราย ที่ซึ่งน้ำทุกหยดมีค่ามาก แถมยังมีความแห้งแล้งมากที่สุดในภูมิภาค อิสราเอลเป็นประเทศที่สามารถบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในโลกก็ว่าได้ เทคโนโลยีน้ำหยดเป็นหนึ่งตัวอย่างที่แพร่หลายไปทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทหนึ่งของอิสราเอลได้คิดค้นอุปกรณ์ดักจับความชื้นในอากาศแล้วเปลี่ยนเป็นหยดน้ำสำหรับต้นไม้โดยตรง ทำให้ลดการให้น้ำแก่ต้นไม้นั้นลงได้ถึง 50% บริษัทนี้ชื่อว่า Tal-Ya Water Technologies โดยการนำเอาพลาสติกรีไซเคิลมาผสมวัสดุบางอย่างที่สามารถกรองรังสียูวีจากแสงแดด รูปร่างของมันจะเป็นถาดพลาสติกสี่เหลี่ยมมีรูตรงกลาง ขอบนอกของถาดจะสูงกว่าส่วนที่เป็นรูตรงกลาง ผิวของถาดจะมีลักษณะเป็นลอนลูกฟูกเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิว การใช้งานคือนำถาดนี้ไปครอบโคนต้นไม้ ในช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิเย็นตัวลงจะเกิดหยดน้ำเกาะที่ผิวของถาดทั้งด้านนอกและด้านใน เมื่อหยดน้ำรวมตัวกันมากขึ้นก็จะไหลตามความเอียงของถาดเข้าไปยังโคนต้นไม้ เป็นการให้น้ำโดยวิธีธรรมชาติที่ฉลาดมาก ส่วนในฤดูฝนถาดนี้ก็จะสามารถดักน้ำฝนให้ไหลลงไปสู่โคนต้นได้ดีกว่าต้นไม้ปกติที่ไม่ใส่ถาดถึง 27 เท่า ผลพลอยได้นอกเหนือจากเรื่องของน้ำแล้ว ถาดนี้ ยังคลุมดินบริเวณโคนต้นทำให้วัชพืชเติบโตได้ยากเพราะขาดแสงแดด และช่วยให้ดินบริเวณนั้นมีความชุ่มชื้นมากขึ้นด้วย ผิวด้านบนของถาดสามารถสะท้อนแสงได้ระดับหนึ่ง ทำให้ใบไม้ส่วนที่อยู่โคนต้นรับแสงแดดได้มากขึ้น

ท่อน้ำที่รั่วซึมอยู่ใต้ดินทำให้สูญเสียน้ำไปมหาศาล

อีกหนึ่งเทคโนโลยีจากอิสราเอลที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกคือ The Indoor Recirculating Aquaculture System เป็นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่ง คือการเลี้ยงปลาสำหรับใช้เป็นอาหารในอาคารซึ่งสามารถทำได้ทุกแห่งบนโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศในเขตร้อนหรือหนาว ปลาน้ำจืดหรือน้ำเค็ม เพราะระบบที่เขาคิดขึ้นมานั้นจะควบคุมอุณหภูมิและสภาพน้ำให้เหมาะสมกับพันธุ์ปลาที่นำมาเลี้ยง โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (คล้ายกับการเลี้ยงปลาตู้หรือในอควาเลียม) นอกจากนั้นน้ำที่ใช้ก็จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน เจ้าของเทคโนโลยีนี้คือบริษัท AquaMaof Aquaculture Technologies, Ltd

อ่างเก็บน้ำไอแวนโฮที่ปกคลุมด้วยลูกบอลสีดำ

เมืองไทยเรานั้นโดยมากจะเลี้ยงปลาที่ใช้เป็นอาหารในกระชังตามแม่น้ำ ซึ่งที่ผ่านมามักจะประสบกับปัญหาปลาตายกันจำนวนมาก เพราะน้ำมีสารพิษบางอย่างเจือปน หรืออย่างปัจจุบันที่น้ำลดระดับลง เจ้าของกระชังก็ต้องไปย้ายกระชังลงไปหาน้ำด้วย ซึ่งหากระดับน้ำลดไปมากกว่านั้นอีกก็ไม่รู้ว่าจะยังเลี้ยงปลาต่อไปได้หรือไม่ สรุปคือ หากศึกษาระบบการจัดการแบบ The Indoor Recirculating Aquaculture System ซึ่งเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของคนไทยเรา จะทำให้การเลี้ยงปลาสามารถทำได้ทุกหนแห่งของประเทศ เช่น นำปลาน้ำเค็มไปเลี้ยงทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ผู้คนที่นั่นก็สามารถมีปลาทะเลสดๆ กินกันได้โดยไม่ต้องขนจากภาคใต้ไปให้เสียค่าขนส่ง

อีกมาตรการหนึ่งที่ผู้รับผิดชอบเรื่องการใช้น้ำของอิสราเอลให้ความสำคัญมากไม่น้อยไปกว่าการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ คือ การลดความสูญเสียน้ำจากการรั่วซึมของท่อน้ำและคลองส่งน้ำทั้งหลาย พวกเขาหาตัวเลขออกมาได้ว่า น้ำที่รั่วทิ้งจากท่อประปาของประเทศแถบยุโรปตะวันตกนั้นมีราว 20-30% ของปริมาณน้ำที่ส่งผ่านท่อ หรือประมาณ 45 ล้านคิวบิกเมตรในแต่ละวัน ขณะที่ประเทศอียิปต์ โดยเฉพาะกรุงไคโรนั้นสูงถึง 50% ซึ่งหมายความว่า น้ำประปาที่ผลิตออกมาทั้งหมดถูกใช้จริงเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งปล่อยให้รั่วทิ้งไปอย่างไม่เห็นคุณค่า สิ้นเปลืองทั้งทรัพยากรและพลังงาน ฯลฯ ไม่ทราบว่าประเทศไทยเรา โดยการประปาหรือกรมชลฯมีการเก็บค่ารั่วทิ้งแบบนี้หรือไม่ แต่ประเทศอิสราเอลนั้นของเขาก็ใช่ว่าจะจัดการกับปัญหารั่วทิ้งของน้ำประปาได้หมด เพราะของเขาก็ยังมีอยู่ที่ 9-10% เป็นรองประเทศเพื่อนบ้านเราคือ สิงคโปร์ ที่ค่าการรั่วซึมต่ำกว่านั้นอีก

มีเทคโนโลยีจากเยอรมนีที่สามารถตรวจหาจุดรั่วของท่อน้ำได้อย่างรวดเร็ว ผลิตโดยบริษัทชื่อ SebaKMT ผลิตภัณฑ์ของพวกเขามีตั้งแต่อุปกรณ์ตรวจหาเป็นโซนไปจนถึงเจาะจงไปตรงจุดที่เกิดการรั่วได้ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งท่อโลหะและไม่ใช่โลหะ ไม่ทราบว่าผู้เกี่ยวข้องของการประปามีข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sebakmt.com/en/products/water-networks/water-leak-detection.html

การปล่อยลูกบอลสีดำลงสู่อ่างเก็บน้ำ

เมืองไทยเรานั้น บางปีน้ำมากเกินไปก็เกิดภัยน้ำท่วม บางปีน้ำน้อยก็กลายเป็นภัยแล้ง แต่ที่ผ่านมานั้นการแก้ปัญหาภัยแล้งของเรา โดยมากเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะมาตลอด เมื่อฝนตกน้ำมาก็พักไว้ก่อนถ้าแล้งเมื่อไหร่ค่อยว่ากันใหม่ ต่างจากประเทศที่ซึ่งน้ำมีค่าราวกับทองอย่างอิสราเอล เขาต้องคิดหาวิธีการบริหารจัดการการใช้น้ำให้ประเทศอยู่รอดให้ได้อย่างยั่งยืน จนปัจจุบันนี้อิสราเอลเป็นประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำอีกต่อไป แต่การรู้คุณค่าน้ำสำหรับเขาฝังลึกเข้าไปในสายเลือดแล้ว และยังสามารถส่งออกเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำไปได้ทั่วโลก ดังนั้น หากเห็นว่าทรัพยากรน้ำเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการดำรงชีพของผู้คนในแต่ละประเทศ การปลูกฝังให้คนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าตั้งแต่ระดับครัวเรือนขึ้นไป การบริหารจัดการน้ำในทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ การลดความสูญเสียน้ำที่ไร้ประโยชน์ การรีไซเคิลนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ฯลฯ ก็เป็นงานใหญ่มากอีกงานหนึ่งที่รอให้เราทุกคนเข้าไปร่วมมือร่วมใจกันทำ.

โดย :คนเหนือ
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้