วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัยจี๊ดชวนเล่น "สงกรานต์" ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ฟื้นประเพณีไทย "เลิกสาด"

วัยจี๊ดชวนเล่น "สงกรานต์" ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ฟื้นประเพณีไทย "เลิกสาด"

โดย นิสิตา
3 เม.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ภายใต้สถานการณ์ “ภัยแล้ง” ที่เรากำลังเผชิญ ก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ


สงกรานต์ปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจึงรณรงค์จัดงานสงกรานต์ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า” ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด โดยปรับให้เข้ากับสภาวะภัยแล้ง

“นิสิตา” จึงถือโอกาสก่อนถึงวันสงกรานต์ออกเช็กเรตติ้ง เอ๊ย สำรวจความคิดเห็นของตัวแทนวัยจี๊ด ว่าสงกรานต์ปีนี้จะเล่นน้ำยังไงให้เข้ากับสถานการณ์ภัยแล้ง

เริ่มจากหนุ่มหล่อ “อะตอม” ...ปณัฐพงศ์ พระโป๊ะ เฟรชชี่คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประเดิมว่า “ปีนี้ประเทศไทยบางพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ การเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ปีนี้ต้องเล่นอย่างพอเหมาะ ไม่อยากให้เกิดภาพที่ว่าจังหวัดนี้เล่นน้ำกันโครมๆ ขณะที่อีกจังหวัดเกิดวิกฤติแล้ง จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ไทยแบบประหยัดน้ำ จะด้วยวิธีใดก็ตาม รวมถึงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม ที่สำคัญคือ ดื่มไม่ขับจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่เกิดในช่วงสงกรานต์ลงได้”

“เบน”...เบญจมาศ ตันตระกูล นักศึกษาปี 3 สาขาการบริหารโรงแรม คณะบริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ส่งยิ้มน่ารักก่อนบอกว่า “วิธีเล่นน้ำสงกรานต์ของเบนคือทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีค่ะ เริ่มจากสรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวคุณปู่คุณย่าคุณยายและญาติผู้ใหญ่ตามลำดับ จากนั้นก็พรมน้ำใส่กันพอคลายร้อนเพื่อลดการใช้น้ำและแบ่งปันน้ำกับผู้ที่กำลังประสบภัยแล้ง ความสนุกสนานจากประเพณี สงกรานต์ปีนี้ แม้น้ำ จะน้อยแต่เราก็มีความสุขเพราะจิตใจที่เราไม่ร้อนรุ่มค่ะ ค่อยๆรดน้ำกัน อย่าเอาแต่สาดน้ำเหมือนในอดีต เพียงแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”

ตามมาด้วย “บีน”...ทศพร นนทามิตร จูเนียร์ ภาควิชาเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกว่า “การประหยัดน้ำในช่วงเล่นสงกรานต์นั้น ผมคิดว่าเราควรกำหนดชั่วโมงในการเล่นน้ำ ไม่ควรเล่นกันทั้งวัน และบางภาคก็เล่นสงกรานต์หลายวัน ควรกำหนด 1-2 วันไม่เกินจากนี้ หรือแค่วันเดียวและไม่ควรเกิน 3-4 ชั่วโมง เพราะบางพื้นที่เล่นสงกรานต์กันจนดึกจนดื่น ซึ่งถ้าไม่กำหนดชั่วโมง และเวลาก็คงไม่มีทางที่จะประหยัดน้ำได้เลย แต่ทั้งนี้ต้องมีการทำความเข้าใจและเน้นย้ำเรื่องภาวะขาดแคลนน้ำหากไม่ช่วยกันประหยัด อุปกรณ์การเล่นน้ำก็ต้องเปลี่ยนไป อย่างที่เคยสาดเป็นขันหรือเป็นถังเปลี่ยนเป็นรดน้ำ ซึ่งจะใช้น้ำน้อยกว่า”

“ปอง”...กษิด์พัฒน์ ทุนกาศ นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปี 1 สาขาอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รับช่วงสานต่อว่า “ผมว่าเราต้องหยุดการสาดน้ำแรงๆ ใส่กัน หยุดการตักน้ำแบบล้นขัน ลดการฉีดน้ำโดยใช้ปืนขนาดใหญ่หรือใช้สายยาง ผมคิดว่าแม้จะมีสถานการณ์ภัยแล้งแต่เราก็สามารถเล่นสงกรานต์อย่างสนุกสนานได้ อย่างการ รดน้ำ หรือประพรมน้ำแบบนุ่มนวล ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เห็นถึงความงดงาม ของเทศกาลดีๆ สถานการณ์ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ผมมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ดังนั้น เยาวชนคนรุ่นใหม่ต้องช่วยกัน เล่นน้ำสงกรานต์โดยคำนึงถึงปัญหาภัยแล้งและช่วยกันประหยัดน้ำ ที่สำคัญจะเป็นการช่วยฟื้นประเพณีการเล่นสงกรานต์แบบไทยๆที่เราควรอนุรักษ์ไว้”

“โบว์”...ธัญชนก กังนิกร นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาศิลปะการแสดงศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ยิ้มก่อนตอบเสียงหวานว่า “สงกรานต์ปีนี้โบว์อยากให้คนไทยหันมาประหยัดน้ำใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและให้ความสำคัญกับการสืบสานประเพณีสำคัญ ซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรมไทย ด้วยการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทย เราได้สืบสานกันมาอย่างยาวนานและก็ควรรักษาประเพณีนี้ ให้คงอยู่ต่อไป ส่วนการเล่นน้ำสงกรานต์ของเด็กๆ และเยาวชนก็ไม่ควรใช้น้ำให้ฟุ่มเฟือย เพียงแค่ตักน้ำแล้วประพรมกัน ให้รับรู้ว่าได้เข้าถึงน้ำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเย็นเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญต้องใจเย็นๆด้วย แต่ถ้าอยากจะเล่นเยอะๆโบว์มีวิธีประหยัดน้ำคือ ใส่ชุดที่ดูดน้ำหรือไม่ก็เอาฟองน้ำยัดไว้ในเสื้อ แล้วถือขันไว้ 1 ใบแล้วเดินไปเล่นสงกรานต์กับคนอื่นตามปกติ แต่เวลามีคนมาสาดน้ำก็จะโดนฟองน้ำ จากนั้นให้เอาฟองน้ำมาบีบใส่ขัน แล้วน้ำมาสาดคนอื่น” สาวโบว์หยอดมุกฮาปิดท้าย

ฟังเสียงสะท้อนของน้องๆแล้ว “นิสิตา” เห็นด้วยสุดลิ่มทิ่มประตู ว่าการเล่นน้ำสงกรานต์ไม่จำเป็นต้องสาดกันให้ “เปียกแฉะ”

แค่ประพรมก็ทำให้ “เย็นฉ่ำ” คลายร้อนได้สบายแฮ !!!

นิสิตา/รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้