king10
Thairath Logo
กีฬา

นายกฯ ย้ำไทยให้ความสำคัญกฎหมายปราบปรามนิวเคลียร์

Share :
line-share-logo

"บิ๊กตู่" ระบุไทยให้ความสำคัญด้านกฎหมายตามกรอบพันธกิจปราบปรามก่อการร้าย-คุ้มครองทางกายภาพวัสดุนิวเคลียร์ เตรียมประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ เม.ย.นี้...

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เวลา 11.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ ศูนย์การประชุมวอลเตอร์ อี.วอชิงตัน ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ ครั้งที่ 4 กล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการส่งเสริมความมั่นคงทางนิวเคลียร์ว่า ไทยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความมั่นคงทางนิวเคลียร์และได้ดำเนินการอย่างจริงจัง โดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติฉบับใหม่จะประกาศใช้ภายในเดือน เม.ย. นี้ เพื่อเป็นกฎหมายรองรับให้ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง เช่น อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการปราบปรามการก่อการร้ายทางนิวเคลียร์ (ICSANT) และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองทางกายภาพของวัสดุนิวเคลียร์ (CPPNM) เป็นต้น ซึ่งไทยจะดำเนินการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางนิวเคลียร์ได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ไทยกำลังปรับปรุงกฎระเบียบภายใน เพื่อให้การปฏิบัติมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้นด้วย เช่น การปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยวัสดุนิวเคลียร์และการยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปราบปรามการก่อการร้ายทางนิวเคลียร์ โดยอิงกับมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ เมื่อปีที่แล้วไทยได้ประกาศใช้กฎระเบียบฉบับใหม่ในเรื่องการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่ใช้ได้สองทาง การให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานศุลกากรในการตรวจสอบ ตรวจค้น และริบสินค้าต้องสงสัย การปรับปรุงกลไกประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยบังคับใช้กฎหมาย หน่วยข่าวกรอง ตำรวจ ศุลกากร พาณิชย์ และหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ ปฏิบัติงานได้อย่างสอดประสานกัน ในการสกัดกั้นการขนส่งสินค้าต้องสงสัยตลอดจนการสร้างองค์ความรู้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงพื้นที่ชายแดนที่อาจมีความสุ่มเสี่ยงที่ผู้ไม่ประสงค์ดีอาจจะลักลอบเข้าเมืองหรือขนส่งสินค้าต้องห้ามออกไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ความมั่นคงทางนิวเคลียร์เป็นเรื่องใกล้ตัว ดังนั้น ไทยจึงเน้นยกระดับความสนใจและความเข้าใจของสาธารณชนในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ทั้งการป้องกันภัยและการรับมือกรณีที่เกิดเหตุ โดยเจาะกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ อาทิ ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ บุคลากรด้านการแพทย์ ผู้นำเข้า-ส่งออก หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย นักวิชาการ และภาคประชาสังคมโดยทั่วไป เพื่อสร้างเครือข่ายบูรณาการดำเนินงานและสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพราะเรื่องเล็กน้อยอาจจะส่งผลกระทบในวงกว้าง เช่น ถ้ากากกัมมันตรังสีไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องก็อาจแพร่กระจายและส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ อาหารการกิน แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมโดยรวม อย่างไรก็ตาม ไทยดำเนินการตามพันธกรณีในกรอบต่างๆ ที่เป็นภาคี และ NSS ช่วยเชื่อมโยงและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกรอบความร่วมมือต่างๆ มากยิ่งขึ้นเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางนิวเคลียร์ เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็จะส่งผลกระทบข้ามพรมแดน จึงต้องอาศัยเครือข่ายความร่วมมือทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค และระหว่างประเทศ การมารวมตัวพร้อมกันในที่นี้ก็เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าร่วมมือกันในเรื่องนี้.

อ่านเพิ่มเติม...