วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถล่มบรัสเซลส์ สะเทือนไกล รับมือก่อการร้าย ต้องใช้สติ

ถล่มบรัสเซลส์ สะเทือนไกล รับมือก่อการร้าย ต้องใช้สติ

  • Share:

เหตุผู้ก่อการร้ายโจมตีสนามบินและรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เมื่อ 22 มี.ค. ไล่หลังเหตุโจมตีกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 13 พ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ต่างอ้างความรับผิดชอบ นอกจากสร้างความแตกตื่นหวาดผวาทั่วยุโรป ยังส่ง “แรงกระเพื่อม” อีกหลายมิติทั่วโลก

ไล่ตั้งแต่เรื่องวิกฤติผู้อพยพลี้ภัยในยุโรป การเติบโตของพวก “ขวาจัด” ในหลายประเทศ การลงประชามติในสหราชอาณาจักรอังกฤษในเดือน มิ.ย. ปีนี้ว่าจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเรียกกันว่า “Brexit” หรือไม่ ไปจนถึงเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาใน 8 พ.ย.นี้

เริ่มที่เรื่อง “วิกฤติผู้อพยพลี้ภัย” ซึ่งแค่ปีที่แล้วทะลักเข้ายุโรปกว่า 1 ล้านคน เกือบครึ่งมาจากซีเรีย ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในหมู่ชาติอียูว่าจะรับมือยังไง?

ก่อนการโจมตีปารีสและบรัสเซลส์ ชาวยุโรปมีทัศนคติต่อต้านผู้อพยพลี้ภัยที่ทวีขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว ยิ่งมีข่าวนักรบ “ญีฮาด” อาจใช้เส้นทางเดียวกับผู้อพยพลี้ภัยเล็ดลอดกลับเข้ายุโรปเพื่อก่อการร้าย กระแสต่อต้านยิ่งแรงขึ้น สมาชิกอียูหลายประเทศหันกลับมาควบคุมหรือปิดพรมแดน จำกัดจำนวนผู้ลี้ภัย ส่งผลให้ผู้อพยพลี้ภัยติดค้างอยู่ตามด่านชายแดนจำนวนมากในสภาพทุกข์ยากน่าเวทนา

หลังการโจมตีบรัสเซลส์ ชะตากรรมผู้อพยพลี้ภัยยิ่งย่ำแย่ นางบีตา ซิดโล นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ถึงขั้นประกาศว่า จะไม่รับผู้ลี้ภัย 7,000 คน ตามที่ได้ตกลงกันไว้อีกต่อไป!

โดมินิก มอยซี นักวิเคราะห์แห่งสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศฝรั่งเศสชี้ว่า “ผู้ลี้ภัย” และ “ผู้ก่อการร้าย” เป็นคนละประเด็นกัน แต่ถูกโยงเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะยิ่งคนเห็นผู้ก่อการร้ายโจมตี ก็ยิ่งต่อต้านผู้ลี้ภัย ซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ลี้ภัย ส่วนโธมัส ไรท์ นักวิเคราะห์ประจำศูนย์ศึกษาวิจัยเรื่องสหรัฐฯและยุโรปแห่งสถาบันบรู้คกิ้ง ชี้ว่า การต่อต้าน หรือใช้กฎหมายควบคุมผู้อพยพลี้ภัยที่แข็งกร้าวขึ้น จะป้องกันผู้ก่อการร้ายโจมตีได้น้อยมาก เพราะผู้ก่อการร้ายจำนวนมากพำนักอาศัยหรือเป็นพลเมืองยุโรปอยู่แล้ว

ในอีกมิติหนึ่ง...วิกฤติผู้อพยพลี้ภัยและภัยคุกคามจากกลุ่มไอเอสยังผลักดันให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งหันไปสนับสนุนพรรคการเมืองขวาจัดมากขึ้นเรื่อยๆ จนพรรคขวาจัดได้เป็นรัฐบาลโปแลนด์ ส่วนในอีกหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส สโลวะเกีย สวีเดน ออสเตรีย พรรคขวาจัด ก็มีคะแนนนิยมพุ่งขึ้น

การโจมตีบรัสเซลส์ยิ่งทำให้พรรคขวาจัดได้ประโยชน์ ทั้งที่จริงๆแล้ว การปิดพรมแดนและต่อต้านผู้อพยพลี้ภัยจะยิ่งส่งผลร้าย เพราะไป “เข้าทาง” กลุ่มไอเอสที่จ้องเสี้ยมให้สังคมยุโรปแตกแยก ให้ผู้คนชิงชังชาวมุสลิม และรู้สึกว่านี่คือ การปะทะกันระหว่างศาสนาหรืออารยธรรม และอิสลามคือศัตรู ซึ่งความขัดแย้งจะยิ่งรุนแรง

ส่วนเรื่อง “Brexit” ซึ่งจะลงประชามติในเดือน มิ.ย.นี้ การโจมตีบรัสเซลส์ก็ไปเข้าทางพวกที่ต้องการให้อังกฤษทิ้งอียู โดยพรรคยูเค อินดิเพนเดนซ์ (ยูเคดีพี) รีบฉวยโอกาสปลุกปั่นว่าการโจมตีบรัสเซลส์แสดงถึง ความหย่อนยานในการควบคุมพรมแดนร่วม ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของอังกฤษ จึงควรถอนตัวจากอียู และใช้มาตรการป้องกันตัวเองจะดีกว่า

ขณะที่ผลกระทบต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯนั้น นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีผู้อื้อฉาว ตัวเก็งที่จะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ก็ได้ประโยชน์จากการโจมตีบรัสเซลส์ด้วย คงจำได้ว่า หลังเหตุโจมตีปารีส เขาเคยเสนอให้สหรัฐฯห้ามชาวมุสลิมเข้าประเทศ ทำให้คะแนนนิยมจากฝ่ายขวาพุ่งขึ้น

ทรัมป์ยังเสนอให้ออกกฎหมายใหม่ อนุญาตให้ทรมานผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อการร้ายได้ และหลังการโจมตีบรัสเซลส์ก็ฉวยโอกาสใช้เรื่องนี้หาเสียง แสดงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ประกาศว่าถ้าตนได้เป็นผู้นำใคร ก็ตามที่พยายามโจมตีสหรัฐฯ เหมือนที่ปารีสและบรัสเซลส์ จะต้อง “ทุกข์ทรมานแสนสาหัส”

ทรัมป์อาจใช้เรื่องนี้หาเสียงในหมู่อนุรักษนิยมจนช่วยให้เขาชนะได้เป็นตัวแทนพรรค แต่เมื่อถึงเวลาหาเสียงในระดับชาติแข่งกับนางฮิลลารี คลินตัน ที่คาดว่าจะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต เรื่องนี้อาจ “ขายไม่ได้” เพราะชาวอเมริกันส่วนใหญ่อาจเห็นว่าควรอดทนอดกลั้น แยกแยะ ไม่เหมารวมว่าอิสลามเป็นศัตรู และร่วมมือกับนานาชาติต่อสู้กลุ่มไอเอสและการก่อการร้ายจะดีกว่า

ส่วนชาติยุโรป ก็ไม่ควรสกัดกั้นผู้อพยพลี้ภัยด้วยการปิดพรมแดนหรือชิงถอนตัวจากอียูไปจัดการแก้ปัญหาแบบตัวใครตัวมัน แต่ควรร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแชร์ข่าวกรอง และรณรงค์สร้างความเข้าอกเข้าใจ ดึงชุมชนมุสลิมเข้ามาเป็นพวก ไม่ใช่ขับไล่ไสส่ง ซึ่งถ้าทำได้จะส่งผลให้กลุ่มไอเอสถูกโดดเดี่ยว

การปรับทัศนคติและดึงมวลชน จึงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการ ต่อสู้การก่อการร้าย!

บวร โทศรีแก้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้