ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ยังฟันธงไม่ได้ผ่านไม่ผ่าน

    ลิขิต จงสกุล3 เม.ย. 2559 05:01 น.
    SHARE

    “รัฐธรรมนูญ” ฉบับใหม่ยัง “ฟันธง” ไม่ได้ว่าจะออกหัวออกก้อย ต้องรอ 7 ส.ค. วันลงประชามตินั่นแหละจะได้คำตอบ แต่ คสช.จะตั้งรับอย่างไรหากไม่ผ่าน เพราะต้องเจอแรงเสียดทานเต็มพิกัดแน่

    ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้แม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะคลอดออกมาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคง “ฟันธง” ไม่ได้ว่าจะผ่านประชามติหรือไม่

    เพราะยังมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงวันที่ 7 ส.ค.59 สถานการณ์ทางการเมือง ยังมีตัวแปรอีกหลายอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้

    แต่โอกาสที่จะผ่านมีความเป็นไปได้มากกว่า

    อะไรที่ว่าแน่มันอาจไม่แน่ก็ได้...ว่างั้นเถอะ

    “เพื่อไทย” ได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วว่าไม่เห็นด้วย เพราะไม่เป็นประชาธิปไตยถึงขั้นว่าเชิญประชาชนให้ช่วยกันคว่ำ

    ให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้แทนเพื่อเลือกตั้ง

    นั่นเป็น “จุดยืน” ที่ชัดเจนมาตลอด

    เพียงแต่ว่าในความเป็นนักการเมืองนั้น หากไม่มีเวทีเล่นไม่ได้เข้าคลุกวงในก็ใช่ที่...แต่ที่ต้องเปิดหน้าว่าไม่เห็นด้วยนั้น ก็เป็นหลักการที่เรียกคะแนนจากผู้สนับสนุนได้

    หากไม่ผ่านก็เข้าทาง หากผ่านไปได้ก็แล้วกันไป

    “ประชาธิปัตย์” ยังลักปิดลักเปิดไม่ค่อยชัดเจนนักขอดูสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่งก่อน เพราะมีบางส่วนเห็นด้วยบางส่วนไม่เห็นด้วย

    มันอยู่ที่ว่าถึงที่สุดแล้วจะได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่

    พรรคระดับกลางและขนาดเล็กดูเหมือนว่าไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญเท่าใด

    ตีความได้ว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไรขอให้มีการเลือกตั้งก็เอาแล้ว

    ด้วยสมมติฐานต่างๆเหล่านี้อย่าเพิ่งไปคาดเดาล่วงหน้าก่อนจะดีกว่า รอดูความ เปลี่ยนผ่านในห้วงเวลาไปก่อนน่าจะดีกว่า

    แม้แต่ คสช.ซึ่งกุม “อำนาจพิเศษ” เท่าที่ฟังเสียงดูแล้วก็ไม่ค่อยจะพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่าใดนัก

    ที่ว่าอย่างนี้เพราะข้อเสนอ 3 ข้อที่ผ่านไปถึง กรธ.ก็ได้รับการขานรับไม่เต็มร้อยได้ไปเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น

    ยอมให้เต็มๆก็ตรงนี้ ส.ว.สรรหา 250 คน ระยะเวลา 5 ปีเท่านั้น แต่การที่ไม่มีอำนาจในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลย่อมทำให้การควบแน่นรัฐบาลใหม่ได้เต็มที่

    การเปิดช่องให้นายกฯคนนอกเข้ามาได้ก็ยังไม่แน่นอน

    เพียงแต่ว่าในฐานะผู้กุมกลไกทั้งหมดก็ต้องแสดงวุฒิภาวะในฐานะผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญและจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น

    การรณรงค์ให้ประชาชนไปลงคะแนนจึงต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะส่งทหาร รด.ลงพื้นที่หรือการออกมาตรการเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ

    ถึงขนาดออก ม.44 ให้ทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ ตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไปมีอำนาจที่จะตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายจับก็ตาม

    ใช้อำนาจเต็มพิกัดเอกซเรย์ทุกพื้นที่

    เอาเข้าจริงแล้วน่าจะเป็นว่าผ่านก็ได้ ไม่ผ่านก็ได้

    หากประชามติผ่านก็เดินหน้าให้มีการ เลือกตั้งตามโรดแม็ปที่ประกาศเอาไว้แล้ว ถ้าไม่ผ่านก็คงจะต้องเริ่มต้นใหม่และทำให้รัฐธรรมนูญเข้มข้นขึ้นตามที่ต้องการ

    แต่หากไม่ผ่าน และจัดทำรัฐธรรมนูญแบบจัดหนักคงจะต้องเจอแรงต่อต้าน ด้วยเหตุผลที่ว่า คสช.ต้องรับผิดชอบและใช้อำนาจเผด็จการเต็มรูปแบบ

    แรงเสียดสีทางการเมืองจะทำให้ความร้อนแรง มีได้มีเสีย ยิ่งใช้อำนาจมาก ก็จะเจอแรงต่อต้านมากขึ้นเป็นลำดับ

    เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองที่ต้องจับตากันต่อไป!!!

    ลิขิต จงสกุล

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สับรางวันอาทิตย์ลิขิต จงสกุลรัฐธรรมนูญคสช.ประชามติเพื่อไทยประชาธิปัตย์เลือกตั้งรัฐบาลประยุทธ์ที่มาของ สว.ม.44มาตรา 44คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐออนไลน์ไทยรัฐ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563 เวลา 22:45 น.