วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัดธรรมกายแจงสื่อ ธัมมชโยไม่ผิด! ฟอกเงิน-รับของโจร ดีเอสไอยังไม่นัด

วัดธรรมกายแจงสื่อ ธัมมชโยไม่ผิด! ฟอกเงิน-รับของโจร ดีเอสไอยังไม่นัด

  • Share:

พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ร่อนจดหมายชี้แจงกรณีดีเอสไอออกหมายเรียกพระธัมมชโย มารับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร ยืนยันความบริสุทธิ์และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ย้ำเป็นผู้อุทิศตนเพื่อพุทธศาสนา จับต้องได้เป็นรูปธรรม วอนทุกภาคส่วนให้ความเป็นธรรม ด้านอธิบดีดีเอสไอ เผยยังไม่ได้รับการประสานจากวัดพระธรรมกาย ระบุผู้ถูกออกหมายเรียกสามารถขอเลื่อนนัดได้ 1 ครั้ง ตามเหตุอันควร

อธิบดีดีเอสไอยังไม่ได้รับการประสานจากธัมมชโยว่า จะมาพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอหรือไม่หลังถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีการออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิดสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ว่า เบื้องต้นดีเอสไอยังไม่ได้รับการประสานจากวัดพระธรรมกาย เลย ตามขั้นตอนของกฎหมาย หากผู้ที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ไม่สะดวกตามที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปแล้ว สามารถขอเลื่อนนัดออกไปได้ 1 ครั้ง โดยขึ้นอยู่กับเหตุผลในการขอเลื่อนนัดด้วย ซึ่งจำเป็นต้องแจ้งเหตุผลที่ขัดข้องให้ชัดเจน เพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าเหตุผลดังกล่าวสมควรให้เลื่อนนัดออกไปได้หรือไม่

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวต่อด้วยว่า จากการที่ได้สัมผัสกับผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ที่ได้เข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่รับเช็คสหกรณ์ฯคลองจั่น โดยไม่มีมูลหนี้ ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 แล้วนั้น พบว่าสมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่น ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เกษียณอายุราชการแล้ว ได้นำเงินเก็บสะสมตลอดชีวิตมาฝากยังสหกรณ์ฯคลองจั่น เพื่อหวังได้รับเงินปันผลจากสหกรณ์ฯคลองจั่น หลังจากเกิดคดีดังกล่าวขึ้น ทำให้สมาชิกทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก บางรายถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว บางรายแม้แต่เงินที่จะนำไปรักษาอาการเจ็บป่วยโรคประจำตัวก็ยังไม่มี ดังนั้น อยากให้ประชาชนมองถึงปัญหาที่สมาชิกเหล่านี้ได้รับความเดือดร้อนด้วย

วันเดียวกัน วัดพระธรรมกายได้ส่งเอกสารชี้แจงมายังสื่อมวลชน ลงนามโดย พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย โดยข้อความตอนหนึ่งระบุว่า จากกรณีมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่าดีเอสไอออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร วัดพระธรรมกายขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของพระเทพญาณมหามุนี และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน นั่นเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะ จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำและก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศาสนสถานรองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน เจดีย์ วิหารศาลา ศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา การสร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา และญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้

เอกสารวัดพระธรรมกายระบุด้วยว่า พระเทพญาณมหามุนีได้บริจาคเพื่อสาธารณกุศลรวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท อาทิ ทอดผ้าป่าถวายคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือน ตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือนกว่า 30,000 กองทุน โครงการบรรพชาสามเณร 1 ล้านรูป เพื่อฟื้นฟูศีลธรรมแก่เยาวชนของชาติ ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ พระเทพญาณมหามุนีได้พิสูจน์ตนเองด้วยการทำความดีมาตลอดชีวิต จนอายุ 72 ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี อยู่ในช่วงท้ายของชีวิต การกล่าวหาท่านว่าสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร เป็นการกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริง ท่านจะทำอย่างนั้นไปทำไม เมื่อตลอดทั้งชีวิตท่านมีแต่อุทิศให้กับพระพุทธศาสนาและสังคม มีผลงานทั้งศาสนสถานและศาสนบุคคลมากมาย จึงขอวิงวอนทางราชการและสังคมได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้