วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมศิลป์ ยัน พระบรมธาตุนครศรีฯ อายุกว่า 1,000 ปี เท 29 ล้านบูรณะ

กรมศิลป์ ยัน พระบรมธาตุนครศรีฯ อายุกว่า 1,000 ปี เท 29 ล้านบูรณะ

  • Share:

(ภาพจาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช)

สำนักศิลปากรที่ 14 ยัน พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช อายุกว่า 1,000 ปี หลังตรวจอายุค่าอิฐ ขณะรองผู้ว่าฯ เผย เทงบ 29 ล้าน บูรณะ พร้อมแก้ปัญหาไฟส่องสว่าง-น้ำท่วม ก่อนเสนอขึ้นบัญชีมรดกโลก

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการในการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจังหวัดนครศรีธรรมราช (พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช) ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก ครั้งที่ 3/2559 โดยที่ประชุมรับทราบผลการตรวจหาค่าของอิฐที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อหาค่าอายุการก่อสร้างองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และติดตามความคืบหน้าการบูรณะพระบรมธาตุ การจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในวัด และการแก้ไขปัญหาถนนบริเวณหน้าวัด

นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช


นายศิริพัฒ กล่าวว่า จากการขุดค้นทางโบราณคดีของกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 14 เพื่อตรวจหาค่าอายุของอิฐที่ได้จากการขุดตรวจบริเวณฐานพระบรมธาตุ โดยวิธีการเรืองแสงความร้อน จำนวน 12 ตัวอย่าง หาค่าอายุได้ 11 ตัวอย่าง โดยเฉพาะตัวอย่างอิฐที่บริเวณเจดีย์ราย หรือเจดีย์บริวาร ที่ความลึกประมาณ 1 เมตรเศษ มีอายุประมาณ 1,021 ปี บวกลบ(±) 51 ปี และที่บริเวณฐานพระบรมธาตุ มีอายุประมาณ 1,119 ปี ± 67 ปี หรือราว พ.ศ. 1440-1500 ตรงกับพุทธศตวรรษ 15 ดังนั้นเมื่อประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว มีการสร้างศาสนสถานขึ้นบริเวณที่ตั้งองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชปัจจุบัน ต่อมาเมื่อประมาณ 800 ปี มาแล้ว มีการสร้างองค์พระบรมธาตุที่มีรูปลักษณะใกล้เคียงกับองค์พระบรมธาตุที่เห็นในปัจจุบัน

ด้าน นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ส่วนที่มีนักวิชาการบางคนระบุว่า พระบรมธาตุน่าจะมีอายุประมาณ 800 ปี และน่าจะมีการนำอิฐเก่ามาใช้ใหม่นั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจากการขุดค้นพื้นที่บริเวณใกล้เคียงไม่พบแผ่นอิฐในบริเวณดังกล่าว

ขณะที่ ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า คณะกรรมการฝ่ายวิชาการ จัดทำเอกสารเพื่อนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก จะนำผลการตรวจหาค่าของอิฐที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อหาค่าอายุการก่อสร้างองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ไปบรรจุไว้ในภาคผนวกของเอกสาร Domination Dossier ด้วยซึ่งสอดคล้องกับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ได้รวบรวมไว้ก่อนแล้ว และวันที่ 19 เม.ย. 59 คณะกรรมการวิชาการฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นการจัดทำแผนอนุรักษ์คุ้มครองวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ณ โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช จากนั้นวันที่ 22-23 มิ.ย. 59 จะมีการประชุมทางวิชาการภาคภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักวิชาการจากประเทศเพื่อนบ้านและประเทศไทย สรุปการจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ เพื่อส่งให้กรมศิลปากร กลั่นกรองต่อไป

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการบูรณะพระบรมธาตุนั้น ได้รับอนุมัติงบประมาณของกลุ่มจังหวัดฝั่งอ่าวไทยภาคใต้ตอนบน เรียบร้อยแล้ว กว่า 29 ล้านบาท ซึ่งสำนักศิลปากรที่ 14 กำลังดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบพัสดุ และแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน แต่ในชั้นต้นต้องมีการรื้อนั่งร้านที่ติดตั้งอยู่เดิมซึ่งใช้สำหรับขึ้นไปสำรวจลงก่อน คาดว่าจะสามารถเริ่มรื้อถอนได้ภายในเดือน เม.ย. นี้ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จากนั้นจะมีการติดตั้งนั่งร้านใหม่ ซึ่งจะมีความแข็งแรง และมีพื้นที่มากกว่านั่งร้านเดิม เพื่อใช้สำหรับการปฏิบัติงานของช่างสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

พร้อมกันนั้น จะมีการจัดทำห้องคลังที่วิหารศาลาธรรมศาลาตามรูปแบบเมื่อปี พ.ศ. 2537 เมื่อครั้งบูรณะพระบรมธาตุ เพื่อใช้สำหรับเก็บรักษาทองคำที่จะรื้อจากปลียอดลงมา ก่อนทำการบูรณะ ส่วนทองคำที่จัดซื้อมาใหม่นั้น กรมศิลปากร จะจัดซื้อมาจากกรมธนารักษ์ สำหรับขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงานจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจังหวัดนครศรีธรรมราช


ส่วนปัญหาเรื่องไฟแสงสว่างส่ององค์พระบรมธาตุ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานกับบริษัท ฟิลิปส์ จำกัด ที่เป็นผู้รับจ้างติดตั้งแล้ว ซึ่งยังอยู่ในระหว่างค้ำประกันสัญญา โดยบริษัทจะเข้าปรับปรุงแก้ไขภายในเดือนนี้ ส่วนที่อยู่ภายนอกบริเวณลานทราย ทางบริษัท ฟิลิปส์ จะมีการนัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีพื้นที่ทับซ้อนกันในการก่อสร้าง เพื่อสรุปหาเท็จจริงก่อนที่จะปรับปรุงแก้ไข

ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณลานทรายและภายในวิหารคต ทางนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน กำลังดำเนินการแก้ไข โดยจะมีการเพิ่มรางระบายน้ำระบบเปิด บ่อจุดพักน้ำเพิ่มขึ้น อีก 3 จุด เพื่อให้น้ำระบายได้รวดเร็วขึ้นเมื่อฝนตก นอกจากนี้ การปรับปรุงฝาท่อและพื้นถนนที่เป็นทางลาดบนถนนราชดำเนิน บริเวณหน้าวัดที่ชำรุดนั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนา ได้ประสานไปยังผู้รับจ้างให้ปรับปรุงแก้ไขแล้วเช่นกัน สำหรับการห้ามรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป และรถบัสวิ่งผ่านถนนราชดำเนิน หน้าวัด เป็นไปตามมติที่ประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีประกาศของเจ้าพนักงานจราจร เรียบร้อยแล้ว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้