วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' ชวนคนไทย ออกมาใช้สิทธิ์ลง 'ประชามติ'

'บิ๊กตู่' ชวนคนไทย ออกมาใช้สิทธิ์ลง 'ประชามติ'

  • Share:

"ประยุทธ์" แจงจำเป็นต้องปรับทัศนคติ "พวกดื้อด้าน" เซ็งอ้าง แต่ ปชต.-สิทธิมนุษชน วอนอย่าเอามาปนกันมั่ว แขวะจ้างการล็อบบี้ยิสต์บิดเบือนข้อเท็จจริง มั่นใจต่างชาติเชื่อ รบ.มากกว่า สับอดีตนักการเมือง-อดีตรัฐบาลไปดูงาน ตปท.ถี่ แต่ไม่เคยได้อะไรมาแก้ปัญหาประเทศ เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลานช่วงปิดเทอม หลังมีเหตุเด็กจมน้ำบ่อย ขู่เรือทัวร์-รถทัวร์ประมาทจนเกินเรื่อง เจอเล่นงานหนักแน่ ฮึ่มรื้อทุกคดีที่มีข้อครหา เรื่องไหนหมดอายุก็ต้องมีคนรับผิดชอบ               

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงการเชิญบุคคลเข้าการปรับทัศนคติว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย เพื่อมุ่งหมายจะสร้างความขัดแย้งบิดเบือนโจมตีรัฐบาลในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง คนไทยทุกคนต้องรู้กฎหมายและข้อห้าม แต่หลายคนก็ยังโจมตี คสช. อ้างคำว่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ซึ่งตนได้พูดมาหลายครั้งแล้ว เป็นคนละเรื่องกัน ถ้ากฎหมายมีไว้แล้ว ท่านฝืนท่านก็ผิดกฎหมาย เมื่อถูกจับกุมดำเนินคดี ท่านก็บอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แบบนี้ไม่น่าใช่ ซึ่งตนได้อธิบายหลายประเทศถึงเหตุผลของเราในเรื่องขอการเชิญมาปรับทัศนคติ ไม่ใช่เป็นอย่างที่เขาไปกล่าวอ้างกัน หรืออย่างที่มีการล็อบบี้ยิสต์ต่างๆในต่างประเทศ ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ทุกคนต้องเข้าใจประเทศไทย ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ 

"เราก็ไม่เคยไปทำร้ายคนต่างๆ เหล่านั้น ถ้าผิดจริงๆ ตามกฎหมาย ก็ต้องส่งดำเนินคดี ถ้ายังไม่ชัดเจน เพียงแต่ว่าเข้าใจผิด ก็เรียกมาพูดคุย แต่หลายคนก็พูดหลายครั้งแล้ว เรียกหลายครั้งแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แสดงว่าไม่มีเจตนาอันบริสุทธิ์ ในการจะวิพากษ์วิจารณ์ อย่างที่เขากล่าวอ้าง ก็จำเป็นต้องตักเตือนกันบ้าง ไม่ได้หมายความว่าใครพูดไม่ได้เลย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

หัวหน้า คสช.กล่าวต่อว่า 2 ปี ที่ผ่านมา เราได้ให้โอกาสในการทำความเข้าใจ โอกาสที่จะสำนึก แต่ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ยังเหมือนเดิม ต่อต้านกฎหมาย หลบหนี บิดเบือนล็อบบี้ต่างๆ เหล่านี้ไม่เคยยุติทั้งสิ้น  คนทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านทำมาหากินปกติ มีไม่กี่คนที่โวยวายเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องที่บิดเบือนทั้งหมด จึงอยากให้สังคมแยกแยะ โดยที่ คสช.พยายามไม่เป็นผู้ที่มาชี้ว่าผิดหรือถูก หรือใช้กฎหมายใหม่มาดำเนินการทั้งสิ้น อะไรที่จำเป็นก็ต้องมีกฎหมายที่จะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย นอกนั้นก็เป็นกฎหมายปกติ หลายคนที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ละเมิดทั้งกฎหมายพิเศษ กฎหมายปกติ กฎหมายสังคม ละเมิดทุกอย่าง คนเหล่านี้ถ้าหากว่าเข้ามาสู่ในการเมือง ก็ทำให้การเมืองเราเสียหายอีก วันนี้ก็อยากให้ทุกคนได้ยึดมั่นใน รัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะออกมา ให้ทำประชามติ ตนก็จบหน้าที่ในขณะนี้ ท่านก็ไปลงประชามติกัน ส่วนคนที่ทำผิดๆ มา ถามเขาด้วยว่า ที่เสียหายจะรับผิดชอบตอนไหน เมื่อเขากลับมาคราวหน้า ใครกลับมาแล้วแต่ ใครมีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหน กรุณารับผิดชอบในทางกฎหมายด้วย

"ผมไม่สามารถจะไปสั่งได้ว่าผ่าน หรือไม่ผ่าน เป็นเรื่องของท่านเอง แต่ผมมีความรับผิดชอบว่าผมต้องทำอะไรให้บ้านเมืองเรียบร้อย ผมไม่ปล่อยให้ใครทำตามอำเภอใจอยู่แล้ว อยากให้ประชาชนเลือกตัดสินใจเอาเอง แล้วก็ไปลงประชามติให้มากที่สุด ผมกะเกณฑ์ไม่ได้อยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว              

นายกฯ กล่าวต่อไปถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลว่า หลายๆ คนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลบริหารจัดการน้ำไม่ได้หรือ หาน้ำมาให้ไม่ได้หรือ ก็เพราะวันนี้เราไม่มีต้นทุนน้ำ ฝนตกน้อยลง ฝนตกใต้เขื่อน ฤดูฝนสั้น ระบบการกักเก็บน้ำไม่เพียงพอ ระบบการระบายน้ำเวลาน้ำท่วมก็ไม่เพียงพออีก ระบบการส่งน้ำที่จะไปให้ตรงกับพื้นที่การเกษตรก็ไม่มี วันนี้เรากำลังปรับทุกอย่าง ด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเชื่อว่าดีกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ทั้งน้ำกินน้ำใช้ ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมไปถึงการรักษาระบบนิเวศ ที่จะมีการประเมินข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ตัวเลขในการบริหารจัดการกลไกทั้งระบบ ที่ผ่านมาเราไม่เคยคิดอนาคต แก้กันไปเป็นปีๆ ไป แล้ววันหน้าถ้าแก้ไม่ได้จะทำยังไง วันนี้จึงได้มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แล้วก็ สวทช. ไปวิจัยและพัฒนาเตรียมการตั้งแต่บัดนี้ โดยดูตัวอย่างหลายๆ ประเทศที่ดำเนินการสำเร็จในเรื่องน้ำแล้ว

"ผมเห็นอดีตนักการเมือง อดีตรัฐบาลไปดูงานไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยครั้งแล้ว ผมไม่เห็นได้อะไรกลับมาสักอย่าง ไม่เห็นเคยเห็นสิ่งที่ไปดูมาเลย แล้วมาทำเลย ไม่รู้ไปดูอะไรมา ผมยังไม่เคยไปด้วยซ้ำ แต่ผมอ่านหนังสือเอา" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับช่วงฤดูร้อน ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกกระทรวงในพื้นที่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครต่างๆ ลงพื้นที่ดูแลเรื่องของภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า หมอกควัน ไฟไหม้ในอาคาร ไฟไหม้ในชุมชน ซึ่งเกิดขึ้นทุกปี ทั้งๆ ที่รัฐบาลก็พยายามเน้นย้ำว่า อยู่ที่ประชาชนเป็นหลัก ต้องระวังภัยของตัวเองก่อน และก็ยังต้องดูเรื่องโรคระบาดสุขภาพ ในช่วงนี้ที่อากาศเปลี่ยนแปลง วันนี้พายุฝนฤดูร้อนก็มากขึ้น ขอให้ระมัดระวัง ตรวจสอบบ้านให้มั่นคง ตลอดจนน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จุดเสี่ยงทุกจุด ทุกคนต้องรู้ ช่วงนี้เห็นลูกหลานจมน้ำตายแทบทุกอาทิตย์ ต้องช่วยกันทั้งผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ ตรงไหนอันตรายก็เขียนป้ายปักไว้ว่าน้ำลึกกี่เมตร ระมัดระวัง ห้ามเล่นน้ำ ลึก 5 เมตร 7 เมตร 10 เมตร เขียนไว้ เด็กก็อ่านหนังสือออก แล้วก็อบรมเขาในบ้านด้วยในส่วนของชาวประมงต้องระมัดระวังตัวเองด้วย ติดตามฟังประกาศของกรมอุตุฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประมงพื้นบ้าน เรือขนาดเล็ก เขาเตือนก็ฟังเขาบ้าง เข้าใจว่าต้องทำมาหากิน แต่ทุกอย่างต้องความปลอดภัยเป็นหลัก

"เราต้องใช้มาตรการเชิงรุก ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ก่อนจะเกิดเหตุการณ์จากน้ำฝนตามธรรมชาติ ฝนเทียม ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ต้องเตรียมพื้นที่แหล่งน้ำรองรับให้เหมาะสม ให้พร้อมเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุดสำรองไว้ ถ้าฝนมาล่าช้าจะได้ไม่มีปัญหาอีก พอไม่มี รัฐบาลรับอีก ผมกินน้ำยังต้องระวังเลย กินน้ำก็ต้องกินอย่างประหยัด กินตามความจำเป็น ไม่ใช่ทิ้งๆ ขว้างๆ กินครึ่งขวด ทิ้งครึ่งขวด คงไม่ลงถึงขนาดลดการดื่มน้ำละมั้ง คงใช้อย่างอื่นให้น้อยลงเท่านั้นเอง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวเตือนไปถึงเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวด้วยว่า อย่ามักง่าย บรรทุกเกินจำนวน แล้วฝนแรง ลมแรง ก็ยังวิ่งอีก ให้นักท่องเที่ยวเขาอยู่ไปก่อน อยู่จนกว่าคลื่นลมจะสงบ แล้วการเดินทางทางทะเลตอนกลางคืน ถ้าเป็นเรือขนาดเล็กไม่จำเป็นอย่าออกเลย ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นมา ต่อไปนี้ถ้าเรือท่องเที่ยว รถทัวร์ รถโดยสาร เกิดอุบัติเหตุด้วยความประมาท ทำคนตาย จะมีมาตรการลงโทษอย่างหนัก ใช้อำนาจตนนี่แหละ ไม่กลัวก็ตามใจ ท่านอยากตายของท่าน ท่านไปขับรถคนเดียวที่บ้าน ลูกเมียก็ลำบากเรื่องของท่าน แต่ท่านอย่าพาคนอื่นเขาไปตายด้วย นั่นแหละสำคัญ ตนต้องดูแลคนส่วนใหญ่ ให้ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัย ทุกคนมีความรับผิดชอบด้วยนะ ไม่ใช่รับผิดชอบครอบครัวตัวเอง หาเงินหาทองใช้ คนอื่นช่างมัน ถ้าอย่างนี้อย่าเลย อย่าเป็นมนุษย์เลย ต้องเป็นมนุษย์ คิดแบบคนเขาคิด มาตรการความปลอดภัยต้องพร้อม ไม่ใช่วัวหายล้อมคอกทุกที ทุกอย่างต้องคิดเชิงรุกในเชิงป้องกันให้มากที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า กฎหมายกำหนดอะไรไว้ทำตามนั้น อย่าให้ต้องออกกฎหมายเพิ่มเติมอีกเลย ขอให้ทำตามกฎหมายเดิมที่มีอยู่ก็แก้ไขไปได้ 90% แล้ว ที่ตายก็ตายไป คนอยู่ต้องต่อสู้กันไปอีก ทุกคดีไม่ต้องห่วง รื้อได้ทุกคดี คดีเก่า คดีใหม่ คดีที่ประชาชนเดือดร้อน สังคมเดือดร้อน ตนทำให้หมด สั่งตำรวจ สั่งฝ่ายความมั่นคงไปเรียบร้อยหมดแล้ว บอกให้กระทรวงยุติธรรมไปติดตามเรื่องเหล่านี้ คดีที่หมดอายุความ หมดเพราะอะไร ใครต้องรับผิดชอบ รื้อทั้งหมด ไม่เช่นนั้นก็เป็นอยู่แบบนี้ ก็คงเดือดร้อนกันบ้าง ยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เพราะเกิดขึ้นมาก่อนสมัยตน ก็ต้องทำให้ได้ ตราบที่มีเวลาอยู่

"ผมยินดีทำให้ทกอย่าง แต่บางอย่างทำไม่ได้ก็ต้องช่วยผม ไม่เช่นนนั้นก็กลับมา รัฐบาล นายกฯ หัวหน้า คสช. ผมทำให้ท่านเกิน 100 อยู่แล้ววันนี้ ไม่ต้องกลัว อันไหนทำได้ ผมทำเต็มที่ ทนฟังผมบ่นหน่อยก็แล้วกัน บ่นไม่ได้บ่นตัวเอง ผมบ่นเพราะแนะนำท่าน ไม่ใช่สอน" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้