วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฉลุย!! สปท. ผ่านมติ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ พ่วงคำถามประชามติ

ฉลุย!! สปท. ผ่านมติ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ พ่วงคำถามประชามติ

  • Share:

สปท.ผ่านมีมติ 136 ต่อ 3 ส่งคำถามให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ ช่วง 5 ปีแรกของ "วันชัย" ให้ สนช.พิจารณาประกอบการทำประชามติ ด้าน "เสธ.อู้" ถอนญัตติ ตั้ง กก.ปรองดองออก

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.59 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเสนอประเด็นคำถาม หรือความเห็นของ สปท.ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อประกอบคำถาม ที่จะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการออกเสียงประชามติเพิ่มเติม

โดย ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าวชี้แจงในที่ประชุมว่า มีสมาชิกเสนอญัตติมา 2 ญัตติ คือ 1.ขอให้ สปท.พิจารณาคำถามหรือความเห็นต่อ สนช.เพื่อประกอบพิจารณาตั้งคำถามประชามติว่า ขอให้พิจารณาการตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ที่เสนอโดย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สปท. และ 2.คำถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ใน 5 ปี แรก นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ให้นายกฯมาจากความเห็นชอบของรัฐสภา เสนอโดย นายวันชัย สอนศิริ สปท.

จากนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวเสนอญัตติว่า สิ่งที่ไม่พบในร่างรัฐธรรมนูญ คือ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ จึงได้เสนอคำถามนี้ และเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ก็ควรมีการตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ หรืออาจจะตั้งชื่ออื่นๆ ที่เป็นทางการภายหลังก็ได้ โดยให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการ

ด้าน นายวันชัย กล่าวเสนอญัตติว่า ส.ว.สรรหา 250 คน มีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไม่ให้รัฐบาลมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายๆ รวมทั้งมีหน้าที่ติดตามการเดินหน้าปฏิรูป ดังนั้น ถ้า ส.ว.250 คน มีส่วนร่วมในโหวตนายกฯ ก็จะช่วยดูได้ว่า นายกฯคนไหนไม่ฉลาดหรือประวัติไม่ดี ดังนั้นญัตตินี้ถือว่า เป็นการแก้วิกฤติของประเทศได้จริง สามารถประคับประครองสถานการณ์การเมืองได้ โดยร่วมกันดำเนินตามยุทธศาสตร์ชาติ ถือเป็นบรรยากาศที่สวยงาม จะทำให้เราได้รับช่วงเปลี่ยนผ่านที่เรียบร้อย แม้ไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างประเทศสากล แต่คำถามนี้คำถามเดียวจะครอบคลุมไปถึงญัตติแรก เพราะถ้าเราร่วมกันก็จะนำไปสู่ความปรองดองได้

ต่อมาที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยสมาชิกส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนญัตติของ นายวันชัย อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน และนายเสรี สุวรรณภานนท์ เพราะเห็นว่าประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี แรกจะต้องมีกลไกควบคุมการทำงานของรัฐบาล จึงเห็นว่าการที่ ส.ว.มีอำนาจในการดูแลและติดตามการทำงานของนายกฯ จะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยได้ โดย พล.อ.เลิศรัตน์ ได้ขอถอนญัตติที่เสนอ จากนั้นที่ประชุมได้มีมติว่า ห้ส่งญัตติของนายวันชัยไปยัง สนช. ด้วยคะแนน 136 : 3 งดออกเสียง 12 และ ร.อ.ทินพันธุ์ได้สั่งปิดประชุมในเวลา 18.15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้