king10
Thairath Logo
กีฬา

อันดามันประกาศปิดอ่าววันแรก เข้าสู่ฤดูสัตว์น้ำวางไข่

Share :
line-share-logo

อันดามันประกาศปิดอ่าววันแรก เข้าสู่ฤดูสัตว์น้ำวางไข่ เรือใหญ่จอดขึ้นปลาที่ท่าตามปกติ ส่วนเรืออวนครอบปลากะตักขนาดเล็ก ทยอยจอดลอยลำ เจ้าของเรือโอดต้องกู้หนี้เพิ่ม อุ้มแรงงานช่วงหยุดเรือ

จากกรณีที่มีการประกาศใช้มาตรการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำ ในฤดูปลาที่มีไข่และวางไข่เลี้ยงลูก ประกาศปิดอ่าวฝั่งอันดามัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.ในอาณาเขตพื้นที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนใน 4 จังหวัด คือ จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.กระบี่ และ จ.ตรัง ซึ่งกำหนดห้ามใช้เครื่องมือในการทำประมงบางชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาทู ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับบรรยากาศวันแรก ในการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวบริเวณท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลาภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 พบว่า ยังมีเรือประมงจำนวนมาก เข้าจอดเทียบท่า นำปลาขึ้นยังท่าตามปกติ ขณะเดียวกันพบว่า มีเรือประมงขนาดเล็กเข้าจอดลอยลำในท่าเพิ่มมากขึ้น

จากการสอบถาม นางกาญจนา หลิมพานิชย์ ผู้ประกอบการเรือประมงอวนดำ กล่าวว่า จากมาตรการดังกล่าวนั้น ไม่กระทบกับเรือประมงขนาดใหญ่ เพราะออกไปจับปลาบริเวณนอกอ่าวในจุดที่น้ำลึก และเห็นด้วยที่ออกมาตรการนี้มา ซึ่งเป็นผลดีต่อการวางไข่ของปลา แต่มีเรือเล็กจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบ เพราะหาปลาในบริเวณน้ำตื้น ของตนเองมีเรือขนาดเล็กก็นำจอดเข้าฝั่งไม่ออกจับปลาตามมาตรการ

ด้านนายสมชาย แก้วสีเหลือง อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการเรือประมงอวนครอบปลากะตัก กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ชาวประมงหลายราย ที่มีเรือประมงอวนครอบปลากะตักขนาดเล็ก ขนาด 20-30 ตันกรอส นั้นได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถจับปลาในบริเวณใกล้อ่าวได้ ต้องหยุดเรือและนำเข้าจอดลอยลำ เนื่องจากเรือขนาดเล็กนั้นไม่สามารถออกไปบริเวณน้ำลึกได้นาน เพราะหากมีคลื่นลมแรง จะไม่สามารถจับปลาได้ ทั้งนี้ ในส่วนของทะเลอันดามันนั้น มีน้ำลึกและคลื่นลมแปรปรวนกว่าฝั่งอ่าวไทย ทำให้มีหลายรายที่ต้องหยุดทำประมง ไม่มีรายได้ แต่ก็ต้องเคารพในมาตรการของทางภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการประมงหลายประเภทยังกังวล เรื่องมาตรการใหม่ที่ภาครัฐเพิ่งออก และเริ่มบังคับใช้ ทั้งในส่วนของการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ที่ประกอบอาชีพประมง 2 ปี ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายค่าขึ้นทะเบียนแรงงานเกือบ 7 พันบาท ต่อแรงงาน 1 คน แต่แรงงานที่ขึ้นทะเบียนมักละเมิดหรือผิดสัญญา หนีงาน ไม่สามารถออกเรือจับปลาได้ และอีก 1 มาตรการที่กังวล คือ มาตรการควบคุมเรือที่ออกทำประมงได้ไม่เกิน 205 วันต่อปี ซึ่งเฉลี่ยเดือนละ 13 วัน ทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านแรงงานสูง เกิดการกู้หนี้ยืมสินมาหมุนเวียนจนรายได้ติดลบ อยากให้ทางภาครัฐเข้ามาดูแลเยียวยา ก่อนที่ผู้ประกอบการจะแบกรับภาระไม่ไหวจนต้องขายเรือทิ้ง.

อ่านเพิ่มเติม...