ข่าว
100 year

ลุยกับเจ๊บุ๋ม : คนหรือหมาอยู่ยากกว่ากัน

บุ๋ม ปนัดดา4 เม.ย. 2559 05:01 น.
SHARE

"ศาลจำคุก 14 เดือน หนุ่มยิงหมาหน้าห้างดังตาย รับโมโหเจอไล่กัดบ่อย ขอโทษสังคม พร้อมปรับปรุงตัว"

หัวข้อข่าวที่ทำให้เกิดประเด็นสังคม ว่าทำไมคนทำร้ายหมาถึงได้รับโทษอย่างรวดเร็ว แต่หากเป็นคนแล้วยิ่งถ้าเกิดเป็นคนรวยจากตระกูลดัง กลับกลายจะไม่ได้รับโทษ และยังเดินลอยหน้าลอยตาในสังคมได้อย่างสบายใจ แถมโทษรับใช้สังคมก็ไม่เห็นไปทำ!?

แท้จริงแล้วบุ๋มเองไม่สบายใจที่ได้ยินแบบนี้ เพราะแท้จริงแล้วกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์เป็นกฎหมายใหม่ โทษเลยดูรุนแรง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคนแล้ว ระหว่างฆ่าคนตายกับฆ่าหมาตาย ยังไงโทษคนก็แรงกว่า ฆ่าคนโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ดังนั้นเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ส่วนเรื่องของผู้กระทำความผิดที่ฆ่าหมาแล้วโดนลงโทษตัดสินคดีความอย่างรวดเร็ว ก็ใช่ว่าจะรวดเร็วได้ทุกคดี

อย่างคดี โจโก้ หมาที่ถูกฟันหัวแบะ ทุกวันนี้ยังเอาผิดใครไม่ได้ แถมทีมงานมูลนิธิเดอะวอยส์ ตัวน้องเก๋ ชลลดา เดินทางไปในพื้นที่ทั้งแจ้งความตามตัวสืบคดี ขึ้นศาล เดินทางหลายรอบ แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ต้องนับถือน้ำใจที่ทำเพื่อหมาตัวหนึ่งจริงๆ ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้รักหมามากขนาดนั้นก็คงมองแล้วบอกว่าสงสารแล้วก็ลืมไปในที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนเกิดเรื่องดราม่ากันหนักขนาดนั้น แต่ตอนนี้ยังมีใครจำชื่อน้องหมาได้บ้าง

บุ๋มคิดว่า แทนที่จะมานั่งเปรียบเทียบโทษทำผิดของคนกับหมาว่าของใครจะหนักกว่าหรือรวดเร็วกว่ากัน เราควรกลับมามองที่กฎหมายของคนว่า "มันทันสมัยมากพอหรือเท่าทันความรุนแรงในสังคมในยุคปัจจุบันหรือไม่?" ไม่ใช่มานั่งประชดประชันกันแบบนี้ มันไม่เกิดอะไรดีๆ นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจกันเปล่าๆ นอกเหนือจากเรื่องของกฎหมายแล้วการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วย ถ้าประชากรในสังคมมันเยอะขึ้น ความรุนแรงในสังคมมันมากขึ้น ดูเหมือนคนในยุคปัจจุบันจะโมโหกันง่าย แถมยังจะมีคดีความทางด้านโลกโซเชียลอีก จำนวนเจ้าหน้าที่อาจจะน้อยเกินไปในการรับมือต่อคดีความและการช่วยเหลือประชาชน เลยทำให้ดูเหมือนว่าคดีเกี่ยวกับคนดำเนินการช้ากว่าหมา ทั้งที่จริงแล้วตำรวจเองก็พยายามอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน

ไหนๆ ก็พูดถึงหมาถึงสัตว์แล้ว ขอพูดถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์เลยก็แล้วกัน รูปแบบที่บุ๋มรับไม่ได้มากที่สุดก็คือ การที่คนทะเลาะกันเลิกรากันแต่ไปลงที่สัตว์ ตอนรักกันก็เอาสัตว์ให้เป็นของขวัญ แต่พอตอนเลิกกันกลับไปลงที่สัตว์ โยนสัตว์เลี้ยงทิ้ง อีกแบบหนึ่งคือพวกอยากดังทำเป็นทรมานสัตว์ออกสื่อ อวดตัวว่าตัวเองเก่งโดยการทำร้ายสัตว์ที่อ่อนแอกว่า แต่พอเจอคนดราม่าเค้าไปด่าเข้ามากๆ กลับบอกว่าเป็นเรื่องล้อเล่น! (แกว่างมากนักเรอะ?)

แต่ที่เห็นดราม่ากันง่ายมักจะเป็นเรื่องของเงินบริจาค เคสไหนที่เป็นข่าวน่าสงสาร ก็จะมีเงินหลั่งไหลเข้าไปบริจาคกันเยอะมาก แต่หลังจากนั้นไม่นานก็จะมีบางคนเข้าไปทักท้วงว่าช่วยชี้แจงหน่อยได้ไหมคะว่าเงินที่บริจาคไปเอาไปใช้อะไรบ้าง? ใครเป็นคนดูแลเงิน? คนที่ช่วยก็ต้องออกมานั่งอธิบายชี้แจงทีละประเด็น ซึ่งมันดีสำหรับคนบริจาคเพื่อความโปร่งใสและชัดเจน แต่บางทีมันก็เหนื่อยเพราะอย่าลืมว่าคนที่ชี้แจงก็คือคนที่ช่วยสัตว์ตัวนั้น กลับกลายเป็นว่าคนที่ช่วยจริงต้องมาเหนื่อยเป็นสองเท่า

ล่าสุดเห็นความน้อยใจเกิดขึ้นในกลุ่มของผู้ช่วยเหลือสัตว์ ว่ามีคนขอความช่วยเหลือมา แต่โดนปฏิเสธไม่ได้รับความช่วยเหลือ ก็เลยเอาเป็นประเด็นดราม่าว่ากลุ่มพวกนี้ต้องการแต่เงิน! รับแต่เคสดังๆ ที่เป็นข่าว เพื่อเรียกเงินบริจาคเยอะๆ คนที่อยู่มูลนิธิได้ยินแบบนี้แล้วก็น้อยใจกันถึงขนาดร้องไห้ งานประจำก็ต้องทำ งานช่วยสังคมช่วยเหลือสัตว์ก็ทำเยอะแยะ แถมยังมาโดนด่าแบบนี้อีก มันไม่คุ้มเลย ทั้งๆ ที่เค้าก็น่าจะเข้าใจว่าสัตว์ที่โดนรังแกมีเยอะมาก เงินที่บริจาคก็มีจำกัด เขามีความจำเป็นที่ต้องเลือกช่วยเหลือเคสที่รุนแรงกว่าหรือบาดเจ็บมากกว่า ซึ่งมันก็มักจะเป็นข่าวดังกว่า เขาไม่สามารถที่จะช่วยเหลือทุกเคสได้ จริงไหม? ของคนก็เหมือนกัน

พี่บุ๋มทำองค์กรทำดีก็มีข้อจำกัดในการช่วยเหลือคน ไม่ใช่ว่าบุ๋มเองจะช่วยเหลือทุกเคสได้ เวลามีคนมาพูดว่า "เคสที่ไม่เป็นข่าวพี่บุ๋มช่วยเหลือด้วยหรือเปล่าคะ" เห็นแบบนี้ก็สะอึกและน้อยใจเหมือนกัน ใจจริงก็อยากช่วยเหลือทุกคน แต่นี่ก็คนเดินดินเหมือนกัน เป็นดาราที่แค่อยากทำความดีอยากช่วยเหลือสังคม แต่มันก็ต้องเลือกช่วยเท่าที่จะช่วยได้ ไม่ใช่ว่าไม่ยืมเงิน 300,000 แล้วเราต้องช่วย ถ้ามีเงินขนาดนั้นผ่อนบ้านตัวเองดีกว่าไหม

ฟังแบบนี้บางทีมันก็ท้อ แต่ก็ได้ปลอบใจตัวเองว่า "ทำความดีมันต้องมีความสุข! ถ้าทำแล้วทุกข์จะทำทำไม" ดังนั้นจึงเลือกทำแต่ความดีที่ทำแล้วไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ทำในสิ่งที่ตัวเองพอทำได้เท่านั้น คิดแบบนี้แล้วก็สบายใจขึ้น แล้วก็ยังมีแรงในการทำความดีต่อไป

บุ๋มยังอยากเห็นสังคมที่มีความเอื้ออาทรช่วยเหลือกัน และเป็นสังคมที่ให้กำลังใจกันและกัน ไม่ใช่สังคมที่คอยเอาแต่บั่นทอนและจับผิด เพราะมันจะอยู่ยาก ทำดีก็หาว่าสร้างภาพ ต้องมาคอยระวังปากร้ายๆ ของคนอื่น แล้วการทำความดีมันจะมีความสุขได้ยังไง? จริงไหม?

IG: boompanadda

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังนั่งเขียนบุ๋ม ปนัดดาลุยกับเจ๊บุ๋มบุ๋มปนัดดาช่วยเหลือคนคอลัมน์ไทยรัฐคอลัมน์คนดังสุนัขยิงสุนัขฆ่าหมาตายเก๋ ชลลดาบันเทิงไทยรัฐออนไลน์thairathไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้