วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดูหนังออนไลน์-ซีรีส์เถื่อน EP.1 ฟรี ดูดเพลิน สูญหมื่นล้าน ฆ่า'คนเบื้องหลัง'

ดูหนังออนไลน์-ซีรีส์เถื่อน EP.1 ฟรี ดูดเพลิน สูญหมื่นล้าน ฆ่า'คนเบื้องหลัง'

  • Share:

เรียกว่า "ฮิต" ติดลมบน และกลายเป็นเรื่องที่ "ทอล์กออฟเดอะทาวน์" สำหรับ ซีรีส์เกาหลีเรื่องดัง Descendants of the Sun ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ใครๆ ก็ดูแล้วทั้งนั้น ทั้งที่ซีรีส์เรื่องนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการไทยซื้อลิขสิทธิ์มา แต่เมื่อถามว่าแล้วไปดูกันที่ไหนล่ะ "ก็ดูในเว็บที่ให้บริการดูหนัง หรือ ซีรีส์ ทั่วไปน่ะสิ" ประเด็นคำถามสำคัญคือว่า...เว็บหนังและซีรีส์เหล่านี้นำมาลงได้อย่างไร อีกทั้ง เมื่อสำรวจในเว็บต่างๆ ก็พบว่ามีหนังและซีรีส์มากมายที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วถามว่า คนทั่วไปรู้หรือไม่ คำตอบของนักดูหนังและซีรีส์เหล่านี้ คือ "รู้ แต่ขอแค่ดูฟรี แค่นี้จบ"

ที่ผ่านมา ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ในบ้านเรานับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เว็บหนัง ซีรีส์ เกิดกันเกลื่อนกลาด สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนรวยอิ่มหนำกันทั่วหน้า เรียกว่า จะดูแบบออนไลน์ก็ดูได้ จะดูด (โหลด) เก็บไว้ ก็หาได้...ใช่ปัญหา ที่สำคัญ เว็บเหล่านี้ยังมีโฆษณาวิ่งเข้าชนมากมาย แต่ใช่ว่าจะมีโฆษณาเล็กๆ หรือโฆษณาแปลกๆ แต่โฆษณารายใหญ่ๆ ก็โผล่มาให้ชมกันแบบโจ๋งครึ่ม

แล้วรู้ไหมว่า เว็บหนัง ซีรีส์เหล่านี้ ปีหนึ่งมีรายได้เท่าไร ความเสียหายที่ทิ้งไว้ให้แก่คนในวงการภาพยนตร์ และเจ้าของธุรกิจที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากต่างประเทศ​ มากมายแค่ไหน วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบ...

ภาพยนตร์ ที่กำลังฉายในโรงก็มีให้ดูฟรี แต่อาจจะเป็นเวอร์ชัน "ซูม"
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผย ปีนึง เว็บละเมิดลิขสิทธิ์ทำรายได้กว่าพันล้าน

จากการเก็บข้อมูลของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา พบว่ามีคนเข้าดูเว็บไซต์หนังออนไลน์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมีการติดตามกว่า 500,000 ราย ซึ่งขณะนี้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย มีประมาณ 22 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 66 ล้านคน หากคิดจำนวนผู้เข้าชมหนังละเมิดลิขสิทธิ์ จะเป็น 30% จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด หรือประมาณ 7 ล้านคนทั่วประเทศ

ส่วนรายได้ของเว็บไซต์เผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ยกตัวอย่างบางเว็บไซต์มีผู้เข้าชมประมาณ 5 แสนคน มีการเก็บค่าบริการประมาณ 250 บาท/เดือน รวมแล้วประมาณ 125 ล้านบาท/เดือน ดังนั้นยอดรวมของรายได้ที่มาจากการละเมิดลิขสิทธิ์ เฉพาะ “บางเว็บไซต์” ประมาน 1,500 ล้านบาทต่อปี นี่แค่รายได้จากเว็บบางส่วนเท่านั้น ยังสามารถส่งผลกระทบต่อรายได้ของวงการภาพยนตร์เป็นอย่างมาก

ผู้ประกอบการโอด เว็บหนังเถื่อนทำเสียรายได้ พลาดโอกาส

ขณะที่ ตัวแทนจากค่ายหนัง โดย นายพรชัย ว่องศรีอุดมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด บอกว่าปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ทางออนไลน์ เป็นปัญหาที่รุนแรงมาก โดยทางค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส สูญเสียรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท!

จะเห็นได้ว่า มีโฆษณาลงสนับสนุนเว็บด้วย

“เราสูญเสียรายได้เป็นเงินหลักพันล้านบาท เพราะหนังของเราโดนละเมิดลิขสิทธิ์ทุกเรื่อง หนังที่เราซื้อมาจึงกลายเป็นหนังที่ไร้มูลค่า ที่สำคัญ ตอนนี้นอกจากเว็บหนังออนไลน์แล้ว ยังมีกล่อง settop box ของผู้ให้บริการเถื่อน คล้ายๆ กล่องแอนดรอยด์ทีวีเชื่อมต่อทีวีโดยตรง เอาหนังของเราไปฉายให้กับผู้ซื้อกล่อง ทำให้การละเมิดลิขสิทธิ์นี้ส่งผลค่อนข้างรุนแรงมาก เป็นปัญหาสำหรับวงการภาพยนตร์มาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปีแล้ว”

ใน 1 ปี เอ็ม พิคเจอร์ส กำหนดทุนซื้อลิขสิทธิ์หนังประมาน 100-150 ล้านบาท โดยจำนวนหนังขึ้นอยู่กับจำนวนงบประมาณที่ตั้งไว้ ส่วนกำไรจากการลงทุนตรงนี้ อยู่ที่ประมาณ 20-30% ทั้งจากโรงหนัง โฮมเทียเตอร์ และอื่นๆ แต่หนังบางเรื่องก็ได้เงินจากรายได้จากโรงอย่างเดียว

ผู้บริหารเอ็ม พิคเจอร์ส ยอมรับว่า มีรายได้หลักทางเดียวจากโรงหนัง ส่วนของโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์โดนผลกระทบค่อนข้างเยอะ ทำให้คนไม่สนใจที่จะซื้อหนังไปดู หรือเช่าหนังตามศูนย์ก็ตาม ตอนนี้ศูนย์เช่าหนังก็ปิดตัวลงเพราะถูกผลกระทบการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าเทียบกับอดีต จะทราบว่าวงการโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ สูญเสียรายได้จากตรงนี้ปีละกว่าหมื่นล้านบาท

โมโนฯ โดนละเมิดทุกเรื่อง สูญรายได้ ปีละ 30 ล้าน 

เช่นเดียวกันกับ ค่ายโมโน ฟิล์ม นายปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ.โมโน เทคโนโลยี และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโน ฟิล์ม จำกัด ยอมรับแบบตรงๆ ว่า ถูกละเมิดลิขสิทธิ์หนังและซีรีส์ทุกเรื่อง โดยแต่ละปี ใช้งบประมาณในการซื้อลิขสิทธิ์ 600-800 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการเข้าโรงฉายต่อเรื่องแตกต่างกัน มากที่สุดอยู่ที่ 10 ล้านบาท และขาดทุนสูงสุด 3 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้ที่เป็นส่วนของกำไร ที่ได้จาก สิทธิ์เข้าโรงหนัง สิทธิ์เข้าฉายโทรทัศน์ หรือ สิทธิ์เข้าออนไลน์ จะมีราคาแตกต่างกัน โดยปีที่แล้วทางค่ายฯ ทำรายได้ส่วนนี้ประมาณ 15 ล้านบาทเท่านั้น

ปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์

แต่ผลกระทบจากการโดนละเมิดลิขสิทธิ์หนังทางออนไลน์ ทำให้ทางบริษัทฯ สูญเสียโอกาส และรายได้จากช่องทางอื่น เช่น รายได้การเผยแพร่ทางออนไลน์ที่ถูกลิขสิทธิ์ รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ และรายได้จากดีวีดี จึงคาดการณ์มูลค่าความเสียหาย เรื่องละ 5 แสน ถึง 5 ล้านบาท ปีหนึ่งเรามีหนังประมาณ 20 กว่าเรื่อง คาดว่าสูญเสียกำไรไปประมาณ 30 ล้านบาท

เว็บเถื่อนเอาเปรียบ เจ้าของสิทธิ์ปกป้องตัว แต่ไร้ผลเป็นรูปธรรม ซ้ำท่อน้ำเลี้ยงจากโฆษณา

ส่วนการแก้ปัญหานั้น นายปฐมพงศ์ เผยว่า ทางบริษัทโมโน ฟิลม์ จะแจ้งผ่าน ICT และแจ้งผ่านตำรวจอินเทอร์เน็ต บางครั้งมีพาร์ตเนอร์ร่วมมือกันช่วยแจ้ง หากบางทีเว็บอยู่ต่างประเทศ ก็แจ้งไปที่ต้นสังกัดค่ายหนัง สตูดิโอ ว่าให้ช่วยจับตามอง ส่วนเจ้าหน้าที่ทางการรับเรื่องเสมอ แต่การดำเนินการยังไม่ชัดเจน บางทีก็ไม่มีการตอบรับมา ซึ่งตนเข้าใจ เพราะบางเว็บไซต์เป็นเว็บไซต์ไทยแต่เชื่อมโยงกับเครือข่ายในต่างประเทศ ทำให้การควบคุมหรือตามตัวลำบากเพราะขอบเขตของกฎหมาย

เว็บซีรีย์ ก็มีเหมือนกัน บางเรื่องได้ดูพร้อมกับต่างประเทศเลย

"จะนำเรื่องฟ้องศาล ก็ลำบาก เพราะต้องหาจำเลยให้ได้ก่อน แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถตามตัวได้ เนื่องจากเจ้าของเว็บลงทะเบียนเป็นแบบนิรนาม กลายเป็นฟ้องนิรนาม ต้องใช้ความรู้ทางด้านเทคนิคเพื่อตามตัว ทั้งนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ที่รับร้องเรียนมีความรู้ด้านนี้เพื่อทำการติดตามตัว หรือ บล็อกทุก ISP ไม่ให้คนเข้าเว็บนั้น เมื่อไม่มีคนดู เว็บละเมิดลิขสิทธิ์ก็จะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากไม่มียอดวิว ก็ไม่มีโฆษณา ไม่มีโฆษณา เว็บเถื่อนเหล่านี้ก็อยู่ไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาทางค่ายฯ ก็เคยถูกละเมิดลิขสิทธิ์ทางยูทูบ เมื่อแจ้งยูทูบไป เขาก็มีวิธีการแก้ปัญหาของเขา ซึ่งอาจจะปิดแอคเคาต์นั้น หรืออาจจะเปิดทิ้งไว้ แต่รายได้จากโฆษณาของคนๆ นั้นจะมาเป็นของผู้ถือสิทธิ์แทน" ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ.โมโนฯ กล่าว อยากให้มีการตัดท่อน้ำเลี้ยง คือ "เงินโฆษณา"

ผู้ประกอบการหวังให้เข้าใจ หยุดอ้างเสพฟรีเพราะไม่มีเงิน

นอกจากนี้ นายปฐมพงศ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า หลายๆ คนรู้ตัวว่ากำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ แต่หากมองลึกเข้าไป การเสพฟรีไปเรื่อยๆ แบบนี้จะเป็นการทำลายคนในวงการหนัง คนที่ทำหนังก็จะหมดกำลังใจ เพราะเขาอยู่ไม่ได้ หากลูกของคุณเป็นผู้กำกับหนังขึ้นมา เขาจะอยู่อย่างไร เพราะรู้ว่ามันละเมิดลิขสิทธิ์กันมากมายขนาดนี้ ส่วนคนที่ระบุว่ารายได้ต่ำ ถ้าสามารถจ่ายค่ามือถือ จ่ายค่าเน็ต ก็ต้องมีเงินที่จะเสพคอนเทนต์ระดับหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้มีบางเว็บที่ให้บริการหนัง เพลง ซีรีส์ ออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ ตกประมาณร้อยกว่าบาทต่อเดือน ถ้ารายได้น้อยมากๆ ก็ยังมีฟรีทีวีให้รับชม

เมื่อถึงตรงนี้ ทีมข่าวฯ หลายคนคงเกิดข้อสงสัยว่า การลงโฆษณาในเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการ "สนับสนุน" การกระทำผิดหรือไม่ เป็นการทำผิดกฎหมายหรือเปล่า ตอนหน้ารู้คำตอบ

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้