วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เงินเฟ้อ มี.ค. ติดลบ 0.46% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15

เงินเฟ้อ มี.ค. ติดลบ 0.46% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15

  • Share:

พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อ เดือน มี.ค.ลดลง 0.46% ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ทำ 3 เดือน ลด 0.50% คาด ไตรมาส 2 ฟื้นเป็นบวก ชี้ ผลสำรวจใช้จ่ายสินค้าอุปโภค คนมีรายได้น้อยแห่ซื้อสินค้า เพราะโปรโมชั่น-ลุ้นรางวัล แนะ สคบ.ดูแลโปรโมชั่นให้เป็นธรรม ...

วันที่ 1 เม.ย. 59 นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยถึง ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน มี.ค. 59 ว่า เท่ากับ 105.84 ลดลง 0.46% เทียบกับเดือน มี.ค. 58 ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 นับจากเดือน ม.ค. 58 ที่ติดลบ 0.41% และติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ต่อเนื่องในรอบปีนี้ แต่ถ้าเทียบกับเดือน ก.พ. 59 เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.21% ขณะที่เฉลี่ย 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) ปีนี้ลดลง 0.50% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุที่เงินเฟ้อติดลบ 0.46% เป็นผลจากดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.25% สินค้าสำคัญที่ราคาลดลง เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ลด 16.06% ค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าหอพักลดลง 0.50% แต่หมวดยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 3.36% ส่วนดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 0.97% สินค้าสำคัญราคาแพงขึ้น เช่น ผักและผลไม้ เพิ่ม 3.30% ไข่และผลิตภัณฑ์นมเพิ่ม 2.66% อาหารบริโภคนอกบ้าน เพิ่ม 0.70% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 0.95%

"แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. คาดว่าอาจขยายตัวเป็นบวกได้ เพราะภัยแล้งน่าจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย และราคาน้ำมันดิบที่อาจเพิ่มขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อไตรมาส 2 จะเพิ่มขึ้น 0.03% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ถ้าเทียบกับไตรมาส 1 ปี 59 คาดจะเพิ่มขึ้น 0.85% อย่างไรก็ตาม ยังคงคาดว่าเงินเฟ้อปีนี้ยังขยายตัวที่ 0-1% และจะทบทวนประมาณการอีกครั้งในเดือน พ.ค.นี้"

ด้าน เงินเฟ้อพื้นฐานเดือน มี.ค. 59 ที่หักรายการกลุ่มอาหารสดและพลังงานออกเท่ากับ 106.38 เพิ่มขึ้น 0.75% เทียบกับเดือน มี.ค. 58 และเพิ่มขึ้น 0.01% เทียบกับเดือน ก.พ. 59 ขณะที่เฉลี่ย 3 เดือน เพิ่มขึ้น 0.67% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นายสมเกียรติ กล่าวต่อถึง ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคของประชาชน จำนวน 4,653 ตัวอย่าง ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 59 ว่า ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท/เดือน จำนวน 2,331 ตัวอย่าง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ มีพฤติกรรมการซื้อสินค้ามาจากปัจจัยโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม และลุ้นรางวัลมากสุด คิดเป็นสัดส่วน 57.63% ของผู้ตอบ ส่วนปัจจัยด้านราคารองลงมาคิดเป็นสัดส่วน 38.01%

ส่วนกลุ่มตัวอย่างในต่างจังหวัดก็ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านโปรโมชั่นในการเลือกซื้อสินค้ามากสุดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดูแลการโฆษณา และการใช้โปรโมชั่นต่างๆ ว่าเกิดความเป็นธรรม หรือมีการโฆษณาเกินจริงหรือไม่

"ปัจจัยในเรื่องโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม และลุ้นรางวัล มีผลต่อการตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยของผู้มีรายได้น้อยเป็นอย่างมาก ซึ่งข้อเสนอแนะ คือ การดูแลโปรโมชั่นให้มีความเป็นธรรม และไม่ชักนำไปสู่การซื้อที่ไม่ฉลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ" นายสมเกียรติ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้