วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สธ.เตือน ร้อน อาหารบูดเสียง่ายขึ้น ปชช.เสี่ยงโรคทางเดินอาหาร

สธ.เตือน ร้อน อาหารบูดเสียง่ายขึ้น ปชช.เสี่ยงโรคทางเดินอาหาร

  • Share:

อธิบดีกรมควบคุมโรค เตือน อากาศกลับมาร้อนถึงร้อนจัด ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก อาจทำให้อาหารบูดและเน่าเสียง่ายกว่าปกติ ปชช.เสี่ยงต่อการป่วยโรคระบบทางเดินอาหารสูง พร้อม ย้ำ 10 เมนูระวังเป็นพิเศษ...

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้อากาศในประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้น และจากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงสัปดาห์นี้ ความร้อนจะปกคลุมประเทศไทย ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่ ซึ่งอากาศที่ร้อนแบบนี้เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก และอาจทำให้อาหารบูดเสียได้ง่ายกว่าปกติ ประชาชนจึงมีความเสี่ยงเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินอาหารสูงกว่าฤดูกาลอื่นๆ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังความสะอาดของอาหารและน้ำดื่มเป็นพิเศษ
   
จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 มี.ค. 59 ทั่วประเทศ พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 30,203 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 276,230 ราย เสียชีวิต 2 ราย ตลอดทั้งปี 2558 ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 129,638 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 1,097,751 ราย เสียชีวิต 12 ราย 

สำหรับช่วงที่อากาศร้อนและอบอ้าวแบบนี้ อาหารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร ที่ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ 10 เมนู ได้แก่ 1. ลาบ/ก้อยดิบ 2. ยำกุ้งเต้น 3. ยำหอยแครง 4. ข้าวผัดโรยเนื้อปู 5. อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด 6. ขนมจีน 7. ข้าวมันไก่ 8. ส้มตำ 9. สลัดผัก และ 10. น้ำแข็ง ที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการกินอาหารและน้ำดื่ม ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ปรุงเองที่บ้าน อาหารสั่งซื้อ หรือออกไปกินอาหารตามร้านนอกบ้าน ที่สำคัญควรกินอาหารเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ ไม่กินแบบสุกๆ ดิบๆ ส่วนอาหารทะเลก็ขอให้ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ

นอกจากนี้ อาหารถุง อาหารกล่อง ควรแยกกับข้าวออกจากข้าว ควรกินภายใน 2-4 ชั่วโมง หลังจากปรุงเสร็จ เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง สำหรับอาหารเหลือต้องเก็บในตู้เย็น และทำให้สุกก่อนนำมากินใหม่ แต่หากมีกลิ่นผิดปกติไม่ควรกินเด็ดขาด

ส่วนการป้องกันทั้งสองโรคดังกล่าว ให้ปฏิบัติดังนี้ กลุ่มผู้ประกอบการอาหาร ขอให้ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงและสะอาด ล้างผัก/ผลไม้ ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง หั่นอาหารดิบ และอาหารสุกแล้วร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค ดูแลครัวให้สะอาด ส่วนผู้บริโภคขอให้ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ได้แก่ 1. กินร้อน คือ กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ในกรณีข้าวกล่อง อาหารถุง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนกินทุกครั้ง 2. ใช้ช้อนกลาง คือ เมื่อกินอาหารในคนหมู่มากร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลางในการตักอาหาร และ 3. ล้างมือ คือ ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหาร ก่อนปรุงอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก

“โรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง มีอาการคล้ายๆ กัน คือ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง อาจมีไข้ต่ำๆ ส่วนการดูแลเบื้องต้น ให้ดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น ยังถ่ายบ่อย รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ขอให้ไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้