วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ห้วย หนอง คลอง บึง...สักกี่คนเข้าใจความแตกต่าง

ห้วย หนอง คลอง บึง...สักกี่คนเข้าใจความแตกต่าง

  • Share:

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก ทักทายกันกับไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ขอมากับความรู้สึกที่ไม่ดีเอามาก ๆ กับอากาศบ้านเราในช่วงเวลานี้สักหน่อยเถอะค่ะ คุณผู้อ่านคิดเหมือนคุณครูลิลลี่ไหมคะว่า อากาศเมืองไทยของเราปีนี้ร้อนหนักกว่าทุกปีจริง ๆ ร้อนจนเรียกว่า อาบน้ำเสร็จแค่แต่งตัวก็เหงื่อแตกประหนึ่งเพิ่งไปวิ่งมา 3 รอบสนามอย่างไรอย่างนั้น อย่างเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งมีข่าวว่าช่วงวันที่ 17-19 มีนาคม อุณหภูมิความร้อนจะสูงสุดในช่วงเวลานั้น คุณครูลิลลี่เองก็เห็นว่าไม่แตกต่างนะคะ สามวันที่ว่าก็คือร้อนแล้ว แต่วันต่อ ๆ มาก็ยังคงร้อนอยู่นั่นเอง ไม่อยากจินตนาการเลยว่าพอเข้าสู่เดือนเมษายนอย่างเป็นทางการแบบนี้ เรา ๆ ท่าน ๆ จะสามารถประคองร่างอยู่ในอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงนี้อย่างไร

ล่าสุดเมื่อเช้านี้มีคนส่งไลน์มาหาคุณครูเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของความร้อนที่เพิ่มขึ้น อ่านแล้วก็ได้ประโยชน์นะคะ เขานำเอาภาพถ่ายแผนที่ประเทศไทยล่าสุดจากดาวเทียมขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติมาแสดงให้ดู ทำให้เรารู้เลยว่าประเทศไทยของเรานี้แทบไม่เหลือพื้นที่ป่าแล้ว เพราะฉะนั้นอย่างที่เรา ๆ ทราบกันดีว่าปีนี้ประเทศไทยของเราจะต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนจัด โดยอุณหภูมิน่าจะสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ก็เป็นเพราะสาเหตุหลักที่มาจากการสูญสลายไปของพื้นที่ป่าไม้นั่นเองค่ะ

ทางแก้ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้ยินกันอยู่ในขณะนี้ก็คือ ต้องช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด ต้องช่วยกันดูแลแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็น แม่น้ำ ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง เขียนมาถึงตรงนี้ด้วยความคุ้นชิน ด้วยความคุ้นเคย คุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ก็ต้องเป็นเหมือนกันแน่ ๆ เวลาพูดถึงชื่อแหล่งน้ำ เราจะนึกขึ้นมาได้ทันทีทั้งแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง แต่จะมีสักกี่คนเข้าใจความแตกต่าง เพราะฉะนั้นภาษาไทยในไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ขอเอาเรื่องของแหล่งน้ำมาสร้างความรู้คู่ความชุ่มฉ่ำกันดีกว่า เรียกว่ารับความรู้กันไปแบบเย็นสบาย มาเจาะลึกและดูความหมาย ความแตกต่างของแหล่งน้ำที่เรามักพูดถึงกันโดยละเอียดทีละคำเลยนะคะ

คำแรก คือ แม่น้ำ คำนี้ถ้าเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพบว่า แม่น้ำ หมายถึง ลำน้ำใหญ่ซึ่งเป็นที่รวมของลำธารทั้งปวง (เพราะฉะนั้นได้แล้วหนึ่งความรู้ว่า แม่น้ำใหญ่กว่าลำธาร แน่นอน) มาถึงคำว่า ลำธาร บ้างค่ะ ลำธาร เป็นคำนาม แปลว่า ทางน้ำที่ไหลจากเขา ค่ะ แถมเกี่ยวกับคำว่า ลำ อีก 2 คำที่เราอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไรคือคำว่า ลำประโดง หรือ ลำกระโดง สองคำนี้ก็เป็นคำนามเช่นกันค่ะ แปลว่า ลำน้ำขนาดเล็กที่ขุดจากลำน้ำขนาดใหญ่เพื่อชักน้ำเข้านาเข้าสวน จากลำธารก็มาถึงชุดคำเกี่ยวกับแหล่งน้ำที่เรามักจะพูดคล้องจองจนติดปากว่า ห้วยหนองคลองบึง อันนี้คุณครูลิลลี่เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนพูดจนติดปากเพราะคำคล้องจองกันง่ายต่อการจดจำ และนำมาพูด แต่ถ้าให้ชี้ชัดว่าแต่ละคำต่างกันอย่างไร เชื่อแน่ว่าไม่มีใครแยกแยะได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันทีละคำดีกว่าค่ะว่ามีความหมายว่าอย่างไรกันบ้าง เริ่มกันที่ ห้วย นะคะ คำนี้แปลว่า แอ่งน้ำลึกกว้างมีทางน้ำไหลจากภูเขามาขังอยู่ตลอดปี หรือแห้งบ้างเป็นบางคราว ซึ่งสำหรับในปีนี้คุณครูลิลลี่เชื่อว่าแห้งยาวแน่นอนค่ะ ส่วนคำว่า หนอง หมายถึง แอ่งน้ำค่ะ สั้น ๆ ง่าย ๆ พจนานุกรมบอกไว้แค่นี้จริง ๆ ค่ะ หนอง คือ แอ่งน้ำ มาถึง คลอง บ้างค่ะ คลอง หมายถึง ทางน้ำหรือลำน้ำที่เกิดขึ้นเองหรือขุดเชื่อมกับแม่น้ำหรือทะเลก็ได้ ส่วนคำสุดท้ายในชุดคำคล้องจองชุดนี้ก็คือ บึง ค่ะ บึง หมายถึงแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำขังตลอดปี ปีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีกี่บึงที่มีน้ำขังตลอดปีเหมือนที่พจนานุกรมบอกไว้

แถมกันอีกนิดเกี่ยวกับแหล่งน้ำนะคะ นั่นคือ ทะเล กับ ทะเลสาบ จริง ๆ ถ้าจำไม่ผิดสมัยไปเที่ยวจังหวัดสงขลาเมื่อหลายปีก่อนคุณครูลิลลี่เคยเขียนไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่ไม่เป็นไรค่ะ มาทบทวนกันอีกครั้งก็ได้ ทะเล คือ ห้วงน้ำเค็มที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ แต่เล็กกว่ามหาสมุทร ค่ะ ส่วนทะเลสาบ คือ ห้วงน้ำใหญ่ที่มีแผ่นดินล้อมรอบ มี 2 ชนิด จะเป็นทะเลสาบน้ำจืด หรือ ทะเลสาบน้ำเค็ม ก็ได้ค่ะ แต่ต้องจำไว้เลยว่า ทะเลสาบ ต้องสะกดด้วย บ ใบไม้ นะคะ ไม่ใช่ ป ปลา คำนี้ก็เห็นเขียนผิดกันอยู่บ่อย ๆ

เอาล่ะค่ะ ไทยรัฐออนไลน์รับร้อนตอนนี้ขอมอบความรู้ดีดีเกี่ยวกับเรื่องราวของแหล่งน้ำประเภทต่าง ๆ ก็หวังว่าอ่านไปได้ความรู้ไปก็คงจะรู้สึกเย็นกายสบายใจคลายร้อนกันไปได้บ้างนะคะ จนกว่าจะพบกันใหม่อาทิตย์หน้า สวัสดีค่ะ

instagram : kru_lilly, facebook : ครูลิลลี่

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้