วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชวนคนอื่นคว่ำรธน. อาจมีความผิด

ชวนคนอื่นคว่ำรธน. อาจมีความผิด

  • Share:
ทั้งกม.ประชามติและคำสั่งคสช.-ย้ำ60เลือกตั้งแน่

“วิษณุ” ย้ำได้เลือกตั้งแน่ปี 60 แพลมไต๋อาจมีเซอร์ไพรส์กฎหมายลูก 4 ฉบับสำหรับเลือกตั้งเสร็จเร็วชนิดตั้งตัวกันไม่ทันใจเย็นประชามติถูกคว่ำค่อยมาแก้ รธน.ชั่วคราว ขู่พวกรณรงค์คว่ำถ้าไม่โดน ก.ม.ประชามติ อาจเจอผิดคำสั่ง คสช. กรธ.เริ่มแจกจ่ายร่าง รธน.ให้หน่วยราชการ สปท.ถกคำถามแทรกประชามติ “เสธ.อู้” ชงตั้งกรรมการปรองดอง “เสรี” ปัดไม่เอาถามนำ “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯต่อ “ทินพันธุ์” แจงผลงาน สปท.ปั่นกันเต็มสปีด “นิพิฏฐ์” แฉบางพรรคเริ่มแตกลูกพรรคย่อย ปชป. เชื่อ คสช.-รัฐบาลดันประชามติผ่าน พท.ย้อนใช้ ก.ม.อะไรมาเอาผิด ขอแฟร์ๆอย่าปิดประตูตีแมว ปชต.ใหม่ประกาศจะไม่ทนรับร่างฯ “สมชัย” ชี้แถลงการณ์ พท.ยังไม่ผิด “บิ๊กป้อม” ขู่นักการเมือง ถ้าอบรมแล้วยังไม่เข้าใจ ใช้กฎหมายจัดการ ทหารปล่อย “วัฒนา” ย้ำห้ามป่วน “บิ๊กตู่” ร่วมวงประชุมนิวเคลียร์ ดึงสหรัฐฯร่วมประวัติศาสตร์ปฏิรูป

กระบวนการที่จะนำไปสู่การจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเริ่มเดินหน้าตามลำดับ ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประกาศยืนยันการเลือกตั้งมีขึ้นแน่นอนภายในปี 2560 พร้อมระบุว่า อาจมีเซอร์ไพรส์กระบวนการจัดทำกฎหมายลูก 4 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งอาจออกมาเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

สปท.ถกคำถามแทรกประชามติ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 มี.ค. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงว่า ที่ประชุมวิป สปท. มีมติเกี่ยวกับการเสนอความเห็นของ สปท.ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อประกอบการพิจารณาตั้งคำถามประชามติ ดังนี้ 1.ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนและประเทศเป็นส่วนรวม 2.ควรเป็นคำถามเกี่ยวกับการบริหารประเทศ มีผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ 3.ควรเป็นคำถามแก้ไขปัญหาให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ด้วยความสงบเรียบร้อย 4.ควรเป็นคำถามที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การกำหนดทิศทางของประเทศ และ 5.ควรเป็นคำถามที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ เพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาประเทศ มีสมาชิก สปท.เสนอคำถามมาแล้ว 2 ญัตติ คือ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และนายวันชัย สอนศิริ คาดว่าจะมีสมาชิกคนอื่นเสนอญัตติเข้ามาอีก เพื่อพิจารณาและขอความเห็นชอบต่อที่ประชุม สปท. วันที่ 1 เม.ย. ซึ่ง สปท.จะเสนอคำถามกี่คำถามก็ได้เพื่อให้ สนช.พิจารณา

“เสธ.อู้” ชงตั้งกรรมการปรองดอง

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สปท. กล่าวว่า จะเสนอญัตติประกอบการพิจารณาตั้งคำถามประชามติ คือ ให้ตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ เพื่อพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาความขัดแย้ง มีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่ได้เขียนไว้ จึงอยากเสนอเรื่องนี้ให้รัฐบาลในอนาคตเข้ามาดำเนินการ เพื่อสร้างความปรองดอง

ไม่เอาถามนำ “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯต่อ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ข้อเสนอจากกรรมาธิการฯบางคน เสนอตั้งคำถามพ่วงการทำประชามติ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่าน คงเป็นไปไม่ได้ และไม่เหมาะสมเพราะกลายเป็นเรื่องของตัวบุคคล อาจถูกมองเป็นเรื่องสืบทอดอำนาจได้ เท่าที่ทราบการประชุม สปท. วันที่ 1 เม.ย. เพื่อพิจารณาคำถามพ่วงประชามติของ สปท. มีการเสนอญัตติต่อที่ประชุม 2 เรื่อง คือ 1.ควรให้รัฐสภา คือ ส.ส. และ ส.ว. มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯหรือไม่ เสนอโดยนายวันชัย สอนศิริ 2.ควรให้มีคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ภายหลังการเลือกตั้งหรือไม่ ต้องดูเพิ่มเติมว่าจะมีสมาชิกเสนอประเด็นอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ และที่ประชุมจะเห็นชอบให้ใช้คำถามประชามติใด เพื่อส่งให้ สนช.พิจารณาตัดสินในขั้นสุดท้าย

ดันสุดตัวให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ

นายเสรีกล่าวว่า เท่าที่ดูเห็นว่าการตั้งคำถามให้รัฐสภา คือ ส.ส. และ ส.ว. มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ดูมีความเหมาะสม เพื่อเป็นการแก้วิกฤติประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่ง สปท.การเมืองหลายคนเห็นด้วย และ สปท.สายอื่นก็ไม่ขัดข้อง เป็นการนำประเด็นข้อห่วงใยช่วงเปลี่ยนผ่านไปให้ประชาชนเป็นผู้ชี้ขาด ไม่ใช่ทำเพื่อสืบทอดอำนาจให้ใคร เพราะไม่ใช่ประเด็นที่ระบุถึงตัวบุคคล แต่พูดถึงหลักการ หากประชาชนเห็นด้วยกับคำถามพ่วงประชามติเรื่องให้รัฐสภามีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ก็ต้องไปแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะไม่ได้แก้ไขหลักการร่างรัฐธรรมนูญ และคงใช้เวลาแก้ไขไม่นาน

กรธ.เริ่มแจกร่างฯให้หน่วยราชการ

วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาจัดทำสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ โดยก่อนการประชุม เจ้าหน้าที่ กรธ.ได้แจกเอกสารร่างรัฐธรรมนูญ ให้แก่ตัวแทนหน่วยงานราชการ รวมถึงสื่อมวลชน ที่ทยอยรับร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างคึกคัก

“วิษณุ” ย้ำอีกได้เลือกตั้งแน่ปี 60

ต่อมานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ถึงภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญว่า เพิ่งได้รับร่างมายังไม่ได้อ่านละเอียด แต่เห็นคร่าวๆแล้วน่าจะสนุก คงต้องใช้เวลาตะลุยอ่านอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง จะได้รู้ว่าหากผ่านประชามติในวันที่ 7 ส.ค.แล้วจะต้องทำอะไรก่อนหรือหลัง ส่วนข้อสังเกตในบทเฉพาะกาลว่าการเลือกตั้งอาจเลื่อนไปถึงต้นปี 2561 ไม่ผิด แต่ก็ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูก เพราะตามมาตรา 267 กำหนดให้ กรธ.ทำกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ ภายใน 8 เดือน แต่อีกมาตราก็กำหนดว่า เมื่อทำกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 5 เดือน สรุปกระบวนการจัดทำกฎหมายลูก คือ กรธ.จัดทำ ร่าง 8 เดือน สนช.พิจารณา 2 เดือน และศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีก 1 เดือน ซึ่งกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอาจเสร็จได้ภายใน 2-3 เดือนก็ได้ จึงไม่สามารถนำ 8 มาบวก 2 บวก 1 ได้ เว้นแต่ กรธ.จะเล่นกล นำกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับมาทำตอนหลังสุด ข้อสังเกตดังกล่าวเกิดจากความไม่ไว้วางใจ จึงมองในแง่ร้าย

อุบไต๋มีเซอร์ไพรส์จนตั้งตัวไม่ทัน

“ยืนยันว่า กรธ.มีสติปัญญา รู้ว่าคนกำลังรออะไรอยู่ ผมรู้อะไรมาแต่ไม่อยากพูด เอาเป็นว่า กฎหมายทั้ง 4 ฉบับจะออกมาเร็ว จนคนรู้สึกเซอร์ไพรส์มากชนิดตั้งตัวกันไม่ทัน ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป การเลือกตั้งจะมีขึ้นภายในปี 2560 ตามที่ระบุไว้แน่นอน แต่อาจเลื่อนไปจากเดิมที่วางไว้ในเดือน ก.ค. ประมาณ 2 เดือน เพราะมีบางอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เช่น ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ และโปรดเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก ไม่ใช่วันที่ 7 ส.ค. ผ่านประชามติแล้ว วันที่ 8 ส.ค. จะประกาศใช้ได้เลย หรือหากผ่านประชามติแต่เกิดการฟ้องร้องกันวุ่นวายภายหลัง ก็ต้องเลื่อนการประกาศใช้ออกไปอีก” นายวิษณุกล่าว

ใจเย็นประชามติคว่ำค่อยแก้ รธน.

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจตอบได้ว่าพอใจหรือไม่ แต่บอกได้ว่ารับได้ เพราะเราไม่สามารถชอบได้ทุกมาตรา อย่างพรรคเพื่อไทยที่บอกไม่ชอบ เชื่อว่าไม่ใช่เขาไม่ชอบทั้งหมด แต่เขาชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียมาแล้ว จึงอยากให้ทุกคนชั่งน้ำหนักแล้วตัดสินใจว่ารับไหวหรือไม่ เมื่อถามว่าจะกำหนดทางเลือกให้ประชาชนกรณีที่ไม่ผ่านประชามติหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ต้องถาม คสช. อย่าไปคิดว่าควรหยิบฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ เพราะเราอาจไม่คิดหยิบเลย หรือหยิบหลายฉบับก็ได้ รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาก็คล้ายกัน ต่างกันที่บทเฉพาะกาลบ้าง หากเอาฉบับอื่นไปประกบทำประชามติกับร่างฉบับนายมีชัย ทำได้ยาก เท่ากับว่าเราต้องรณรงค์หลายฉบับ หากเราทราบผลว่าไม่ผ่าน ค่อยกลับมาแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว

ขู่พวกรณรงค์คว่ำผิดคำสั่ง คสช.

นายวิษณุกล่าวต่อว่า ทุกอย่างจะลอยจากฟ้าหรือผุดจากดินโดยไม่มีอะไรมารองรับไม่ได้ ส่วนขั้นตอนการรณรงค์ประชามติจะเดินสายแจกแจง 3 กลุ่ม คือ 1.ให้ กกต.จัดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็น อาจเชิญตัวแทนพรรคการเมือง กรธ. หรือนักวิชาการมาพูดคุยกันได้ 2.กรธ.เดินสายชี้แจงเอง ไม่เกี่ยวกับ กกต. และ 3.การรณรงค์เพื่อให้คนออกมาใช้สิทธิ์ สำหรับคนที่ด่าทอโจมตี อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายว่าด้วยประชามติ หรือหากไม่ผิดก็ยังสุ่มเสี่ยงผิดกับคำสั่ง คสช.บางข้อได้

วิป 3 ฝ่ายปรับแผนปฏิรูปสอดรับ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย คือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สนช. และ สปท.ว่า หารือถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการปฏิรูป และมอบให้ฝ่ายเลขาวิป 3 ฝ่าย รวบรวมประเด็นเพื่อนำมาหารือต่อในสัปดาห์หน้า อาจต้องปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ ส.ว.มีหน้าที่ปฏิรูปประเทศด้วย ส่วนการปรับอายุ สปท.ให้เหลือ 4 เดือนนั้น ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด แต่ไม่กระทบกับแผนปฏิรูปที่วางไว้ สิ่งที่ สปท.ได้ศึกษาและเสนอรัฐบาลมา ส่งไปที่รองนายกฯเพื่อขับเคลื่อนต่อไปแล้ว เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างไรก็เป็นไปตามนั้น แต่ช่วงนี้ทำตามระบบเดิมไปก่อน สิ่งที่จะหารือกันคือการวางแผนการทำงานในอนาคต เพราะการปฏิรูปเป็นหมวดหนึ่งของรัฐธรรมนูญ จึงต้องเตรียมรับมือเพื่อเตรียมส่งผ่านให้รัฐบาลใหม่

กสม.รับได้บอกทำให้งานคล่องขึ้น

ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. กล่าวว่า พอใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะบัญญัติให้ กสม.ทำงานได้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการ และยกฐานะกฎหมาย กสม. เป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ทำให้เทียบเท่ากับองค์กรอิสระอื่น แม้ว่าอำนาจ กสม.ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะน้อยกว่าปี 2550 แต่สามารถไปเพิ่มใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแทนได้ โดยเฉพาะการให้อำนาจ กสม.ฟ้องแพ่งแทนผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม จะเร่งเรื่องการบริหารงาน เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการร้องเรียนมาที่ กสม. ได้ข้อสรุปเร็วขึ้น

“ทินพันธุ์” แจง สปท.ปั่นงานเต็มสปีด

ที่รัฐสภา ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธาน สปท. พร้อมนายอลงกรณ์ พลบุตร และ น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท. และทีมโฆษก สปท. ร่วมพบปะสื่อมวลชนชี้แจงผลงานในรอบ 6 เดือน โดย ร.อ.ทินพันธุ์กล่าวว่า สปท.ทำงานเต็มกำลัง เสนอเรื่องเร่งด่วนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มี 5 เรื่อง เช่น ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทุจริตและประพฤติมิชอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. คาดว่าภายใน เม.ย.นี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะออกมาบังคับใช้ได้ สปท.กำลังปรับแผนโรดแม็ปให้สอดคล้องกับการทำงานของหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวกับงานปฏิรูปใหม่ โดยจะจัดสัมมนานอกสถานที่วันที่ 29-30 เม.ย. ระดมสมองการทำงานช่วงที่เหลืออยู่ของ สปท.

“อลงกรณ์” ฟุ้งพอใจปฏิรูปคืบหน้า

ด้านนายอลงกรณ์กล่าวว่า 6 เดือนที่ผ่านมา สปท.ทำงานคืบหน้าไปตามโรดแม็ป บางเรื่องถือว่าก้าวหน้าไปตามเป้าหมาย การประสานงานกับแม่น้ำสายต่างๆถือว่าน่าพอใจ การปรับการทำงานเป็นไปตามเทคนิคการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ สปท.เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญเก่า พอมีรัฐธรรมนูญใหม่ก็ต้องสิ้นสภาพไป เวลาที่เหลืออยู่ 120 วัน เพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างกันเท่านั้น มิใช่เป็นการปรับการทำงานที่มีเหตุผลมาจากความขัดแย้ง ยืนยัน กรธ. และ สปท.ไม่ได้ขัดแย้งกัน ก่อนหน้านี้เพียงชี้แจงต่อคำพูดของ กรธ.บางคน ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ สปท.เท่านั้น จากนี้ สปท.จะทำงานเข้มข้น เพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็ปการปฏิรูปที่วางไว้ คือ 3+3+4 ต่อไป

“นิพิฏฐ์” แย้มเริ่มแตกลูกพรรคย่อย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ให้สมาชิกพรรคแต่ละคนไปศึกษาร่างรัฐธรรมนูญ ว่ามีปัญหาหรือข้อดีมาตราใดบ้าง วันที่ 6 เม.ย. ที่เป็นวันครบรอบวันก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ อาจมีข้อสรุปออกมา และเท่าที่ฟังความเห็นมาคิดว่าจะผ่านประชามติ ด้วยเหตุผลเดียวคือประชาชนอยากให้มีเลือกตั้ง มีรัฐบาลเลือกตั้ง ดูแลความเป็นอยู่ได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ไปไหนมาไหนชาวบ้านถามแต่ว่าเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง นักการเมืองมีความเห็นไม่ตรงกับ กรธ. โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งที่ใช้บัตรใบเดียว เมื่อมี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กับระบบเขต ควรใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เมื่อใช้บัตรเดียว พรรคการเมืองบางพรรคจะแตกลูก เป็นพรรคภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ เขามีสิทธิ์ได้ ส.ส.เกินครึ่ง มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ขณะนี้มีข่าวว่ามีแตกลูกพรรคย่อยออกมาแล้ว อาจแตกเป็น 2-3 พรรค แต่ประชาธิปัตย์ไม่แตกลูกแน่ เราเล่นตรงไปตรงมา ยอมรับกติกาจนกว่ากฎหมายจะถูกแก้ เหมือนเราชกปกติ แต่คู่ต่อสู้กลับชกใต้เข็มขัด

เชื่อ คสช.-รัฐบาลดันประชามติผ่าน

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลายเรื่องที่ กรธ. ยังดึงดัน เช่น บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทั้งที่ สนช. เสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชนได้ชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่เห็นด้วยกับการใช้บัตรใบเดียว ส่วนการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ถือว่าดี แต่ถ้าได้เขตใหญ่เรียงเบอร์จะดีที่สุด ส่วนจะผ่านประชามติหรือไม่ ต้องแล้วแต่ประชาชน แต่ คสช.และรัฐบาล คงพยายามให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ

ดักคอ สนช.อย่าปิดปากคนเห็นต่าง

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติโดยรอบคอบ ยึดเจตนารมณ์คือให้ประชาชามีส่วนร่วม เพราะร่างรัฐธรรมนูญที่จะนำไปทำประชามติ มีผลโดยตรงกับประชาชนทุกคน ต้องทำให้ประชาชนรู้ข้อดีข้อเสียร่างรัฐธรรมนูญก่อนลงมติ แต่ถ้าปิดกั้นการรับรู้ข้อดีข้อเสีย นอกจากจะไม่ใช่เป็นประชามติแล้ว แต่ยังเป็นการบิดเบือนมติของประชาชน จึงฝาก สนช. ไม่ควรรับธงจาก คสช.มากเกินไป หากปิดกั้นความคิดเห็นต่าง จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศระยะยาว

ย้อนยังไม่มี ก.ม.บัญญัติความผิด

ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย คณะทำงานติดตามร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมองว่าแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยเชิญชวนให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เสี่ยงทำผิดกฎหมายประชามติ ว่าจะผิดกฎหมายได้อย่างไรในเมื่อยังไม่มีกฎหมายใดออกมาใช้บังคับเรื่องการทำประชามติ หาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญออกมา ทางพรรคพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนจะเคลื่อนไหวต่อหรือไม่ต้องดูว่ากฎหมายห้ามทำอะไร จะทำอยู่ในขอบเขต ขณะเดียวกันจะรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มาก เพราะไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ชี้นำ แต่ให้ประชาชนตัดสินใจเองว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ

ต้องเปิดโอกาสให้ระบายออกบ้าง

นายสามารถกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาหลายพรรคก็แสดงความเห็น รวมถึงนักวิชาการ พรรคประชาธิปัตย์อาจยังไม่พูดจุดยืน ขอศึกษาดูก่อน แต่สักพักคงต้องพูดว่าเห็นด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่อยากติติง เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีแก่บ้านเมือง ส่วนการเปิดหลักสูตรอบรมผู้เห็นต่างของ คสช. สอดรับกับที่ คสช.ประกาศคำสั่งที่ให้อำนาจทหารเข้าตรวจค้น จับกุมผู้มีอิทธิพล แต่เป็นเรื่องสมควรหรือไม่ อยากถามว่าทำเพื่ออะไร จะให้ทุกคนคิดเช่นเดียวกันเป็นไปไม่ได้ บรรยากาศก่อนเลือกตั้งควรผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างแสดงความเห็น เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดที่ต้องใช้กับทุกคน หากไม่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่าง ก็ควรเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นได้เต็มที่ตามหลักสากล

พท.ขอแฟร์ๆอย่าปิดประตูตีแมว

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่อยากเชื่อคำร่ำลือ ว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีการปิดประตูตีแมวเพื่อให้ผ่าน เพราะ กรธ.และแม่น้ำทุกสาย ต่างบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญดี เป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ก็ควรไปพิสูจน์กันอย่างแฟร์ๆ ว่าประชาชนจะรับหรือไม่รับร่างฯ

กปปส.รับได้ รธน.ระยะเปลี่ยนผ่าน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำ กปปส. กล่าวว่า เท่าที่อ่านร่างรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก เห็นความพยายามของ กรธ.ร่างให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ กปปส. ดูใน 2 หลักประกันที่ควรมี คือ 1.หลักการปฏิรูปประเทศให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ซ้ำรอยรูปแบบเดิม แต่ต้องติดตามดูกฎหมายลูกว่าด้วยการปฏิรูปที่จะออกมาด้วย 2.ต้องมีกลไกแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติเมื่อถึงทางตัน ไม่เช่นนั้นก็จะเดินหน้าสู่การฉีกรัฐธรรมนูญอีก ส่วนที่มา ส.ว.สรรหา มองภาพรวมว่าเป็นหนึ่งในกลไกช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ แกนนำ กปปส.จะหารือและประกาศจุดยืนก่อนการทำประชามติ

ปชต.ใหม่ประกาศไม่ทนรับร่าง รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน กลุ่มนักศึกษาในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทบัญญัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย อาทิ คสช. ยังคงอยู่หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ จนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่หลังการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่ มีการนิรโทษกรรมและรับรองความชอบการกระทำ การใช้อำนาจโดย คสช. ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต (มาตรา 279) ขณะเดียวกัน มีการแก้ไขเพิ่มเติม เช่น การให้ ส.ว.ชุดแรก จำนวน 250 คน มาจากการสรรหา ซึ่งมี คสช.เป็นผู้คัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย การเปิดช่องให้ไม่ต้องเลือกนายกฯจากรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมาได้ (มาตรา 272) แสดงให้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญยังคงพยายามบ่อนเซาะสถาบันที่มาจากการเลือกตั้งให้อ่อนแอ เอื้อให้สถาบันที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน เป็นผู้บงการการเมืองไทยในระยะยาว กลุ่มเอ็นดีเอ็มจะไม่อดทนยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน ขอแสดงจุดยืนสนับสนุนให้ประชาชนไปร่วมลงประชามติ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และร่วมกันหาหนทางไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ด้วยมือของประชาชนเอง

“สมชัย” ชี้แถลงการณ์ พท.ไม่ผิด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า แถลงการณ์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวเห็นว่าไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะเป็นการแสดงความเห็นพร้อมเหตุผล แต่สุดท้ายแล้วจะผิดกฎหมายหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้ตัดสิน หากประชาชนเห็นว่ามีกรณีใดที่น่าจะเข้าข่ายกระทำการผิดกฎหมาย สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ เช่น หากมีการแจกใบปลิวรณรงค์ให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ว่ามีการปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย หรือมีการบิดเบือนข้อมูล ข่มขู่ คุกคาม อันก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยหรือไม่ รวมไปถึงพฤติกรรมมีการชุมนุมเกินห้าคนหรือไม่ ต้องดูกฎหมายประกอบเป็นรายกรณี ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า วงเงินงบประมาณ 2,991 ล้านบาท เพื่อจัดทำประชามติเป็นตัวเลขที่สูงเกินไปนั้น ยืนยันว่า กกต.พิจารณาอย่างรอบคอบ และปรับลดลงแล้วจากเดิมตั้งไว้ที่ 4,100 ล้านบาท ลดเหลือ 3,400 ล้านบาท และเหลือ 2,991 ล้านบาท สามารถอธิบายได้ทุกบรรทัด

จับนักการเมืองอบรมต้องมีสาเหตุ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ อาจถูกนำตัวเข้าหลักสูตรอบรมของ คสช. ว่า คสช.จะเป็นผู้ดำเนินการ จะเห็นได้ว่านักการเมืองที่ถูกเชิญไปพูดคุยมีแต่คนหน้าเดิมๆ ที่ไม่ค่อยเข้าใจ ฉะนั้น เราต้องทำให้พวกเขาเข้าใจให้ได้ กำลังเริ่มดำเนินการหลักสูตรอบรมนักการเมืองอยู่ หลักสูตรนี้ไม่ใช่เอาตัวมาเข้าค่ายทหาร เพียงแต่การเชิญมาอบรมนั้นต้องมีสาเหตุ มีการแสดงความคิดเห็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ใช่อยู่ดีๆจะไปเชิญตัวมาอบรม เพราะทำไม่ได้ บอกได้เลยว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ถ้าไม่ผิดจะเรียกมาทำไม

ถ้ายังไม่เข้าใจใช้กฎหมายจัดการ

เมื่อถามว่า หากพูดคุยแล้วยังไม่เข้าใจ จะใช้มาตรา 44 ดำเนินคดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า หากเป็นเช่นนั้นต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ที่เราทำอยู่ตอนนี้เพียงทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ เกิดความปรองดอง รวมถึงมาตรการปราบปรามผู้มีอิทธิพลไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือการทำประชามติ ถ้าใครเห็นชอบก็ลงไป ถ้าไม่เห็นชอบก็ไม่ต้องลง

คสช.หมายหัวพวกจ้องทำผิด

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า คสช.กำลังตรวจสอบว่าแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เข้าข่ายชี้นำจนอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคาดเคลื่อนหรือไม่ แต่เราต้องรอฟัง กกต.ด้วย อย่างไรก็ตามคสช.จะบันทึกการปฏิบัติของนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆไว้ และรอฟังรายละเอียดข้อกฎหมายจาก กกต. ว่าการกระทำใดมีความผิดหรือไม่ อย่างไร สิ่งใดที่ไม่ละเมิดกฎหมายเราก็ไม่ว่า แต่สิ่งใดที่ผิดกฎหมายเราต้องดำเนินการ ทุกอย่างไม่มีกลั่นแกล้งกัน

ทหารปล่อย “วัฒนา” ย้ำห้ามป่วน

เมื่อเวลา 14.30 น. นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก “โพสต์แรกเมื่อออกจากค่าย” ระบุว่า “วันนี้เวลา 12.30 น. ผมถูกปล่อยตัวออกจาก มทบ.11 แล้วครับ รวมเวลาที่ถูกควบคุมตัวทั้งสิ้น 73 ชั่วโมง ผมขอทำธุระส่วนตัวบางอย่าง พรุ่งนี้เช้าผมจะมีความเห็นทางการเมืองต่อไป ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงและให้กำลังใจครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารได้ขับรถไปส่งนายวัฒนาที่บ้านพักย่านเขตประเวศ โดยนายวัฒนาให้สัมภาษณ์ว่า ทางทหารยังขอความร่วมมือว่าหากจะวิพากษ์วิจารณ์ อะไร ขอให้วิพากษ์ในเชิงวิชาการ หากไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นไร แต่อย่าชักชวนให้ประชาชนคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

อย่ายอมนักการเมืองปลุกปั่น

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกับข้าราชการในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการ “จังหวัดชายแดนภาคใต้ รู้ รัก สามัคคี ตามรอยพระยุคลบาท” ตอนหนึ่งว่า ปัจจัยในการนำพาประเทศไทยสู่ความเป็นประชาธิปไตย สำคัญที่สุดคือ ความรักสมัครสมานของประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ต้องไม่ให้นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดมายุยง ทำให้คนไทยเกิดความแตกแยก ต้องรักษาความเป็นหนึ่งเดียว ยึดมั่นความซื่อตรง ซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน และมีความกตัญญูกตเวที ทุกครอบครัวต้องมีความรู้รักสามัคคี เพื่อเป็นแบบอย่าง ต้องไม่มีความขัดแย้ง เพื่อให้สังคมไทยเกิดความร่มเย็น ได้ประชาธิปไตยที่ประชาชนปรารถนา

“บิ๊กตู่” ร่วมวงประชุมนิวเคลียร์

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-1 เม.ย. เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา จากนั้นเวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่สภาหอการค้า สหรัฐอเมริกา และสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน ร่วมเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติ โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ กลุ่มพลังงาน ยาและเคมีภัณฑ์ ก่อสร้าง สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมผู้แทนจากภาครัฐของสหรัฐฯ
ประมาณ 200 คน

ปลื้มหอการค้าสหรัฐฯจัดเลี้ยงมื้อค่ำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้ร่วมงานเลี้ยงว่า การเดินทางมาสหรัฐฯครั้งนี้ มาในหลายฐานะ สำคัญที่สุดคือฐานะเพื่อน รองลงมาคือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นสถานะที่ไม่อยากเป็น แต่จะเป็นให้ดีที่สุด ขอบคุณสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน และสภาหอการค้าสหรัฐฯที่จัดเลี้ยงเพื่อให้เกียรติและต้อนรับอย่างอบอุ่น ถือเป็นงานเลี้ยงที่สำคัญยิ่งสำหรับไทย สหรัฐฯ และอาเซียน ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรปและสหรัฐฯ จึงจับจ้องมาที่ภูมิภาคเอเชียที่มีประชากรกว่า 4.5 พันล้านคน จีดีพีรวมกันทั้งสิ้น 27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่าการค้ากว่า 1 ใน 3 ของมูลค่าการค้าโลก หวังว่าสหรัฐฯกับอาเซียนจะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ดีต่อกัน โดยไทยมีนโยบายเป็นไทย+1 หรืออาเซียน+1 จากการพูดคุยกับภาคธุรกิจสหรัฐฯเริ่มเห็นอนาคตที่สดใส จะนำไปปรับใช้กับไทย สิ่งสำคัญของคนที่เป็นทหาร คือ ไม่พูดอะไรที่ไม่เป็นความจริง เมื่อตัดสินใจจะทำอะไรต้องทำให้ได้ เป็นหลักการของตน

ดึงสหรัฐฯร่วมประวัติศาสตร์ปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ไทยและอาเซียนจะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิก (TPP) อย่างแน่นอน ขอให้สหรัฐฯช่วยดูแล และยินดีที่เราเป็นมิตรต่อกันมากว่า 183 ปี เห็นด้วยกับนโยบายปรับสมดุลอาเซียนของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่ควรทำให้ครบทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรม เพราะรัฐบาลไทยมุ่งมั่นจะปฏิรูปประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อเป็นรากฐานในอนาคต 20 ปีข้างหน้า ให้สามารถเป็นหุ้นส่วนที่มีความรับผิดชอบ เข้มแข็งและสร้างสรรค์สำหรับสหรัฐฯ มิตรประเทศ และประชาคมโลก โดยการสร้างความเข้มแข็งภายในโดยน้อมนำตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว แต่เรื่องการปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน คงทำไม่ทัน ดังนั้นจะใส่ไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ อยากให้สหรัฐฯมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของไทยด้วย

ชูมาตรการภาษีจูงใจชวนลงทุน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไทยมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เป็นจุดแข็ง คือ ระดับเงินสำรองสูง อัตราการว่างงานต่ำ แรงงานมีทักษะ มีความขยันขันแข็ง มีคุณภาพและสร้างสรรค์ ปัจจุบันรัฐบาลออกมาตรการเพื่อปรับทุกอย่างให้ทันสมัย ให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้รวดเร็ว ตอนนี้เป็นยุคใหม่ของไทย ขอเชิญชวนร่วมลงทุนในไทย ทั้งอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ท่องเที่ยว การเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ และแปรรูปอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) 5 สาขา โดยรัฐบาลไทยมีมาตรการและสิทธิพิเศษทางภาษีให้ด้วย และยังให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่

เหน็บพวกปล่อยข่าวไทยเคอร์ฟิว

“ตอนนี้คิดเยอะ พูดเยอะ แต่ทำเยอะกว่า และจะทำให้ดีที่สุด ขอให้เชื่อมั่นผม ใครจะเป็นนักการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีผมไม่สนใจ ขอให้เป็นมิตรที่ดีต่อกันซึ่งยาวนานมาถึง 183 ปีแล้ว ไม่อยากให้หยุดความสัมพันธ์ ขอให้สหรัฐฯเห็นใจไทยและอาเซียน ขอโทษที่ทำให้ทุกคนกลับบ้านหลัง 4 ทุ่ม ไม่รู้ที่สหรัฐฯห้ามไหม แต่ที่ไทยไม่ได้ห้าม ไม่ได้ประกาศเคอร์ฟิว เหมือนที่บางคนพูด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ก.พ.ปัดชง ครม.ยืดอายุเกษียณ

ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จ.นนทบุรี นายวิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ เลขาธิการ ก.พ. แถลงข่าวกรณีสื่อมวลชนเสนอข่าวเดือน เม.ย.นี้ ก.พ.เตรียมเสนอ ครม. ยืดการเกษียณอายุราชการเป็น 65 ปี ว่า ข่าวดังกล่าว ก.พ.ไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ออกมา และมีความคลาดเคลื่อนหลายประเด็น เรื่องนี้ยังต้องทำการศึกษารายละเอียดอีกมาก โดยคณะอนุกรรมการวิสามัญ (อ.ก.พ.) ขอให้ ก.พ.ไปเปิดรับฟังความเห็นเพิ่มเติมเพื่อความรอบคอบ เนื่องจากเห็นว่า แนวทางที่เสนอมาส่งผลกระทบวงกว้างต่อข้าราชการ และต้องแก้ไขกฎหมายซึ่งมีกระบวนการและขั้นตอนอีกมาก ดังนั้น ข่าว ก.พ.เตรียมเสนอเรื่องนี้เข้า ครม.จึงไม่เป็นความจริง

จ่อโอนงบฯกองทุนหมู่บ้านผ่านเกณฑ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินงานโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ว่า ขณะนี้กองทุนหมู่บ้านเสนอโครงการเข้ามาแล้ว 4,000 กองทุน มี 2,056 กองทุนที่ผ่านหลักเกณฑ์ ได้รับเงินสนับสนุนกองทุนละ 5 แสนบาท รวมเป็นเงิน 1,017 ล้านบาทเศษ โดยก่อนโอนงบฯจะตรวจสอบอีกครั้งว่าสมควรได้รับอนุมัติเงินหรือไม่ และได้เร่งรัดการพิจารณาอนุมัติเงินให้กับกองทุนต่างๆ ถึงประชาชนโดยเร็ว โดยไม่มีการเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการจากใครทั้งสิ้น และจะทยอยพิจารณาในส่วนกองทุนที่เหลืออยู่ในทุกๆสองสัปดาห์

รัฐบาลตามติดเบิกจ่ายภาครัฐ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าหลังคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้าตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า ความจริงรัฐบาลติดตามการเบิกจ่ายใช้งบประมาณทุกหน่วยงานภาครัฐ คตร.ไม่ได้พุ่งเป้าเฉพาะงบฯ สสส.เท่านั้น หรือการใช้งบฯ สสส.สนับสนุนสำนักข่าวอิศรา ที่มีการนำไปอบรมสื่อมวลชน ผสมผสานกับเรื่องสุขภาวะว่าตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ให้เกียรติคณะกรรมการ สสส.ชุดปัจจุบัน เชื่อว่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่

“ศรีราชา” ให้อดใจรอฟ้อง บ.ยักษ์ใหญ่

อีกเรื่อง จากกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เตรียมดำเนินการฟ้องร้องศาลปกครอง ต่อบริษัทขนาดใหญ่บริษัทหนึ่ง ที่เคยเป็นรัฐวิสาหกิจและมีการแปรรูปไปเป็นบริษัทเอกชน ที่มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง มีพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสนั้น ล่าสุด นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า จะแถลงข่าวความชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 4 เม.ย. เวลา 10.00 น.

นายกฯย้ำกวาดทุจริตที่ซุกใต้พรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำจดหมายข่าวรัฐบาล เพื่อประชาชน ฉบับที่ 23 มาแจกจ่ายสื่อมวลชน โดยคอลัมน์ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ระบุว่า ปวงชนชาวไทยโชคดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น “ในหลวง” และ “หัวหน้าครอบครัว” ของพวกเรา ทรงตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม บ้านเมืองยังคงต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ประชาชนต้องยึดหลักฆราวาสธรรม ธรรมะของผู้ครองเรือน ยึดสัจจะ ซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ ตั้งมั่นในความดี อดทน เอาชนะกิเลส มีจิตสาธารณะ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน ต้องการการเก็บกวาดเช็ดถูทุจริตที่ถูกซ่อนอยู่ใต้พรม ให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยสุจริต เพื่อปฏิรูปประเทศไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้