วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คพ.เผยหมอกควัน "เชียงราย-แม่ฮ่องสอน" ยังวิกฤติ

คพ.เผยหมอกควัน "เชียงราย-แม่ฮ่องสอน" ยังวิกฤติ

  • Share:

คพ.ชี้ปัญหาหมอกควัน"เชียงราย-แม่ฮ่องสอน"ยังวิกฤติ เหตุควันไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้าน ร้องเลขาฯ อาเซียนวอนเพื่อนบ้านร่วมแก้ไข

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.59 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น.ส.อาระยา นันทโพธิเดช รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือ และการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนปี 2559 ว่า กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ทำตามกรอบแผนงานโดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ (ศอ.ปกป.) เป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับภาค และระดับจังหวัด โดยนำบทเรียนจากปีก่อนๆ มาปรับเปลี่ยน เช่น จากเดิมมีการกำหนดช่วงเวลาในการชิงเผา แต่ในปีนี้ส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้กำหนดช่วงการเผาเอง โดยปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมและพื้นที่เกษตรกรรมแต่ละชนิด แต่มีข้อตกลงว่าจะต้องไม่เกินเดือน ก.พ. เป็นต้น ทั้งนี้หากผู้นำท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง จะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาหมอกควันได้มาก เช่น ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่วางแผนประชารัฐด้วยการคัดเลือกสมาชิกแต่ละหมู่บ้านจำนวน 25 คน เพื่อช่วยในการดับไฟป่า ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่โมเดลที่ช่วยกันแก้ปัญหานี้เป็นอย่างดี

ด้าน นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ในพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อ.แม่สาย จ.เชียงราย และจ.แม่ฮ่องสอน ยังเป็นพื้นที่วิกฤติ พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่าเกินมาตรฐานสูงสุด 301 และ 264 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร (มก./ลบ.ม.) ซึ่งค่ามาตรฐานอยู่ที่ 120 มก./ลบ.ม. และในวันนี้ (31 มี.ค.) ที่ จ.เชียงราย ค่าอยู่ที่ 182 มก./ลบ.ม. ซึ่งเป็นผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนนั้น ประเทศไทยได้ส่งหนังสือไปยังเลขาธิการอาเซียนเพื่อชี้แจงให้ประเทศเมียนมาร่วมแก้ปัญหานี้ แต่เนื่องจากเมียนมาเพิ่งเปิดประเทศ จึงทำให้การทำงานบางอย่างยังล่าช้า อีกทั้งชาวบ้าน หรือชนเผ่ายังมีวิถีชีวิตแบบเดิมที่นิยมการเผา อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ทุกประเทศจะร่วมมือกันแก้ปัญหา ที่ผ่านมา คพ.ได้ส่งมอบสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบกึ่งถาวรให้แก่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน(สปป.)ลาว ไปแล้ว และเตรียมของบประมาณในปี 2560 ดำเนินติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่เมียนมาและกัมพูชา เพื่อให้ 2 ประเทศรับรู้ข้อมูลคุณภาพอากาศภายในประเทศ และสามารถนำไปวางแผนบริหารจัดการในพื้นที่ได้ แต่ในปัจจุบันทั้ง 2 ประเทศนี้ยังไม่มีสถานีตรวจวัดอากาศเลย ซึ่งตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามแดน เป็นข้อตกลงที่ 10 ประเทศอาเซียนให้สัตยาบันที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันที่เกิดขึ้นในประเทศภาคีสมาชิก

เมื่อถามว่า งบประมาณ 93 ล้านบาท ที่ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ปี 2559 มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าแค่ไหน นายวิจารย์ กล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวยังไม่ได้ใช้ทั้งหมด ซึ่งบางจังหวัดใช้งบประมาณของพื้นที่มาแก้ไขเอง ส่วนงบประมาณที่ดำเนินการไปแล้วนั้นหากเทียบกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นถือว่ามีประสิทธิภาพ เพราะสถานการณ์ดีขึ้นกว่าปี 2558 เป็นอย่างมาก.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้