วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลองของจริง ISUZU D-MAX HI-LANDER 1.9 DDi BLUE POWER

ลองของจริง ISUZU D-MAX HI-LANDER 1.9 DDi BLUE POWER

  • Share:

แนวคิดเล็กแรงและประหยัดที่ Isuzu นำเสนอเหมาะสมมากกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน นวัตกรรมลดขนาดของเครื่องยนต์ โดยยังคงความสามารถในด้านของแรงบิดเทียบเท่าหรือดีกว่าเครื่องไซส์โตทำให้เกิดเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาดกะทัดรัดรุ่นล่าสุด วิศวกรรมจักรกลดีเซลที่มีประสิทธิภาพถูกบรรจุไว้ในเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ปริมาตรความจุเพียงแค่ 1,898 ซีซี แต่สามารถให้พลังงานเทียบเท่าเครื่องยนต์ดีเซลความจุ 2.5 ลิตร เทคโนโลยีใหม่ในเครื่องยนต์ 1.9 DDi Blue Power ทรงประสิทธิภาพมากพอที่จะนำไปใส่ในรถกระบะและรถเอสยูวีของ Isuzu ครบทุกรุ่น มาตรการลดทอนความจุโดยยังคงกำลังในรูปของแรงบิดเป็นการก้าวสู่มาตรฐานใหม่ของรถกระบะ ด้วยตัวเลขของสมรรถนะเหนือกว่าเครื่องยนต์ดีเซลแบบอื่นของคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด เช่น แรงม้าเพิ่มขึ้น 10% กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดเพิ่มขึ้น 9.4% แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วขึ้น 8.2% เครื่องยนต์เบาขึ้น 20% น้ำหนักลดลง 60 กิโลกรัม ค่าการปล่อย Co2 ดีขึ้น 21% และประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีก 19%

Isuzu D-max Hi-Lander RZ4E-TC โฉม Minor change 2016 รถทดสอบของบริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลล์ คันนี้นับเป็น Isuzu D-max เวอร์ชั่นปรับโฉมรุ่นล่าสุดที่มีเครื่องยนต์ 1.9 DDi Blue Power ประจำการอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้า รุ่น 4 ประตู Double Cab Hi-lander 1.9 M/T Z-Prestige เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีราคาค่าตัวที่ 921,000 บาท ทรงแบบรถปิกอัพขาลุยดูหนักแน่นบึกบึนเต็มพิกัด นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านขุมกำลังด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่แล้ว Isuzu ยังปรับโฉมด้านหน้าใหม่หมด เริ่มจากไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ฮาโลเจน พร้อมไฟหรี่กลางวันที่คมชัดด้วยการใช้หลอด LED ไฟหรี่ที่อยู่รวมกับชุดไฟหน้า Daytime Running Lights ออกมาในแบบที่มีความคมเข้มมากยิ่งขึ้น ฝากระโปรงหน้า สปอยเลอร์หน้าและกระจังหน้าใหม่ ไฟตัดหมอกคู่หน้าทรงกลมล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกโครเมียม กระจังหน้าโครเมียมเงาวาวและตราสัญลักษณ์ Isuzu ที่คุ้นเคยของนักเลงรถปิกอัพ

ด้านข้างมีกาบบันไดอัลลอยสำหรับเหยียบเพื่อความสะดวกสบายเมื่อก้าวขึ้น-ลงจากรถ เนื่องจากสัดส่วนความสูงของ D-max Hi-Lander โฉม Minorchange นั้น มากถึง 1,795 มิลลิเมตร กระจกมองข้างพลาสติกโครเมียมสีเงินพร้อมเลนส์ไฟเลี้ยวในกรอบกระจกมองข้าง มือจับที่เปิดประตูทั้งสี่บานทำจากพลาสติกโครเมียมสีเงิน ล้ออัลลอยในรุ่น Z-Prestige อัพขนาดให้ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว โดยเพิ่มขนาดจากขนาด 17 นิ้ว เป็นขนาด 18 นิ้ว ยางกึ่งเรียบกึ่งลุยรุ่นใหม่ของ Bridgestone รุ่น Dueler H/T 684II ไซส์ 255/60 R18 ล้ออัลลอยสีเงินยวงลวดลาย 6 ก้าน ตัวถังด้านข้างมีความดุดันจากโป่งซุ้มล้อหน้า-หลังที่ใหญ่โตเหมาะสมกับเรือนร่างแนวรถลุย มิติของตัวถังเจ้า D-max Hi-Lander 1.9 DDi Blue Power รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ มีความยาว 5,200 มิลลิเมตร กว้าง 1,860 มิลลิเมตรและสูงปรี๊ดมากถึง 1,795 มิลลิเมตร ฐานล้อวัดจากดุมล้อหน้าไปถึงดุมล้อหลัง 3,095 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า 1,570 มิลลิเมตร หลัง 1,570 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 235 มิลลิเมตร สัดส่วนของกระบะตอนท้ายมีความยาว 1,485 มิลลิเมตร ความกว้างของกระบะท้ายอยู่ที่ 1,530 มิลลิเมตร ส่วนความสูงของกระบะท้ายอยู่ที่ 465 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถทั้งคัน 1,830 กิโลกรัม รถคันทดสอบมีฝาท้ายทำจากพลาสติกสีดำที่มีทั้งความหนาและความแข็งแรง ฝาปิดกระบะท้ายซึ่งเป็นชุดแต่งประทับตรา Isuzu สีแดงบริเวณกึ่งกลาง การมีฝาปิดกระบะท้ายช่วยลดกระแสลมหมุนวนส่วนท้ายได้พอสมควรและมีส่วนช่วยทำให้การทรงตัวดีขึ้นในย่านความเร็วสูง

บั้นท้ายสไตล์กระบะขาลุยมีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ฝากระบะท้ายออกแบบเส้นสายใหม่พร้อมกับการติดตั้งสปอยเลอร์ในตัว
มือเปิดฝาท้ายติดตั้งกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมกับเกียร์ถอยหลัง ช่วยเพิ่มมุมมองและความปลอดภัยเนื่องจากตัวสูงโย่งหากไม่มีกล้องมองหลัง ขณะถอยอาจทำให้การใช้งานไม่สะดวกเท่าที่ควร กล้องมองหลังจะทำงานทันทีที่ผู้ขับใส่เกียร์ R หรือเกียร์ถอย ให้มุมมองส่วนท้ายรถที่กว้างและครอบคลุมพื้นที่ด้านหลังทั้งหมด ทรงของไฟท้ายยังเป็นแบบเดิมพร้อม LED และไฟหรี่ที่คมชัด ไฟเบรกดวงที่สามอยู่บนกึ่งกลางของกระจกบังลมบานหลัง การติดตั้งเอาไว้สูงมากก็เพื่อทำให้มองเห็นได้อย่างเด่นชัดนั่นเอง

ภายในของ Isuzu D-max Hi-Lander รุ่น Z-Prestige เบาะนั่งหุ้มหนังโดยตำแหน่งเบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้ายังใช้การปรับแบบแมนนวลหรือปรับด้วยมือ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังทรงเดิมสามารถพับพนักพิงหลังลงมาเพื่อวางสิ่งของ เบาะรองนั่งมีการออกแบบโดยแยกพับยกขึ้นแบบแยกส่วน 60 : 40 พร้อมพนักวางแขน ช่องใส่แก้วน้ำแบบพับเก็บที่ด้านหลังของกล่องเก็บของ แผงแดชบอร์ดทำจากพลาสติกหล่อขึ้นรูปเน้นรูปทรงที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง

กึ่งกลางแดชบอร์ดเป็นที่อยู่ของหน้าจอแสดงผลส่วนกลาง สั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่หน้าจอแบบ Touchscreen เป็นจอภาพของค่าย Panasonic มีขนาดความยาวของจอ 8 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมที่ใช้งานได้ง่ายและเมนูภาษาไทย ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอก AUX/USB มีการเพิ่มช่องเชื่อมต่อ HDMI พวงมาลัยหุ้มหนังแบบสามก้านติดตั้งสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตช์รับ-วางโทรศัพท์แบบไร้สาย พวงมาลัยปรับขึ้น-ลงหรือสูง-ต่ำได้แต่ปรับไกล-ใกล้ไม่ได้ ระบบ Isuzu Connect World เชื่อมต่อกับ Smart phone รองรับ iOS และ Android จอแสดงผลกลางยังมีฟังก์ชั่นดูข้อมูลการขับขี่และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

ไส้ในหรือเครื่องยนต์คือหัวใจของสมรรถนะ New D-MAX Hi-Lander 2016 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาดกะทัดรัดรุ่นล่าสุด 1.9 DDi Blue Power ปริมาตรความจุ 1,898 ซีซี รหัส RZ4E-TC แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว DOHC ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Commonrail Direct Injection

ระบบอัดอากาศใช้เทอร์โบแปรผันแบบครีบ VGS และชุดลดอุณหภูมิไอดี Intercooler ความกว้างกระบอกสูบ 80.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 94.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบต่อนาที เมื่อดูตัวเลขรายละเอียดของเครื่องยนต์ 1.9DDI Blue Power ซึ่งเป็นตัวเลขแรงม้าและแรงบิดของเครื่องดีเซลขนาด 2 ลิตรแบบปกติสามัญทั่วไป แต่ที่ไม่ปกติก็คือแรงบิดจากเครื่องยนต์รุ่นใหม่ตัวเล็กนี้ที่ทะยานไปถึง 350 นิวตันเมตร ในย่าน 1,800-2,600 รอบต่อนาที แรงบิดล้นๆ ในรอบต่ำทำให้ประสิทธิภาพในการขับใช้งานของเจ้า New D-MAX 1.9 DDi เทียบเท่ารถกระบะที่วางเครื่องยนต์โตกว่าอย่างเห็นได้ชัด ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์รุ่นนี้เป็นแบบ Clothoid Curve Combustion Chamber ท่อร่วมไอดีแบบใหม่ Free Flow มีการปรับท่อทางเดินของไอดีให้อากาศสามารถไหลผ่านไปยังห้องเผาไหม้ได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น

มาดูที่ชุดวาล์วของเครื่องยนต์ 1.9 DDi Blue Power กันดูบ้าง ชุดวาล์วใช้กระเดื่องกดวาล์วแบบลูกกลิ้ง Roller Rocker Arm ระบบปรับตั้งระยะห่างของวาล์วอัตโนมัติ Hydraulic Lash Adjuster รักษาระยะห่างของวาล์วให้มีความเหมาะสมตลอดเวลา เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการเผาไหม้

ลูกสูบของเครื่องยนต์ออกแบบเยื้องศูนย์ ลูกสูบยังเคลือบสาร Graphite Coating ประกับก้านสูบแบบ High Strength Fracture Split ช่วยลดการขยับตัวของประกับก้านสูบ ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์มีการออกแบบให้ลดแรงเสียดทานขณะทำงาน สายพานเครื่องยนต์แบบเดี่ยว Single Engine Belt พร้อมระบบปรับตั้งความตึงของสายพานอัตโนมัติ

ชุดขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยวด้วยกลไกเฟืองและโซ่ Timing Gear and Chain จัดมาครบด้วยระบบปรับความตึงของโซ่อัตโนมัติที่ Isuzu เคลมว่าไม่ต้องมีการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งาน ช่องกักเก็บน้ำมันเครื่องที่ใช้ในการหล่อลื่น Oil Galleries บริเวณเสื้อสูบ Roller Rocker Arm และ Timing Gear ลดการสึกหรอ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยแรงดันสูงแบบใหม่ Multi injection เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ กรองน้ำมันเครื่องแบบเปลี่ยนไส้ในยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

ชุดส่งกำลังของ Isuzu D-MAX 1.9 DDi Blue Power เกียร์ธรรมดา 6 สปีด Genius Sport Shift ใช้ตำแหน่งเกียร์ 5 และเกียร์ 6 เป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ลดรอบเครื่องยนต์ขณะใช้ความเร็วเดินทาง Genius Sport Shift มีไฟบอกตำแหน่งเกียร์และแจ้งเตือนการเปลี่ยนเกียร์ในรอบเครื่องยนต์และความเร็วที่เหมาะสม อัตราทดในขบวนเฟืองเกียร์ เน้นช่วงรอบเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุด (1,800-2,600 rpm) เป็นหลัก ส่วนอัตราทดเกียร์ มีตัวเลขอัตราทดในเกียร์ต่างๆ ดังนี้

เกียร์ 1 4.942
เกียร์ 2 2.430
เกียร์ 3 1.428
เกียร์ 4 1.000
เกียร์ 5 0.749
เกียร์ 6 0.634
เกียร์ถอยหลัง 4.597
อัตราทดเฟืองท้าย 3.909

ระบบรองรับของ Isuzu New D-MAX 1.9 DDi Blue Power เน้นความแกร่งตามมาตรฐานของปิกอัพสายพันธุ์ยอดนิยม ระยะฐานล้อกับช่วงล้อกว้างเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทรงตัว การร่นเครื่องยนต์ให้เกือบจะชิดกับผนังห้องเครื่องแบบ semi midship กระจายน้ำหนักให้มีความสมดุล ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ 2 ชั้น คอยล์สปริง ส่วนแหนบหลังมีความยาวเป็นพิเศษ Long Span เน้นบรรทุกหนักด้วยอาการที่มั่นคงพร้อมลุยทางโหดๆ ได้ด้วยช่วงล่างที่มีความแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ

ร่ายยาวรายละเอียดของ Isuzu New D-MAX Hi-Lander 1.9 DDi Blue Power มาพอสมควร ก็ถึงเวลาที่จะเอาออกไปขับทดสอบทางไกลลากกันยาวๆ เพื่อลองประสิทธิภาพของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ว่าจะแจ่มจริงอย่างที่บอกเอาไว้หรือเปล่า เมื่อโหนตัวขึ้นไปนั่งในตำแหน่งเบาะคนขับของ New D-MAX Hi-Lander 1.9 DDi Blue Power คุณก็จะพบว่าทัศนวิสัยมุมมองนั้นกว้างไกลมากกว่าการนั่งขับรถปิกอัพแบบปกติ D-MAX รุ่น Hi-Lander นั้น สูงมากถึง 1,795 มิลลิเมตร สัดส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 235 มิลลิเมตร ทำออกมาเพื่อการลุยแหลกไปในทางวิบากขรุขระ ท่านั่งที่สูงโด่งทำให้มองเห็นได้ไกลมีผลดีต่อการขับขี่อยู่เหมือนกัน เมื่อต้องนั่งสูงขึ้น การปรับเบาะให้ถูกต้องกับสรีระจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่จะส่งผลไปถึงการควบคุมรถปิกอัพยกสูงคันโตแบบนี้

D-MAX Hi-Lander มีพวงมาลัยสามก้านที่ปรับสูงหรือต่ำได้ แต่ปรับใกล้-ไกลไม่ได้ แค่ร่นเบาะให้พอดีกับตำแหน่งของพวงมาลัยก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร เบาะไฟฟ้ารุ่นไมเนอร์เชนจ์เข้ามาเติมเต็มความสะดวกสบายของคนขับได้ดี คันเกียร์ธรรมดา 6 สปีดสูงโด่งอีกเหมือนกัน แต่ความสูงของคันเกียร์ใน D-MAX Hi-Lander ก็มีการออกแบบมาให้พอดิบพอดีกับการนั่งยัดเกียร์เอง ระยะคลัตช์ไม่ลึกมากจนเกินไปและมีน้ำหนักที่พอดี ใส่เกียร์ 1 แค่ค่อยๆ ถอนเท้าออกจากแป้นคลัตช์ รถก็ไหลเคลื่อนตัวทันทีโดยไม่ต้องกดคันเร่ง ระยะคลัตช์ของ New D-MAX Hi-Lander เหมาะกับการขับในสภาพรถติดสาหัสสากรรจ์ในกรุงเทพฯ เนื่องจากไม่หนักมากจนเกินไป ส่วนการเข้าเกียร์ก็ง่ายแม้จะออกแบบให้เกียร์ถอยหลังอยู่ใกล้กับเกียร์ 1 เมื่อใส่เกียร์ถอยจะมีสัญญาณเสียงคอยแจ้งเตือนให้อีกพร้อมจอภาพส่วนกลางที่จะแสดงภาพจากกล้องมองหลัง สัญญาณเสียงเตือนของเกียร์ถอยหลังใน New D-MAX Hi-Lander ใส่มาให้เพื่อแจ้งเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังและไม่ทำให้เกิดอาการหลงเกียร์ นับเป็นจุดเด่นในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงออกถึงความใส่ใจของ Isuzu

เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 DDi Blue Power 150 แรงม้า มีตัวเลขแรงบิดอยู่ที่ 350 นิวตันเมตร หรือ 35 กิโลกรัม-เมตร มาในรอบต่ำ 1,800 รอบต่อนาที แรงบิดที่ดีเยี่ยมจากเครื่องยนต์ตัวเล็กให้การขับเคลื่อนอย่างกระฉับกระเฉงทั้งจังหวะของการออกตัวหรือในจังหวะของการเร่งความเร็วเพื่อแซง ระยะของการเข้าเกียร์ในเกียร์ธรรมดาลูกใหม่แบบ 6 สปีดมีความกระชับออกมาในแนวสั้นๆ ตึบๆ ยัดเกียร์ง่ายและเร็ว หากเป็นพวกขาเก๋าที่มีความเจนจัดในจังหวะของรอบสูงสุดในแต่ละเกียร์ คุณจะเปลี่ยนอัตราทดด้วยความไหลลื่นและได้แรงบิดเต็มเหนี่ยวเมื่อเปลี่ยนเกียร์ในคาบของรอบเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง ซึ่งนักเลงเกียร์ธรรมดานั้นแทบจะไม่ต้องเรียนรู้สร้างความคุ้นเคยกันให้มากเรื่อง

พวกที่ยึดติดกับเกียร์ออโตมานานแบบผมก็ใช้เวลาสร้างความคุ้นเคยและนิสัยใจคอไม่นาน ขับไปได้ไม่ไกลผมก็สามารถจับตำแหน่งรอบเครื่องยนต์ที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ไฟเตือนแจ้งการเปลี่ยนเกียร์และไฟบอกตำแหน่งเกียร์ช่วยทำให้การขับใช้งานมีความสะดวกขึ้นอีกระดับ ที่ย่านความเร็วเดินทาง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง New D-MAX Hi-Lander เครื่องใหม่ 1.9 DDi Blue Power ใช้รอบเครื่องยนต์ในเกียร์ 6 ที่ 1,800 รอบต่อนาที พอขยับขับให้เร็วขึ้นอีกนิดที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ในเกียร์สุดท้ายหรือเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์อยู่ที่ 2,000 รอบต่อนาที เมื่อใช้รอบเครื่องยนต์ไม่สูงมากสำหรับการขับออกทางไกล สิ่งที่ตามมาก็คือความประหยัดเชื้อเพลิงที่นักเลงรถปิกอัพทุกคนต่างโหยหานั่นเอง

สภาพการทรงตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของรถปิกอัพยกสูงทั่วไป สิ่งที่ชอบก็คือช่วงล่างที่ปรับเซตค่ามาให้แบบกลางๆ ไม่แข็งเป็นไม้กระดานหรือนิ่มมากจนเกินไป ซึ่งอาจตามมาด้วยอาการย้วย ช่วงล่างของ New D-MAX Hi-Lander 1.9 DDi Blue Power รับมือกับผิวถนนของประเทศไทยที่มีความหลากหลายได้ดี ทั้งทางแบบลาดยางหรือทางลูกรัง ช่วงล่างของ New D-MAX Hi-Lander ก็ส่งถ่ายความสบายในการนั่งขับหรือนั่งโดยสารได้ในแบบที่ควรจะเป็น ในรถปิกอัพยกสูงยุคใหม่ที่มีกำลังของเครื่องยนต์เหลือๆ แบบนี้ก็ไม่ควรที่จะใช้ความเร็วให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด สัดส่วนความสูงของรถกระบะแนวขาลุยนี้ทำให้การทรงตัวเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงเป็นรองรถเก๋ง การใช้ความเร็วที่มีความเหมาะสมต่อสภาพของรถและสภาพเส้นทางจะช่วยทำให้คุณขับเจ้า New D-MAX Hi-Lander ได้อย่างปลอดภัย

อารมณ์ของการขับแบบผจญภัยไปแบบออฟโรดก็มีให้อย่างเหลือเฟือเมื่อนำมันไปวิ่งบนทางฝุ่น ทางวิบากเข้าไร่เลียบชายทุ่งหรือเส้นทางที่รถส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง สำหรับการเก็บเสียงขณะขับขี่ก็ทำได้ดีน่าพอใจ มีแค่เสียงของเครื่องยนต์ในรอบสูงๆ และเสียงบดไปบนพื้นผิวถนนของยาง Bridgestone เท่านั้นที่ดังลอดเข้ามาให้พอได้ยินในย่านความเร็วเดินทางแต่ก็ไม่ได้ดังมากมายจนไปรบกวนโสตประสาทของคนขับและคนนั่งเท่าใดนัก ยางกึ่งเรียบกึ่งลุยรุ่น Dueler H/T 684II ไซส์ 255/60 R18 มีความสามารถพอตัวในการวิ่งทางเรียบรวมถึงการเอาไปลุยทุ่งลุยสวนกันแบบพอหอมปากหอมคอ หากชอบจัดเต็มเข้าป่าผ่าทางวิบากที่เต็มไปด้วยปลักโคลนควรเปลี่ยนเป็นยางออฟโรดแบบเต็มพิกัดก็จะตะกุยทางโหดๆ และสามารถเอาตัวรอดได้ดีกว่ายางกึ่งๆ แบบนี้

ระบบบังคับเลี้ยวของ Isuzu New D-MAX Hi-Lander 1.9 DDi Blue Power ขับเคลื่อน 2 ล้อหลังเป็นชุดพวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนี่ยนพร้อมเพาเวอร์สายพานที่รองรับการลุยหนักจัดเต็มได้เหนือกว่าพวงมาลัยไฟฟ้า แกนพวงมาลัยที่ออกแบบให้ยุบตัวได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บ สำหรับรัศมีวงเลี้ยวของ Isuzu New D-MAX Hi-Lander ทำได้ที่ตัวเลข 6.3 เมตร การเลี้ยวกลับลำจึงต้องการพื้นที่พอสมควร น้ำหนักของพวงมาลัยที่มั่นคงและหนักแน่นมากกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าทำให้ในย่านความเร็วเดินทางมีน้ำหนักของพวงมาลัยอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่เบาจนออกอาการหวิวๆ ซึ่งอาจทำให้น่ากลัว ความมั่นคงและแน่นอนคงที่ของน้ำหนักพวงมาลัยจะเข้ามาช่วยเสริมความมั่นใจเมื่อขับเร็วๆ

เบรกดีไว้ใจได้แต่ก็ต้องทิ้งระยะห่างให้พอดิบพอดีจะได้ไม่ต้องกดเบรกกันแบบลนลาน เบรกแบบหน้าดิสลูกสูบคู่พร้อมครีบระบายความร้อนหลังดรัมกลายเป็นมาตรฐานของรถปิกอัพทุกยี่ห้อ เบรกของ Isuzu New D-MAX Hi-Lander สามารถหยุดยั้งมวลน้ำหนัก 1.8 ตันได้ดีอยู่ในคาบที่น่าพอใจ ตัวช่วยเบรกมีมาให้ครบ เช่น EBD electronic brake-force distribution รับหน้าที่กระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ BA-brake assist ช่วยลดระยะของการเบรก ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทิ้ง ระบบ TCS- traction control system ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS - anti lock braking system แบบ 4 ทิศทาง 4-channel 4-sensor ระบบควบคุมการทรงตัว ESC - electronic stability control ให้มาแบบครบๆ แถมพกด้วย HSA - hill start assist ป้องกันการไหลถอยหลังขณะขับขึ้นเนินที่มีความลาดชันสูง

เครื่อง 1.9 ลิตร DDi Blue Power มีแรงบิดรอบต่ำและมาในช่วงต้นทำให้ขับง่ายขับสบายคล่องและไม่อืดอาดชักช้าช่วงออกตัว ช่วงรอบเครื่องยนต์กลางๆ ไปจนถึงรอบสูงสุดก็ยังมีแรงบิดโผล่มาบ้างแต่ไม่มากเท่ารอบต่ำ กำลังในรอบเครื่องยนต์สูงๆ เป็นรองเครื่อง 3.0 ลิตร แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่หรูหราเกินหน้าเกินตาคู่แข่งอยู่พอสมควร เกียร์ธรรมดาให้การตอบสนองที่ดี เนื่องจากผมยังไม่เคยได้สัมผัสกับรุ่นเกียร์ออโตที่เพิ่งจะส่งออกมาวางตลาด สมรรถนะโดยรวมของเครื่องยนต์ เกียร์และระบบรองรับออกมาในแบบที่น่าพึงพอใจถือว่าใช้ได้เลยดีเดียว ขับไปเรื่อยๆ นึกว่าเป็นเครื่อง 2.5 ลิตร แต่อย่าลืมว่ามันคือเครื่องยนต์ตัวเล็กที่มีความจุแค่ 1.9 ลิตร เครื่องยนต์ 1.9 DDI สามารถเทียบชั้นประกบกับเครื่องดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ถึง 2.5 ลิตร ได้อย่างสบายอุรา เครื่องใหม่ 1.9 ลิตรตอบสนองต่อการขับโดยไปได้ไวกว่าเครื่องยนต์ที่ตัวโตกว่านี้แทบจะทุกช่วงของความเร็วรอบ หมดกังวลกับปัญหาคาใจว่าเครื่องเล็กจิ๋วแบบนี้จะไหวหรือไม่ บอกได้คำเดียวว่าเอาให้อยู่ก็แล้วกันหากไม่บ้าพลังมากจนเกินไป เครื่อง 1.9 ก็เพียงพอสำหรับถนนทุกเส้นของประเทศไทยก็แล้วกัน

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็อยู่ในเกณฑ์ประหยัดถึงใจพระเดชพระคุณท่านที่เป็นพวกขาแรงชอบใช้รอบสูงๆ เมื่อนำไปวิ่งใช้งานแบบปกติทั่วไป อัตราสิ้นเปลืองที่ Isuzu เคลมมาให้ก็ไม่หนีจากความเป็นจริงแบบบางค่ายบางยี่ห้อที่ชอบใส่ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเกินความจริงจนจับได้ เกียร์ใหม่ 6 สปีด เข้ามาช่วยลดรอบเครื่องยนต์ได้พอสมควรทั้งเกียร์ 5 และเกียร์ 6 ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยทั้งในและนอกเมืองเมื่อใช้ความเร็วประมาณ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ที่ 15-18 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนย่านความเร็วบนไฮเวย์ ระดับ 100-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประมาณ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร อย่าลืมว่าน้ำหนักตัวของเจ้า Isuzu New D-MAX 1.9 DDi Blue Power รุ่น 4 ประตู Double Cab Hi-lander M/T Z-Prestige นั้นตัวหนักถึง 1,830 กิโลกรัม เครื่องยนต์ตัวเล็กที่จัดแบบปลิวลมได้นั้นเมื่อตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองอยู่ในคาบที่แจ้งก็ต้องเรียนกันตามตรงว่าประหยัดใช้ได้เลยทีเดียว

ราคา 921,000 บาท ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 4 ประตู Double Cab ทรงยกสูงเวอร์ชั่น Hi-lander นั้น ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผมก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกันดีกับสิ่งที่จะได้รับ มันคือการจ่ายเพื่อได้เทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์ดีเซลที่มีขนาดเล็กลงมาก กำลังในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์นั้นถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ออกจะเหลือเฟือด้วยซ้ำสำหรับท่านที่ไม่ชอบขับเร็ว ไม่ว่าจะวิ่งทางเรียบในชีวิตประจำวันหรือเอาออกไปลุยเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเติมเต็มสีสันของวันหยุดกับครอบครัวและเพื่อนพ้องคอออฟโรด เจ้า Hi-lander รุ่นใหม่ก็มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง สิ่งที่ Isuzu เหนือชั้นกว่าค่ายอื่นๆ นอกจากเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์แล้ว ต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ศูนย์บริการของ Isuzu และการบริการหลังการขายนั้นอยู่ในระดับต้นๆ ของวงการ การบริการที่ดีไม่ว่าจะเป็นการซ่อมบำรุงตามระยะหรือการเคลมชิ้นส่วนบางชิ้นที่สึกหรอเสียหายขณะใช้งาน Isuzu ทำได้ดีเกินหน้าเกินตาคู่แข่งอยู่พอสมควร เข้าทำนองสิบสื่อว่าไม่เท่าหนึ่งลูกค้าเจอ แค่ช่องแอร์แตกเสื่อมสภาพจากการใช้งาน พวกก็เปลี่ยนให้ฟรีๆ แบบไม่ต้องเคลมโน่นนี่นั่นกันให้วุ่นวายเหมือนบางค่ายบางยี่ห้อที่ชอบทิ้งลูกค้า ปากต่อปากจากผู้ใช้คือความจริงที่สื่อมวลชนไม่สามารถนำมาโฆษณาแถมท้ายให้ได้ หากบริการไม่ดีจริงคงไม่มียอดขายในกลุ่มรถปิกอัพนำโด่งโจ้งแบบนี้ แถมราคาขายต่อก็ยังไม่เป็นรองกระบะยี่ห้ออื่นๆ ซื้อง่ายขายคล่องแถมอึดและบึกบึนทำให้การครอบครองตำแหน่งเจ้าแห่งรถกระบะในประเทศไทยของค่ายตรีเพชรไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญอีกต่อไป เมื่อเล็งๆ เอาไว้ก็ควรไปลองขับดูด้วยตัวเองว่าถูกกับจริตของคุณหรือเปล่า เอาเข้าจริงๆ รถที่ต้องใช้งานแบบสมบุกสมบันยันกับทางโหดๆ แถมยังมีบริการหลังการขายที่เริดประเสริฐศรีแบบนี้ ไม่รักกันก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับท่านผู้ชม.

ISUZU D-MAX HI-LANDER 1.9 DDi BLUE POWER
เครื่องยนต์...................................ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง DOHC
ปริมาตรความจุ............................1898 ซีซี
วาล์ว.............................................4 วาล์วต่อสูบ 16 วาล์ว
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง........................ดีเซลคอมมอลเรล ไดเรค อินเจคชั่น ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ระบบอัดอากาศ.............................เทอร์โบ VGS อินเตอร์คูลเลอร์
กระบอกสูบคูณช่วงชัก...................80.0 มิลลิเมตร x 94.4 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด.........................16.5:1
กำลังสูงสุด.....................................110 กิโลวัตต์ 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด..................................350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง.................................เกียร์ธรรมดา 6 สปีด Genius Sport Shift
ระบบบังคับเลี้ยว............................แรคแอนพีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงหมุน
อัตราทดพวงมาลัย (ต่อ1)..................41.1
รัศมีวงเลี้ยว....................................6.3 เมตร
ระบบเบรก
ด้านหน้า........................................ดิสเบรกแบบมีครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง........................................ดรัมเบรกแบบลีดดิ้ง/เทรลลิ่ง
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า........................................ปีกนกคู่ 2 ชั้น คอยล์สปริง คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง โช้คอัพแก๊ส
ด้านหลัง.........................................แหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี โช้คอัพแก๊ส (แหนบเหนือเพลา)
ล้อ.................................................อะลูมินั่มอัลลอย 7.0Jx18 ขอบ 18 นิ้ว
ยาง................................................Bridgestone รุ่น Dueler H/T 684II ไซส์ 255/60 R18
มิติตัวถัง
ความกว้าง......................................1,860 มิลลิเมตร
ความยาว........................................5,200 มิลลิเมตร
ความสูง...........................................1,795 มิลลิเมตร
ดุมล้อหน้าถึงหลัง.............................3,095 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหน้า.....................1,570 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหลัง......................1,570 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง................235 มิลลิเมตร
น้ำหนัก.............................................1,830 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง...........................76 ลิตร

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook  https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้