วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สำรวจร่างรัฐธรรมนูญมีชัย

สำรวจร่างรัฐธรรมนูญมีชัย

  • Share:

ผมยังไม่มีเวลาอ่าน ร่างรัฐธรรมนูญมีชัยทั้งฉบับ 279 มาตรา แต่ได้อ่าน คำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเพื่อลงประชามติ ที่เป็นฉบับย่อแล้ว ก็เห็นว่ามีหลายประเด็นที่ควรจะนำมาเล่าสู่กันฟัง นอกเหนือจากเรื่อง นายกฯคนนอก การเลือกตั้ง ส.ส. การแต่งตั้ง ส.ว. ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นกันไปมากแล้ว

ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ของปวงชนชาวไทยจะได้กลับคืนมาอีกครั้ง

การใช้สิทธิและเสรีภาพร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า “บุคคลและชุมชนต้องไม่ใช้สิทธิและเสรีภาพของตนเกินขอบเขต” คือ 1.ต้องไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ 2.ไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและประชาชน 3.ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย สามารถใช้สิทธิผ่านทาง ศาลยุติธรรม หรือ ศาลปกครอง หรือ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้โดยตรง และ มีสิทธิได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐ

ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน การชุมนุมประท้วงที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น จะผิดกฎหมายทันที ถ้าไม่ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ผมขอไล่ไปเรื่อยๆตามเนื้อหาในร่างก็แล้วกันนะครับ

ร่างรัฐธรรมนูญมีชัยยังบัญญัติ “การป้องกันมิให้มีการตรากฎหมายแบบไม่มีเหตุผล หรือเพื่อพวกพ้อง หรือจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินสมควร” จึงได้ “วางหลักเกณฑ์การตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติไว้ชัดเจน” กฎหมายที่จะตราขึ้นต้อง

1.เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 2.ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเงื่อนไขไว้กฎหมายนั้นต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ ไม่กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล ระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย และมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป

บทบัญญัตินี้เข้าใจว่าเขียนขึ้นเพื่อป้องกัน “กฎหมายลักหลับ” ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่นำประเทศไทยไปสู่ความวุ่นวาย จนถูกทหารปฏิวัติอีกครั้งในที่สุด ต้องมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เริ่มต้นด้วยประชาธิปไตยครึ่งใบกันอีกครั้ง

การป้องกันรัฐบาล และ รัฐสภา ร่วมมือกัน ออกกฎหมายลักหลับ ร่างรัฐธรรมนูญมีชัยให้อำนาจ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ตรวจสอบทั้งร่างกฎหมายที่ยังไม่มีผลใช้บังคับ และกฎหมายที่ใช้บังคับแล้ว ถ้าเป็นร่างกฎหมาย ก็ให้ ส.ส. ส.ว. หรือนายกรัฐมนตรี สามารถร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยได้ ถ้าเป็นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว ประชาชนผู้เป็นคู่ความในคดีอาจยกเป็นข้อต่อสู้ได้ว่า บทบัญญัติของกฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลที่พิจารณาคดีนั้นต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

แต่ความเป็น รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ที่ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่าง คุยนักคุยหนา กลับไม่ชัดเจนนัก ที่เห็นชัดคือการเพิ่มความเข้มงวด “คุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.” โดยเพิ่มฐานความผิดต่างๆที่ห้ามมิให้ลงสมัคร ส.ส.เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นความผิดทางอาญา เช่น ถูกให้พ้นจากราชการและรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริต ถูกยึดทรัพย์เพราะร่ำรวยผิดปกติ กระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ฯลฯ

เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ “คุณธรรมจริยธรรม” กลับไม่เห็นบัญญัติไว้ในข้อห้าม ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญและเรื่องใหญ่มาก คนที่ไม่มีหรือขาดคุณธรรมจริยธรรม เมื่อมีอำนาจรัฐ จะทำความผิดได้มากกว่าคนที่มีคุณธรรมจริยธรรม ตัวอย่างในอดีตก็มีมาแล้ว

นากจากเรื่อง “ประชาธิปไตย” และ “การเมือง” แล้ว ร่างรัฐธรรมนูญมีชัย ก็มีหลายส่วนที่เป็นเรื่องดี แต่อำนาจเป็นสิ่งหอมหวาน เสพติดง่าย ระบอบประชาธิปไตยจึงให้ประชาชนใช้อำนาจผ่านการเลือกตั้ง เพื่อควบคุมทางอ้อม ไม่ดี 4 ปีก็ไม่เลือกเข้าไปอีก ผมเชื่อว่าสังคมไทยวันนี้มีความฉลาดในการเลือกตั้งกว่าเมื่อก่อนเยอะ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้