วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปากเอ๋ย ปากคน

ปากเอ๋ย ปากคน

  • Share:

โจวลี่หวังกษัตริย์องค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์โจวตะวันตก พอขึ้นปกครองราชบัลลังก์ ก็ทรงหมกมุ่นอยู่กับการเสวยสุข จึงต้องหาคนเก่งด้านการคลังมาหาเงิน ด้วยการขูดรีดภาษีจากราษฎร

(ประโยคอมตะ ประวัติศาสตร์จีน เหยียนมู่สุ่ย เขียน รำพรรณรักศรีอักษร แปล สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊คส์ พ.ศ.2558)

ราษฎรเดือดร้อนหนัก มหาอำมาตย์จ้าวกง ทนไม่ไหว ทูลเตือน “หากบริหารเช่นนี้ต่อไป ราชวงศ์โจวจะล่มสลาย”

โจวลี่หวังไม่ฟัง ยังคงทำตามใจต่อไป เมื่อเสียงคัดค้านยังมี ก็ทรงมีวิธีง่ายๆ ใครกล้าพูดก็จับประหาร

ภายในราชสำนักเสียงนินทาว่าร้ายหายไป แต่เสียงสาปแช่ง ยิ่งไกลราชสำนัก ยิ่งประสานกันเสียงดัง

ในฐานะกษัตริย์ เสียงนินทาว่าร้าย ทำให้เสียพระเกียรติ โจวลี่หวัง หารือกับขุนนางสอพลอ “ทำอย่างไร ข้าจะห้ามปากคนได้” “ง่ายนิดเดียว” ขุนนางกราบทูล “ก็แค่จับคนที่พูดใส่ร้าย เข้าคุก”

แต่จับคนที่รู้ว่านินทาพระองค์เข้าคุกเท่าไหร่ ก็จับไม่หมดสักที โจวลี่หวัง ถามขุนนางสอพลอคนเดิม... “ทำอย่างไร ข้าจะรู้ทันที ว่ามีคนพูดใส่ร้าย”

ขุนนางเสนอ พ่อมดแคว้นเว่ย...พ่อมดคนนี้ รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า หูดียิ่งกว่าคนทั่วไป ได้ยินเสียงพูดของคนที่พูดกันไกลออกไปหลายลี้ ไม่นาน รายชื่อคนนินทาก็ถูกเสนอเข้ามาไม่ขาดสาย มีคนถูกจับเข้าคุกกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า

ไปทางไหนก็ได้ยินแต่เสียงพูดถึงพ่อมดแคว้นเว่ย ใครพูดถึงโจวลี่หวังแง่ร้าย ไม่มีวันรอดจากคุก

ต่อมา ผลงานยิ่งใหญ่ของพ่อมดแคว้นเว่ย ก็ลดลง รายชื่อคนนินทาทำท่าจะไม่มี ถึงตอนนั้นพ่อมดแคว้นเว่ย ก็เจอข้อหา ทำงานใหญ่ได้แล้วเย่อหยิ่งผยอง ไม่ตั้งใจทำงาน

“ตอนนี้ ไม่มีใครนินทาพระองค์อีกแล้ว” พ่อมดแคว้นเว่ยทูล “ราษฎรทุกคนเชื่อฟัง เวลาพบปะก็ไม่พูดจา เพียงแต่ส่งสายตาทักทายกัน”

“คนพวกนี้ มีเล่ห์เหลี่ยม” โจวลี่หวังว่า “ไม่พูดออกมา แต่ในใจก็ยังคิดร้าย” พ่อมดแคว้นเว่ยได้ที ทูลว่า “ข้าอ่านริมฝีปากคนออก แม้ไม่พูดก็รู้ได้ว่า อยากจะพูดเรื่องอะไร”

พ่อมดแคว้นเว่ยเริ่มงานใหม่ จับคนมากมาย ที่อ่านริมฝีปากได้เข้าคุก สุ้มเสียงนินทาว่าร้าย ทำท่าว่าจะหายไปจริงๆ

ถึงเวลานั้น โจวลี่หวัง ก็เรียก มหาอำมาตย์จ้าวกงเข้าเฝ้า “เจ้าเคยบอกว่า มีคนสาปแช่งข้าลับหลัง ข้ามีวิธีแก้ปัญหา ต่อไปนี้ไม่มีใครใส่ร้ายข้าอีกแล้ว”

มหาอำมาตย์จ้าวกง กล้าทูลความจริงว่า เสียงนินทาหายไป เพราะคนกลัวพ่อมดแคว้นเว่ย แล้วยกเรื่องในอดีตทูล

ในสมัยที่ต้าอวี่ป้องกันน้ำท่วมใหญ่ เขาเคยใช้การทำเขื่อนอุด แต่พอน้ำท่วมถึง เขื่อนที่อุดไว้ก็พังทลาย การอุดปากราษฎร ยากกว่าการอุดน้ำ

โจวลี่หวัง ยังไม่เข้าพระทัย การอุดปากคนยากกว่าการอุดน้ำ ...อย่างไร สั่งมหาอำมาตย์จ้าวกง ออกหาความจริง ก็พบว่า ผู้คนที่เดินบนท้องถนน ต่างคนต่างก้มหน้าเดิน ไม่กล้าแม้จะสบตากัน

ราษฎรอดทนอยู่กับยุค ทักทายด้วยสายตา จนไปถึงยุค ไม่สบตากัน ต่อไปอีก 3 ปี

841 ปี ก่อน ค.ศ.ราษฎรก็รวมตัวกันเป็นเหมือนน้ำท่วมใหญ่ ชุมนุมประชิดวัง โจวลี่หวังหนี ตั้งไท่จื่อ (ยุพราช) ขึ้นบัลลังก์แทน ราษฎรยังไม่พอใจ เห็นว่าลูกคงเหมือนพ่อ เรียกร้องให้ส่ง “ไท่จื่อ” ให้

ผลก็คือ ราษฎรรุมประชาทัณฑ์ ถึงตาย

แท้จริง...เป็นไท่จื่อ ตัวปลอม...ที่อำมาตย์ตั้งใจส่งไปทดสอบ ปฏิกิริยาจากประชาชน

สองอำมาตย์ใหญ่ช่วยกันปกครองเมือง ต่อไปอีก 14 ปี แอบดูแลไท่จื่อเอาไว้ จนแน่ใจว่าราษฎรลืมเรื่องเลวๆ ที่โจวลี่หวังก่อไว้ จึงยก “ไท่จื่อ” องค์จริง ขึ้นนั่งบัลลังก์

มหาอาณาจักรจีน กว้างใหญ่ ตลอดสี่พันปี ราษฎรอยู่กับการปกครอง หลายยุคหลายสมัย นอกจากยุคทักทายด้วยสายตา จนถึงยุค ไม่สบตากัน แล้ว ยังมีระบอบการปกครองต่างๆ อีกมากมาย

ใครอยากอ่านให้สะใจไปหาหนังสือ “ประโยคอมตะ ประวัติศาสตร์จีน” อ่านกันที่งานสัปดาห์หนังสือ ศูนย์สิริกิติ์ นะครับ เล่มนี้พิมพ์เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้น่าจะพอมีเหลือ.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้