วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เชื้อก่อโรคกับนมพาสเจอไรซ์

เชื้อก่อโรคกับนมพาสเจอไรซ์

  • Share:

นมพาสเจอไรซ์ เป็นผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน ไม่ต่ำกว่า 63 องศาเซลเซียส และคงอยู่ที่อุณหภูมินี้ไม่น้อยกว่า 30 นาที หรือทำให้ร้อนไม่ต่ำกว่า 72 องศาเซลเซียส และคงที่ไว้ไม่น้อยกว่า 16 วินาที หลังจากนั้นทำให้เย็นลงทันทีที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า

นมพาสเจอไรซ์ ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่สูงมากนัก จึงทำให้ยังคงกลิ่น รส และคุณค่าทางอาหารของนมสดไว้ได้เป็นอย่างดี แต่นมชนิดนี้ต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น หรือในอุณหภูมิ 0–4 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา และเก็บได้ไม่เกินสัปดาห์

เพราะความร้อนระดับพาสเจอไรซ์นี้ทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้เพียงบางส่วน เมื่อเก็บนมไว้นานเกินกำหนด เชื้อจุลินทรีย์ที่ยังคงเหลืออยู่ จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนทำให้นมบูดได้

ที่สำคัญ หากร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เกต ไม่รักษาสุขลักษณะของตู้แช่เย็นหรือบริเวณที่เก็บรักษานมพาสเจอไรซ์เพื่อรอการขายให้ดีเพียงพอ หรือหากผู้บริโภคอย่างเราๆ ไม่รักษาความสะอาดบริเวณภายในตู้เย็น หรือเก็บรักษานมพาสเจอไรซ์ที่เปิดขวดแล้วใกล้กับเนื้อดิบ นมดิบ และอาหารที่ประกอบจากนมดิบ ชีส อาหารทะเลรมควันที่แช่เย็น ผักสดและผลไม้สดที่ปนเปื้อนดิน ปุ๋ย มูลสัตว์ ก็อาจทำให้นมพาสเจอไรซ์นั้น ปนเปื้อนเชื้อก่อโรค เช่น เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส ได้

เมื่อเราได้รับเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ทำให้มีอาการไข้หนาวสั่น ปวดศีรษะปวดกล้ามเนื้อ คอแข็ง อ่อนแรง อาเจียน อาจมีอุจจาระร่วง ติดเชื้อในกระแสเลือด และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขไทย กำหนดให้ต้องตรวจไม่พบ เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส ปนเปื้อนในนมพาสเจอไรซ์พร้อมบริโภค ในปริมาณ 25 มิลลิลิตร

วันนี้ สถาบันอาหารสุ่มเก็บตัวอย่างนมพาสเจอไรซ์บรรจุขวดพลาสติก จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ ที่วางขายในซุปเปอร์มาร์เกตในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของ เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส

ผลวิเคราะห์ปรากฏว่า ทุกตัวอย่างตรวจไม่พบเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนสปนเปื้อนเลย

ขอแนะว่า เมื่อซื้อนมพาสเจอไรซ์แล้วดื่มไม่หมดในครั้งเดียว หรือเมื่อเก็บเข้าตู้เย็นควรอยู่ในอุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา และควรดื่มให้หมดภายใน 2 วัน หลังจากเปิดขวด เพื่อความปลอดภัย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้