วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดเวทีพูดคุยผู้เห็นต่าง

เปิดเวทีพูดคุยผู้เห็นต่าง

  • Share:

ถ้ามองโลกในแง่ดี อาจถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะกับยุคสมัย สำหรับแนว ความคิดของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่จะเรียกผู้ที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล มารับ “การอบรม” ด้านการเมือง ธรรมาภิบาล และอื่นๆ เพราะว่าขณะนี้ประเทศไทยมุ่งหน้าจะปฏิรูปประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม

แต่ไม่ควรจะกระทำในลักษณะจับตัวไป “อบรม” แต่น่าจะเชิญเข้าร่วมการ “สัมมนา” หรือ “เสาวนา” จะเหมาะกว่า เพราะบรรดาผู้ที่ถูก คสช.เชิญตัวยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ตามหลักการที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ รวมทั้งฉบับมีชัยนั่นก็คือ “ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิดมิได้”

แนวความคิดแบบนี้ น่าจะสอด คล้องกับคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า อย่าใช้คำว่า “ปรับทัศนคติ” ในเมื่อทุกคนเรียกร้องอยากมีเวทีพูดคุย ก็พูดคุยในสาระที่ควรพูดคุย คล้ายกับว่าจะเปิดเวที ให้มีการพูดคุยกับบรรดาผู้เห็นต่าง ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจในความคิด และความ ต้องการของผู้ที่เห็นต่าง ยอมรับความเห็นต่าง และอาจนำไปสู่ความปรองดองได้

ประเทศไทยอยู่ในยุคปฏิรูป จึงต้องปฏิรูปทุกด้านและทุกฝ่าย โดยเท่าเทียมกัน การปฏิรูปการเมือง จะต้องปฏิรูปทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจและพ่อค้าประชาชนทั่วไป ให้ยึดถือความคิดการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะยังมีความเห็นต่างกันอยู่ บางฝ่ายมองว่าประชาธิปไตยต้องไม่มีความขัดแย้ง

แต่บางฝ่ายมองว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา ในสังคมประชาธิปไตย เพียงแต่ว่าจะต้องแก้ไขความขัดแย้ง โดยสันติการปรับทัศนคติอาจทำได้ในระดับหนึ่ง แต่การทำให้ทุกคนมีความคิดเหมือนกันหมด ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะคนแต่ละคนหรือกลุ่ม มีภูมิหลังต่างกัน ทัศนคติของนักการเมืองที่ต้องปรับ คือยึด “การเลือกตั้ง” เป็นหลักสำคัญสูงสุด

ถ้านักการเมืองยังยืนยันว่า ผู้ชนะเลือกตั้ง (ไม่ว่าสุจริตหรือโกง) คือผู้มีอำนาจสูงสุด สามารถทำอะไรก็ได้ รวมทั้งเข้าแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจเปิดช่องทางให้มีการทุจริตมโหฬาร หรือไม่รู้จัก “แพ้” แต่ต้องชนะลูกเดียว ถ้าแพ้ในสภาจะลากการเมืองลงไปเล่นกลางถนน เสี่ยงต่อความรุนแรงแบบนี้จะมีข้ออ้างทำรัฐประหารไม่จบสิ้น

ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ตัวอักษร ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่จะปฏิบัติได้จริง จึงต้องปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง หลายอย่างสอดคล้องหลักพระพุทธศาสนา เริ่มตั้งแต่ยึดทางสายกลาง ไม่ยึดแนวทางสุดโต่ง ต้องมี “ศรัทธา” เชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยจะแก้ปัญหาประเทศได้จริง ยึดวิธีการ “สันติ” ในการแก้ปัญหา และมี “ขันติ” อดทนต่อความเห็นต่าง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้