วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าอวดอุตริไปเล่นกับจิตของใคร

อย่าอวดอุตริไปเล่นกับจิตของใคร

โดย ครูเคท
3 เม.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

เมื่อคืนนั่งคุยกับเพื่อนนักจิตวิทยาคลินิก (intern) รพ.ธัญญารักษ์ และสำนักงานพัฒนาองค์กร SCG คือคุณประเสริฐ กวินนิพัทธ์ ครูเคทเลยบ่นให้ฟังว่า ช่วงสองสามปีนี้มีเคสคนไข้ที่จิตแพทย์ส่งมา รวมทั้งลูกค้าที่ walk-in เข้ามาให้ครูเคทช่วยทำ counseling เพื่อบำบัดอาการเครียด ย้ำคิดย้ำทำ ซึมเศร้า ล้มเหลวหมดอาลัยตายอยาก เพิ่มมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

กว่าครึ่งมีประวัติว่ามาจากคอร์สอบรมที่ลงฐานใจ ฐานจิต ปลุกพลัง สร้างแรงบันดาลใจ สะกดจิต สั่งจิต และธุรกิจการขายทุกรูปแบบ รวมถึง TV บางช่องที่มีขายของ แม้กระทั่งขายศรัทธาเหมือนเข้าลัทธิอะไรมาจนเสียศูนย์ ควบคุมตัวเองไม่ได้ วิทยากร build ความคิดอารมณ์ความรู้สึกจนภาวะจิตใต้สำนึกทำงานแล้วปรับกลับเข้าสู่ภาวะปกติชีวิตจริงไม่ได้หรือได้ไม่เหมาะสม เหมือนถูกล้างสมองจนมี logic และพลังความคิดที่ไม่เหมาะสม มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไป เท่ากับทำนองว่าเหมือนไปเปิดแผลแล้วปิดแผลในใจเค้าไม่ได้

ซึ่งวิทยากรเหล่านี้มิใช่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชใดๆ แต่กลับนำศาสตร์และกระบวนการทางจิตเวชมาใช้กับผู้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกันเต็มบ้านเต็มเมือง ณ ขณะนี้

คุณประเสริฐได้โพสต์ในไลน์กลุ่ม และครูเคทเห็นว่าเขียนได้น่าคิด จึงได้ขออนุญาตนำมาลงในบทความนี้ เพื่อเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านค่ะ

“...ผมเคยกังวลมากๆ ว่าอันตรายที่สุดในการไป build energy บ้าง สะกดจิตบ้าง โค้ชแบบงูๆ ปลาๆ บ้าง แบบพาหลงเป้าหมายและมึนงงกับชีวิต แม้จะตะโกนมีพลังมากมายก็ตาม และสุดท้ายส่งมากองไว้ที่หอผู้ป่วยทางจิตเวชบ้าง สารเสพติดบ้างเพราะรับชีวิตความเป็นจริงไม่ได้นั่นเอง


บุคคลที่ไป build และโค้ชคนอื่นแบบนี้เหมือนทำบาปให้กับผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว และเข้าใจไปเองว่า coachee ของเราดีขึ้นเติบโตงดงาม แล้วนำพาจากจุด A ไปส่งถึงเป้าหมายจุด B ได้แล้ว อืมม... ไปไกลกว่านั้นครับ ในบางเคสไปแบบ out of reality แล้ว

สิ่งที่ผมกังวลหรือข้อควรระวัง สำหรับคนที่อยากจะเป็นโค้ชหรือช่วยเหลือคนอื่นทางใจ คือ

1. จะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคุณมีพื้นฐานทางจิตใจเข้มแข็งและไม่เจ็บป่วยทางจิตมาก่อน เพราะเครื่องมือและกระบวนการปลุกใจมักจะเหมาะกับบุคคลปกติเป็นหลัก


2. มีเครื่องมืออะไรที่คุณจะสแกนความผิดปกติทางจิตของเขาและวินิจฉัยได้ถูกต้องว่าเขามีปัญหาอะไรที่ชัดเจนแล้วไปขุดปมเขาขึ้นมาเยียวยา


3. คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าจะมีวิธีกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาที่ถูกต้องได้ผลจริงๆ กับเขา


4. หลังที่เขากลับบ้านไปแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเสถียรในชีวิตจริงๆ แม้กระทั่งเจ้าตัวเองบางทียังอยู่ในโลกความฝันอยู่เลยครับ

ผมเพียงชวนคิดสะกิดใจเพราะชีวิตไม่ใช่ที่ทดลองหรือเป็นของเล่นๆ ของใครครับ เสมือนแก้วบางใสหากตกแตกแล้วก็ยากจะประกอบให้เหมือนเดิมได้ครับ...”

ขอบคุณคุณประเสริฐสำหรับข้อคิด และขอฝากว่าท่านใดอยากจะให้ความช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้คนหรือปลุกพลังอะไร ขอให้ตระหนักถึงผลลบที่อาจเกิดขึ้นจากความหวังดีของท่านก็ได้ หากอยากจะประกอบอาชีพด้านนี้จริงๆ ควรเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรที่ถูกต้องน่าเชื่อถือและผ่านการฝึกงานภายใต้จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างจริงจัง และต้องยึดถือในจรรยาบรรณจิตเวชอย่างเคร่งครัดด้วยค่ะ

ชีวิตจิตใจคนไม่ใช่ของเล่นนะคะ และอย่าช่วยผู้อื่นเพียงเพราะคุณต้องการรู้สึกดีมีคุณค่า แต่ช่วยเขาด้วยความเมตตากรุณา ไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่เอากิเลสมาล่อให้เขาศรัทธาเรา และต้องสำเหนียกในความสามารถที่แท้จริงของตน หากความสามารถไม่พอ ต้องส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญค่ะ

ตอนนี้คนในสังคมไทยมีความทุกข์เพิ่มขึ้น ระวังอย่าให้ความปรารถนาดีของเราไปทำร้ายให้ผู้คนมีความทุกข์มากขึ้นโดยเรารู้เท่าไม่ถึงการณ์นะคะ

ใครที่มีปัญหาด้านชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center (ครูเคทเป็นนักจิตวิทยาคำปรึกษา ทำงานภายใต้การกำกับของจิตแพทย์ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 บางซื่อ ของ กทม. ค่ะ) ต้องการนัดคิว โทร. 08-1458-1165 หรือ เข้าไปแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer ได้นะคะ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้