วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไอซ์แลนด์ แผ่นดินที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก

ไอซ์แลนด์ แผ่นดินที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก

โดย GQ Thailand
6 เม.ย. 2559 16:01 น.
  • Share:

ถ้าพูดถึงการถ่ายหนังแล้ว ภูมิประเทศแถบนอร์ดิกมักถูกใช้เป็นโลเกชั่นของดาวดวงอื่น หรือไม่ก็เป็นโลกเราในยุคดึกดำบรรพ์ แต่ความจริงแล้วคุณรู้ไหมว่าไอซ์แลนด์เป็นแผ่นดินที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก คือเพิ่งก่อตัวเมื่อราว 25 ล้านปีก่อนนี่เอง แต่ด้วยความหนาวเหน็บ และตั้งอยู่สันโดษแยกห่างจากแผ่นดินอื่น ทำให้ไอซ์แลนด์ยังคงความบริสุทธิ์ไว้ได้ราวกับเป็นดินแดนดึกดำบรรพ์ที่ถูก ‘ฟรีซ’ ไว้ตลอดกาล

ออกตัวก่อนว่าผู้เขียนไม่ใช่นักผจญภัยมืออาชีพ แต่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณาที่รักการถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปร่วมทริปไอซ์แลนด์ที่จัดโดยช่างภาพแลนด์สเคป อาจารย์กนิษ เทพศรีเมือง อย่างแรกที่คนชอบถามคือไอซ์แลนด์หนาวแค่ไหน ในเดือนพฤศจิกายนอากาศกำลังสบายเลย ประมาณ -6 องศาเท่านั้นเอง!

ประเทศนี้มีขนาดเล็กกว่าอังกฤษเล็กน้อย แต่สัดส่วนประชากรโหรงเหรงกว่าไม่รู้กี่เท่าตัว เอาแค่ลอนดอนเพียงเมืองเดียวมีคนอยู่อาศัยเกือบเก้าล้านคน แต่ไอซ์แลนด์ทั้งประเทศมีเพียงสามแสนกว่าคนเท่านั้นเอง คณะของเราเดินทางโดยสายการบิน Norwegian ไปลงนอร์เวย์ 10 ชั่วโมง แล้วก็จากนอร์เวย์ค่อยเดินทางต่อไปยังนครเรคยาวิก (Reykjavík) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไอซ์แลนด์อีก 2 ชั่วโมง

Heaven at Blue Lagoon

บันเทิงทริปแรกสุดเริ่มที่บลูลากูน บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่และสวยชวนให้ตะลึง เป็นบ่อน้ำแบบใหญ่มาก มีการสร้างให้เป็นที่อาบน้ำอย่างดีเหมือนเป็นสโมสร ซึ่งคนไปแช่น้ำร้อนโดยมีพื้นหลังเป็นภูเขาสีฟ้าๆ ถ่ายรูปออกมาดูเวิ้งว้างเหมือนไม่มีคน แต่วันที่เราไปคนแน่นมาก ด้วยความที่มันกว้าง เราจึงสามารถไปหามุมสงบๆ ได้ ทุกคนก็จะใส่ชุดว่ายน้ำลงไป มีกิจกรรมให้หมักโคลนธรรมชาติ ซึ่งผู้เขียนไม่ได้หมัก เพราะมีคนในทริปเขาลองหมักแล้วบอกว่ามันตึงๆ คันๆ ก็เลยไม่ได้หมัก แต่กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ไม่พลาดคือต้องไปซื้อเครื่องดื่มที่บาร์ซึ่งสร้างอยู่กลางบ่อ มี Prosecco มีเบียร์ มีเครื่องดื่ม โซดา มีหมด ผู้เขียนสั่งโปรเซคโกดื่ม เหตุผลคือทรงแก้วมันสวย ถ่ายรูปแล้วดูดี (ฮา) อุณหภูมิน้ำกำลังอุ่น แช่แล้วอยากจะแช่อยู่อย่างนั้นตลอดไป

GQ Tips

• ใครสนใจแนะนำให้จองออนไลน์ไปก่อน จะได้ไม่ต้องยืนต่อแถวนาน เมื่อไปถึงที่นั่น เขาจะมีเหมือนสายรัดข้อมือให้ เพื่อเอาไปสแกนกับตู้ล็อกเกอร์ เทคโนโลยีเขาเป็นระบบดีมาก

• พอเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำแล้ว ให้ทำใจถึงหน่อย ไม่ต้องเอาผ้าขนหนูลงไปหรอก เพราะจากตัวตึกแล้วลงไปที่บ่อน้ำร้อนไม่ไกลมาก เดินเร็วๆ ยอมให้ลมปะทะตัวนิดหนึ่ง ทำมาแล้ว พอไหว ไม่โหดมาก เหตุผลคือถ้านุ่งผ้าเช็ดตัวออกไป ก็ต้องเอาไปแขวนไว้ แล้วลมมันแรง ก็จะพัดปลิวหายอยู่ดี

Unlike Human Earth

ภูเขาและน้ำตกที่ชื่อ Kirkjufell (สำเนียงท้องถิ่นจริงๆ จะฟังยากมาก) เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่คนบ้ากล้องต้องมาถ่ายสักครั้ง เพราะมันสามารถถ่ายได้หลายมุม ทั้งแบบสะท้อนน้ำ แบบมีน้ำตก แต่โชคร้ายหน่อย วันที่เราไปอากาศค่อนข้างมัว เลยต้องตั้งกล้องกันนานหน่อย

เนื่องจากเป็นทริปขึ้นเหนือล่องใต้ เราเลยต้องเปลี่ยนที่พักกันทุกคืน จากภูเขาและน้ำตกทั้งภาคตะวันตกของไอซ์แลนด์ เราลงใต้มาเที่ยวหาดทรายดำ ซึ่งดำสนิทและแปลกตาสมกับที่รอคอย ความที่เป็นภูมิประเทศที่มีภูเขาไฟ ในดินเลยมีแร่ธาตุไม่เหมือนที่อื่น บางลูกนิ่งแล้ว แต่บางลูกยังแอคทีฟอยู่ เขาเล่าว่าเหตุที่เกาะนี้ไม่ค่อยมีผู้คนก็เพราะครั้งหนึ่งในอดีตภูเขาไฟเคยระเบิด และคนที่เคยมาตั้งรกรากซึ่งมีไม่เยอะอยู่แล้ว ต้องอพยพหนีกัน จากนั้นก็คงเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้นอีก

จากชายหาดสีดำที่ Reynisfjara เรานั่งรถต่อไปทางทิศตะวันออก ไปยัง Jökulsárlón Glacier Lagoon ซึ่งเป็นเหมือนทะเลแต่มีน้ำแข็งลอยเกลื่อนไปหมด พูดได้ว่าแทบทุกหนแห่งที่เราไป คือภาพที่เราไม่นึกว่าจะมีอยู่บนโลก ตั้งแต่เกิดมาผู้เขียนไม่เคยเห็นไอซ์เบิร์กมาก่อน จึงนึกภาพไม่ออกเลยว่าภูเขาใหญ่ๆ ทั้งลูกจะประกอบขึ้นจากน้ำแข็งทั้งหมดได้อย่างไร ปกติภูเขาก็ต้องมีสีเขียว ต้องมีดิน ต้องมีต้นไม้ แต่ที่ไอซ์แลนด์ ทุกอย่างใหญ่ ทุกอย่างแปลก และเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ซึ่งเราจะได้สัมผัสความกว้างและเวิ้งว้างอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ความแรงและหนาวสุดขั้วของลมเป็นสิ่งที่เซอร์ไพรส์เราทุกคน ลมแรงขนาดไหน เอาเป็นว่าผู้เขียนและคณะลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เดินเป็นระยะทางช่วงสั้นๆ ลมพัดจนกระเป๋าเดินทางกลิ้งหลุนๆๆ มีครั้งหนึ่งขณะผู้เขียนเดินอยู่และกำลังอ้าปากจะพูดกับเพื่อนข้างหน้า เชื่อไหมว่าลมพัดมาอัดปากไว้ พูดไม่ได้เลย ต้องรอให้ลมมันเบาก่อน กว่าจะได้พูดกัน ส่วนใครที่เตรียมผ้าพันคอมาแล้วชอบวางพาดไว้ ก็ถูกลมพัดปลิวหายกันไปตั้งแต่ต้นทริป ครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนขึ้นไปยืนบนลากูนน้ำแข็ง โดยเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย หวังจะถ่ายรูป แต่แรงลมที่สัมผัสได้ทำให้ต้องรีบเก็บมือถือ เพราะรู้สึกได้ว่ามันจะต้องถูกพัดหลุดจากมือแน่นอน เพราะฉะนั้นลมจึงเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้ ให้นึกภาพเหมือนมีพัดลมขนาดยักษ์ที่ไม่เพียงทรงพลังมาก แต่ยังพัดเกล็ดน้ำแข็งมาใส่เราอีกด้วย

ประเทศนี้มีถ้ำน้ำแข็งกระจายตัวอยู่ทั่วไป แต่บางแห่งต้องเที่ยวเฉพาะฤดูหนาว เพราะน้ำแข็งอาจจะละลาย เกิดอันตรายในการเดินทางได้ ผู้เขียนเดินทางไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์เพื่อไปยัง Svínafellsjökull Glacier ที่เพิ่งจะโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะโลเกชั่นถ่ายทำหนังเรื่อง Interstellar ตอนที่พระเอกมาพบกับ ดร.มานน์บนดาวน้ำแข็งอันโดดเดี่ยว การได้เดินไต่ขึ้นลงกลาเซียร์ที่นี่จึงให้อารมณ์เหมือนอยู่นอกโลกไม่มีผิด

GQ Tips

• การเที่ยวไอซ์แลนด์จำเป็นต้องมีรองเท้าสำหรับเดินบนน้ำแข็ง จะได้ไม่ล้มลุกคลุกคลาน

• ผู้เขียนไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าแบบแอดเวนเจอร์ แบรนด์ที่เป็นตัวจริงอย่าง North Face หรือ Columbia เพราะคิดว่าสีสดไป ไม่สวย และคิดว่าใส่เสื้อกันหนาวหลายๆ ชั้นน่าจะเอาอยู่ แต่ปรากฏว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก เพราะเสื้อผ้ากันหนาวแบรนด์ทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมืออากาศหนาวสุดขั้วแบบนี้ ความหนาวยะเยือกประกอบกับลมแรงมากซึ่งพัดละอองน้ำแข็งมาใส่เราเสมอ ทำให้ผู้เขียนเดินปากสั่น หน้าเขียว เสียอรรถรสในการท่องเที่ยวพอควร เพราะฉะนั้นคุณผู้อ่านโปรดละทิ้งความเก๋ไปซะ และสวมใส่ทุกอย่างที่จะทำให้คุณอุ่นที่สุดเท่าที่จะหาได้

เนื่องจากเราเดินทางกันตลอด จึงได้เข้าเมืองแค่แวบเดียว และมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในปั๊มน้ำมัน ไม่ว่าจะแวะกิน แวะซื้อของ แวะเข้าห้องน้ำ ในปั๊มน้ำมันมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีของจำเป็นทุกอย่างอยู่ที่นั่น ของฝากต่างๆ ก็ซื้อกันในปั๊ม ทั้งช็อกโกแลต ชีส เกลือ ฯลฯ

ความพิเศษอีกอย่างคือ เนื่องจากประเทศนี้มีคนน้อยมาก และคุณภาพชีวิตอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการเกิดอาชญากรรมก็เลยต่ำมาก ไอซ์แลนด์จัดเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ระหว่างการเดินทางด้วยรถบัสของเรา หลายครั้งเราวางกล้องถ่ายรูปทิ้งไว้ในรถ ซึ่งช่างภาพแต่ละคนก็ย่อมมีกล้องราคาไม่ใช่ถูกๆ แต่คนขับรถไม่เคยล็อกรถเลยสักครั้ง แม้เราจะขอให้เขาล็อกเผื่อไว้เฉยๆ เขาก็ยืนยันว่ามันไม่มีวันหาย และตั้งแต่เขาขับรถมาในชีวิตนี้ ไม่เคยล็อกรถเลยสักครั้ง ประเทศของเขาไม่มีใครล็อกกัน สงสัยจะจริง เพราะครั้งเดียวที่ผู้เขียนได้เห็นตำรวจ ก็คือตอนที่ผับเลิกและมีคนเมา ตำรวจถึงจะออกมาดูแลความเรียบร้อย คนเมาอาจจะก่อเหตุการณ์รุนแรงและเสี่ยงอันตรายได้ที่สุดแล้วที่นี่

เรื่องที่น่าเสียดายคือได้เห็นแสงเหนือแค่แวบเดียว เพราะฟ้าปิดเกือบตลอดทั้งทริป มีคืนหนึ่งฟ้าเปิด คนนำเที่ยวก็พาพวกเราไปรอดูที่ลากูนแห่งหนึ่ง แต่เพื่อนร่วมทริปปวดท้อง ทำให้ต้องกลับโรงแรม แต่ปรากฏว่าหลายคนได้เห็นที่โรงแรมกัน ส่วนผู้เขียนต้องโทษที่ตัวเองเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปไม่พอ เลยไม่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อรอดู เพราะฉะนั้นการไปไอซ์แลนด์ทั้งที แล้วไม่ได้เห็นแสงเหนือให้สะใจ มันเป็นอะไรที่ยอมกันไม่ได้

ผู้เขียนเลยจะไปอีกครั้งในปลายปีนี้ แต่วางแผนกันแล้วว่าครั้งนี้จะเช่ารถขับเอง เพราะไม่มีอะไรยาก และถ้าได้เห็นถนนหนทางที่นั่นก็จะเข้าใจว่าคุณไม่มีทางหลงแน่นอน ใช้ GPS นำไป ถนนมีอยู่สายเดียว สองข้างทางมองเห็นโปร่งโล่งตลอด อยากแวะอะไรที่ไหนก็จอดได้เลย พื้นที่กว้างขวางเหลือเฟือ แต่ถามว่าถ้าไปครั้งแรก ลุยเดี่ยวเลยได้ไหม ผู้เขียนไม่กล้าแนะนำ เพราะไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่แตกต่างไปจากความคุ้นเคยของเราแบบสุดขั้ว การเตรียมตัวทุกอย่างควรต้องมีมืออาชีพแนะนำ ไปทัวร์ก่อนน่าจะเป็นการปลอดภัยกว่า

GQ Tips

• เนื่องจากแต่ละสถานที่อยู่ห่างกัน ต้องนั่งรถเป็นเวลานาน และเป็นทางแบบออฟโรดจริงๆ เพราะฉะนั้นใครที่มักจะวิงเวียนง่าย ต้องเตรียมยาหอมยาดมมาให้พร้อม

• ไม่จำเป็นต้องแลกเงินท้องถิ่นไปเยอะ เพราะร้านค้าส่วนมากรับบัตรเครดิต ไม่ว่าสินค้าจะราคาเท่าไรก็ตาม

ที่มา - GQ Thailand
www.gqthailand.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้