สธ.เตือน 'โรคอุจจาระร่วง' ระบาดหนัก แนะ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ

ข่าว

    สธ.เตือน 'โรคอุจจาระร่วง' ระบาดหนัก แนะ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ

    ไทยรัฐออนไลน์

      15 มี.ค. 2559 17:37 น.

      อธิบดีกรมควบคุมโรค เตือน ผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงสูงถึงกว่า 2 แสนราย ระบาดหนักในกลุ่ม 15-24 ปี แนะ ปชช.ยึดหลัก "กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ" เลี่ยงการทานอาหารที่ปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ ส่วนอาหารค้างคืน ควรอุ่นก่อนกิน...

      เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 59 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ขณะนี้ไทยกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ทำให้หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาด ประกอบกับอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่ประชาชนจะป่วยด้วยโรคที่มากับภัยแล้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ค้างคืน มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคอุจจาระร่วง

      ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 7 มี.ค. 2559 พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 203,531 ราย จากทั่วประเทศ เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 15-24 ปี (11.24%) รองลงมา มากกว่า 65 ปี (11.08%) และ 25-34 ปี (9.64%) ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ มหาสารคาม สมุทรสงคราม พิจิตร แม่ฮ่องสอน และ ภูเก็ต สำหรับโรคอุจจาระร่วง เกิดขึ้นได้กับประชาชนทุกวัย เกิดได้ทั้งจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โปรโตซัว ปรสิต หนอนพยาธิ และเชื้อไวรัสโรต้า โดยผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง จะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้ง/วัน หรือมากกว่า หรือถ่ายมีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำกว่าปกติ มีไข้สูง

      ในส่วนการดูแลผู้ที่ป่วยโรคอุจจาระร่วง กรณีที่เป็นเด็ก ให้เด็กรับประทานอาหารเหลวบ่อยๆ หากเป็นกลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้สูงอายุ ให้รับประทานอาหารตามปกติ แต่ควรเป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย ควรดื่มน้ำเกลือแร่แทนน้ำ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ยังถ่ายบ่อย อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ มีไข้สูง หรือถ่ายอุจจาระเป็นมูกปนเลือด ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

      “ขอให้ผู้ประกอบการอาหารและประชาชนทั่วไปปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงและสะอาด ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง หั่นอาหารดิบและอาหารสุกแล้วร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค รวมถึงหมั่นดูแลรักษาครัวให้สะอาดอยู่เสมอ และในช่วงนี้ขอให้ประชาชนยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” โดยรับประทานอาหารเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนและสะอาด อาหารทะเลก็ขอให้ปรุงสุกเช่นกัน หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หมู ไก่ และไข่ ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง”

      นอกจากนี้ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหารและน้ำดื่ม ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ปรุงเองที่บ้าน อาหารสั่งซื้อ อาหารถุง อาหารกล่อง ควรแยกกับข้าวออกจากข้าว และควรรับประทานภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ สำหรับอาหารเหลือต้องเก็บในตู้เย็นและนำมาอุ่นก่อนรับประทานใหม่ แต่หากมีรสหรือกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทานเด็ดขาด และหมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก ที่สำคัญควรปฏิบัติตนให้ถูกหลักสุขอนามัย.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 05:27 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์