วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดนตรีและสมอง : ร้องเพลงห่วย....เกิดได้ยังไง? (ตอนที่ 2)

ดนตรีและสมอง : ร้องเพลงห่วย....เกิดได้ยังไง? (ตอนที่ 2)

โดย หมอดื้อ
6 มี.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ผลของดนตรีต่อการพัฒนาศักยภาพทางสมองของเด็ก (Domain–specific and domain–general effects of musical experience in young children)

ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์กันดีถึงผลจากประสบการณ์ด้านดนตรี ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของบทเรียนวิชาดนตรีหรือการฟังดนตรีทั่วไปในชีวิตประจำวัน ว่าไม่ได้มีผลต่อการพัฒนาศักยภาพเฉพาะด้านดนตรีอย่างเดียว ยังรวมถึงการพัฒนาในการเรียนรู้ในด้านอื่นๆ

ซึ่งสามารถวัดได้จากคะแนนการทดสอบไอคิว (IQ test) ที่สูงขึ้นในกลุ่มเด็กโตและผู้ใหญ่

ผลของดนตรีต่อการพัฒนาศักยภาพทางสมองในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ทั้งในกรณีที่ได้รับประสบการณ์ด้านดนตรีผ่านทางรูปแบบของบทเรียนวิชาดนตรีและการฟังดนตรีทั่วไปในชีวิตประจำวัน พบว่าเด็กเล็กเหล่านี้มีความสามารถในการแยกแยะโครงสร้างของระดับเสียงมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง

โดยเด็กเล็กในกลุ่มที่มีอายุอยู่ในขวบปีแรก สามารถแยกแยะเสียงพ้องและเสียงไม่พ้อง (consonance and dissonance) ได้ ในขณะที่เด็กเล็กในกลุ่มก่อนวัยเรียนสามารถ แยกเสียงตามโน้ตดนตรีได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี ยังไม่มีความสามารถในการรับรู้ความกลมกลืน ของเสียงประสาน (sensitivity to harmonic structure) ไม่ว่าจะเด็กจะเคยได้รับประสบการณ์ดนตรีในรูปแบบใดมาก่อนก็ตาม

กรณีหลังนี้เอง นำมาสู่คำถามในการวิจัยต่อมา กล่าวคือ การพิสูจน์ว่าความสามารถในการรับรู้ความกลมกลืนของเสียงประสาน สามารถจะพัฒนาขึ้นในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ โดยผ่านทางประสบการณ์ด้านดนตรีในรูปของบทเรียนดนตรีพิเศษได้หรือไม่

ในการศึกษาต่อยอดนี้ กลุ่มผู้วิจัยได้ทำการเปรียบเทียบความสามารถในการรับรู้ความกลมกลืนของเสียงประสานระหว่างกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กอายุ 3-5 ขวบที่ได้รับประสบการณ์ด้านดนตรีผ่านทางบทเรียนดนตรีพิเศษ และกลุ่มที่ไม่ได้รับบทเรียนดนตรีดังกล่าว

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับประสบการณ์ด้านดนตรีผ่านทางบทเรียนดนตรีพิเศษมีความสามารถในการรับรู้ความกลมกลืนของเสียงประสานเหนือกว่าเด็กในอีกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นทางกลุ่มจึงสรุปว่า ความสามารถในการรับรู้ความกลมกลืนของเสียงประสาน สามารถพัฒนาได้ในเด็กเล็กโดยผ่านบทเรียนดนตรีพิเศษ นอกจากนี้ยังได้มีการติดตามศักยภาพของเด็กเล็กเหล่านี้เมื่อได้รับประสบการณ์ดนตรีต่างๆเพิ่มขึ้นผล ของการติดตามดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ดนตรียังส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กในการรับรู้ด้านอื่นๆ อีกด้วย

การเพิ่มศักยภาพของสมองระหว่างการเล่นดนตรีและการฟังดนตรี ในการฝึกซ้อมดนตรีนั้น จำเป็นต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันระหว่างสมองส่วนที่ทำหน้าที่เฉพาะขั้นสูงและสมองส่วนที่ทำหน้าที่พื้นฐานในการได้ยินและการเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ในระหว่างการฝึกซ้อมดนตรีและการฟังดนตรีซึ่งเกิดร่วมไปพร้อมๆกันนั้น ก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์แบบใดในสมองส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง

ในการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การฝึกฟังดนตรีเพื่อแยกแยะเสียงต่างๆ (simple training in listening discrimination) ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน ซึ่งแสดงให้เห็นได้จากการพบสัญญาณคลื่นไฟฟ้าสมองชนิดที่เรียกว่า “Mismatch Negativity Response (MMN)” จากการตรวจด้วย เครื่องมือ magnetoence phalography (MEG)

คำถามต่อมาคือ ผลของการ เรียนรู้ซึ่งอาศัยบริเวณที่แตกต่างกันของสมอง ก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์อย่างไรในสมอง และปฏิสัมพันธ์นี้มีผลต่อการจัดระเบียบและพัฒนาศักยภาพการทำงานของสมอง ส่วนที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร

ในการตรวจวัดเพื่อเปรียบ เทียบการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำซึ่งสัมพันธ์กับการได้ยิน (auditory memory) ในกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่นักดนตรี ในขณะที่กำลังทำการฝึกซ้อมดนตรีเทียบกับการฝึกฟังดนตรีเพื่อแยกแยะเสียง

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การฝึกซ้อมดนตรีนั้นสามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ภายในสมองซึ่งเอื้อให้เกิดการจัดระเบียบและพัฒนาศักยภาพการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้อง มากกว่ากลุ่มที่มีการฝึกฟังดนตรีเพื่อแยกแยะเสียงอย่างมีนัยสำคัญ.


หมอดื้อ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้