วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับตา 5 เดือนอันตราย 2 ขั้ว “ชิงเหลี่ยม” แตกหัก : สถานการณ์เปราะ จุดเปลี่ยนโรดแม็ป

จับตา 5 เดือนอันตราย 2 ขั้ว “ชิงเหลี่ยม” แตกหัก : สถานการณ์เปราะ จุดเปลี่ยนโรดแม็ป

  • Share:

ปฏิทินล่วงเข้าเดือนมีนาคม ตามฤดูกาลที่ย่างเข้าสู่หน้าแล้งเต็มรูปแบบ

ในสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มยกระดับเข้าสู่ภาวะวิกฤติหนักขึ้นทุกขณะ ไม่ต้องพูดถึงภาคการเกษตรที่พืชล้มตายเพราะขาดน้ำทำนา ทำสวน ทำไร่

แต่หลายพื้นที่เริ่มตกอยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค

แทบไม่มีน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา

ไม่ใช่แค่บ้านเรือนประชาชนเท่านั้น สำคัญก็คือโรงพยาบาลบางแห่งมีแนวโน้มถึงขั้นไม่มีน้ำใช้ในปฏิบัติการทางการแพทย์ เกิดปัญหาในการดูแลรักษาคนป่วย

แค่เริ่มต้นฤดูแล้งยังส่อแววสาหัสขนาดนี้

และอย่างดีก็คงทำได้แค่การบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า แบบที่กองทัพบกซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นหน่วยงานหลักในการช่วยเหลือประชาชน ได้เริ่มนำรถขนน้ำเข้าไปให้ชาวบ้าน

แต่อีกส่วนหนึ่งที่ทหารเข้าไปไม่ทัน ประชาชนก็ต้องซื้อน้ำใช้เอง

ตามสภาพการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยได้เร่งดำเนินการประเมินสถานการณ์ปัญหาน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคถึงระดับครัวเรือนในพื้นที่ 62 จังหวัด ที่อาจได้รับผลกระทบไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2559

แนวโน้มแล้งยาว ชาวบ้านเดือดร้อนหนักแน่

และตามเงื่อนสถานการณ์ก็จะลามกระเทือนไปถึงภาวะเศรษฐกิจ ซ้ำเติมปัญหาปากท้องของประชาชนคนระดับฐานรากให้ยิ่งเป็นอยู่อย่างลำบากกันไปใหญ่

ภายใต้บรรยากาศร้อนๆ ภาวะตึงเครียดทางการเมือง

ตามฉากบู๊ๆอารมณ์ดุๆที่ทหารพร้อมรถฮัมวี่บุกบ้าน “เสี่ยไก่” นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย ล็อกตัวไปปรับทัศนคติในค่าย

ผลจากปฏิบัติการท้าทายอำนาจพิเศษ

เจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์เชิงตอบโต้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าด้วยกรณีส่งทหารตามประกบอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของพรรคเพื่อไทย

ใช้ถ้อยคำดุเดือดรุนแรงแบบ ถ่อย สถุล โง่

โดยเฉพาะประโยคที่ “คนรักแม่” อย่างพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ยอมไม่ได้ กับมุกที่ “เสี่ยไก่” กระแทกแดกดันเป็นนัย “ที่ผมแปลกใจคือที่บ้านท่านและสถานที่ที่ท่านเคยเรียนมา ไม่ได้อบรมสั่งสอนท่านในเรื่องการให้เกียรติสุภาพสตรีซึ่งเป็นเพศเดียวกับแม่ของท่านบ้างเลยหรือครับ แม่ผมที่เป็นคนบ้านนอกจบการศึกษาเพียงประถม 4 ยังสอนผมว่าให้คิดก่อนพูด”

แปลไทยเป็นไทยในอารมณ์แบบชาวบ้าน งานนี้ลามปามถึงบุพการี

มันก็เลยต้อง “ปิดประตูตีไก่” โชว์บทดุข่มขวัญกันในที

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดูเหมือนรอบนี้โฟกัสไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายต้านอำนาจ คสช.เท่านั้น เพราะสถานการณ์มันเข้าจังหวะพอดีกับบรรยากาศร้าวลึก

ศึกหักดิบกันเองในหมู่ขุมข่ายอำนาจพิเศษ

ตามเหตุการณ์ที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ โดนตำรวจไล่บี้ฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการส่งแอพพลิเคชั่นไลน์ แฉคนระดับ “พลเอก” อยู่เบื้องหลังการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายตำรวจ

ในอารมณ์แบบที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พูดออกอากาศเลยว่า ถ้า พล.ร.อ.พะจุณณ์ไม่มาตามหมายเรียก ก็ต้องเจอหมายจับ

รับกับสัญญาณที่ พล.อ.ประวิตร กดปุ่มไฟเขียวให้ตำรวจเดินหน้าลุยจัดการกับพวกที่ทำให้องค์กรตำรวจเสียหายอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันเสียงแข็งเลยว่า ในยุคของตัวเองไม่มีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ส่วนใครจะไปอ้าง “ตกเบ็ด” ก็ไม่รู้ด้วย

“พี่ใหญ่” ตั้งหลักซัดกลับ หลังเจอ “หอกข้างแคร่” ทิ่มใส่ 2-3 แผล

ตามกระแสที่มีการวิเคราะห์กันถึงปรากฏการณ์แปร่งๆ ที่แฝงอยู่ในกระบวนการเปิดโปงปมฉาวโครงการติดกล้องซีซีทีวีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หรือโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขององค์การทหารผ่านศึก ที่มีการรับส่งลูกเล่นกันในเครือข่ายองค์กรตรวจสอบภาคประชาชน

ประเมินหน้าตาคนที่เคลื่อนไหวกลายเป็นฝ่ายเดียวกันเองขณะเดียว กัน โฟกัสจาก การตั้งป้อมสู้ของฝ่าย พล.ร.อ.พะจุณณ์ ที่ได้นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.จอมข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหน่วยตอบโต้ อีกทั้งยังใช้บริการนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความของพันธมิตรฯเป็นทนายแก้ต่างสู้คดีให้

ตอกย้ำความชัดเจน สายใครเป็นสายใครที่เกี่ยวโยงกันอยู่

เป็นจังหวะขยายภาพเชิงซ้อนในกลุ่มขั้วอำนาจ คสช.ที่เกาะกันอย่างหลวมๆในการเป็นแนวร่วมโค่นอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทยร่วมกันมา

อำมาตย์ ทหาร พันธมิตรฯ กปปส. ถึงเวลาแตกคอกัน

แต่อะไรก็ไม่เร้าอกเร้าใจเท่ากับปมแหลมๆเสียวๆ พล.อ.ประวิตรเดินหน้าไล่บี้ พล.ร.อ.พะจุณณ์ โดยไม่สนสถานะของอดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ

เลยจุดเกรงใจยี่ห้อ “ลูกป๋า” ไปแล้ว

แนวโน้มเข้าเค้าตามท้องเรื่องศึกผู้มากบารมี “2ป.” ที่ร่ำลือกัน มันคือความจริง

และจุดที่ต้องจับตาจากนี้ไป ตามสถานการณ์ “เปิดแนวรบ” ไม่ว่าจะเป็นการเปิดศึกในกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ พะยี่ห้อ “ลูกป๋า” หรือการกระตุกแนวรบศึกนอกกับนายวัฒนา สายตรง “ทักษิณ”

“บิ๊กป้อม” ปะฉะดะรอบทิศ

ในอารมณ์แบบที่ภาษาทางการเมืองเรียกว่า “ออกอาการ”

โดยรูปการณ์ชัดเจนนี่เป็นจังหวะที่ พล.อ.ประวิตร ขยับ “กระชับอำนาจ” พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ แสดงความเป็น “ตัวจริงเสียงจริง” ของขุมอำนาจทีมงานทหาร คสช.

เพราะรู้ตัวว่า กำลังตกเป็นเป้า “ทุบทำลาย”

สถานภาพ “บิ๊กบราเธอร์” ที่ถูกมองเป็นหัวขบวน “อำมาตย์ใหม่” ตกอยู่ในอันตราย

ท่ามกลางสถานการณ์ที่มาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ภายใต้ม่านหมอกที่คลุมเครือไม่ชัดว่า ใครเป็นฝ่ายกุมอำนาจประเทศไทยโดยแท้จริง

เพื่อความปลอดภัย “บิ๊กป้อม” ต้องชิงเป็นคนกำหนดธงเป้าหมายไว้ก่อน

แน่นอน ตามเงื่อนสถานการณ์มันย่อมต้องส่งผลกระทบถึงกระบวนการตามโรดแม็ป เส้นทางตามแผนที่ของ คสช.ในการเดินหมากกระดานอำนาจพิเศษ

ต้องเปลี่ยนไปตามเหลี่ยมของการชิงธง

เบื้องต้นเลยก็คือกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ การออกแบบกติกาประเทศไทยใหม่ ตามโปรแกรมที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะนำทีม “21 อรหันต์ทองคำ” เดินทางไปประชุมพิจารณาปรับแก้ร่างสุดท้ายกันที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ก่อนเส้นตายวันที่ 29 มีนาคม ต้องปิดกล่องเสร็จสมบูรณ์

แต่ก็อย่างที่เห็นเค้าวุ่นๆ ตามจังหวะที่ พล.อ.ประวิตรได้โยนทุ่นโมเดลให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการสรรหาในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เพื่อจะทำงานร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง

เป็นพิมพ์เขียวต่อเนื่องกับข้อเสนอของคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก แบ่งเป็น 5 ปี และ 20 ปี เพื่อให้การปฏิรูปประเทศบรรลุตามเป้าหมาย

แบไต๋โจทย์ของทหารที่ยื่นโพยให้ทีมงานร่างรัฐธรรมนูญ

ตามรูปการณ์ที่นายมีชัยต้องรุดเข้าหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ที่ทำเนียบรัฐบาล ในทันทีที่ได้ข่าวโมเดลของ พล.อ.ประวิตร

เหมือนกับว่า เป็นวาระที่แทรกเข้ามาแบบไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน

มันยิ่งสะท้อนสถานการณ์ “ชิงเหลี่ยม” เป็นฝ่ายกำหนดธง ขอเป็นผู้คุมเกมอำนาจ

ตามยุทธศาสตร์แบบทหาร ที่มีการประเมินสูตรของ พล.อ.ประวิตรต้องลากยาวอำนาจบนหลังเสือ

โดยล็อกเกมเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ผ่าน ส.ว.ลากตั้ง

ทหารไม่ยอมลงหลังเสือง่ายๆ เป็นแค่ม้าใช้เสี่ยงโดนถีบทิ้งเหมือนที่ผ่านมา

ขณะที่สูตรของนายมีชัยพยายามให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระในการควบคุมรัฐบาลในอนาคตให้อยู่ในกำกับของฝ่ายคุมเกมประเทศไทย

สะท้อนไต๋ของฝ่าย “อำมาตย์” ให้ความไว้วางใจฝ่ายตุลาการผ่านกระบวนการยุติธรรมมากกว่า

“บิ๊กบราเธอร์” กับ “สายป๋า” อำมาตย์เก่ากับอำมาตย์ใหม่ ทำไปทำมา กลายเป็นการชักเย่อกันระหว่าง 2 กลุ่ม “ขั้วใน” อำนาจพิเศษด้วยกัน

“ขั้วนอก” อย่างยี่ห้อ “ทักษิณ” ลูกข่ายพรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในเกมแต่อย่างใด

โดยในเบื้องต้นคำตอบจะสะท้อนออกมาในร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายที่จะโชว์ออกมาในปลายเดือนมีนาคมนี้ ใครได้ ใครเสีย

ฝ่ายใดชิงธงเป็นคนกำหนดเกมประเทศไทยได้

แต่นั่นก็แค่การตรวจหวยงวดแรกเท่านั้น และตามฟอร์มถ้ายังตกลงแชร์อำนาจกันไม่ได้ มันก็จะมีผลกับช็อตต่อไปในกระบวนการทำประชามติในปลายเดือนกรกฎาคม

ท่ามกลางกระแสการวิเคราะห์ ข่าวจริง ข่าวลือ ข้อมูลวงนอก วงใน ว่าด้วยเหตุพลิกผันต่างๆนานา

ว่ากันถึงขั้นอาจไปไม่ถึงการทำประชามติ

มันจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด กับช่วง 5 เดือนอันตราย ท่ามกลางสถานการณ์เปราะบาง

การปะทะกันระหว่างขุมพลัง “บิ๊กบราเธอร์” กับความขลังของ “อำมาตย์เก่า” ชิงเหลี่ยมแตกหักในขั้วอำนาจฝ่ายเดียวกัน

มันคือ “จุดเปลี่ยน” โรดแม็ปประเทศไทยอย่างแท้จริง.


ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้