วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลุ้นขึ้นทะเบียน “วัคซีนไข้เลือดออก”

ลุ้นขึ้นทะเบียน “วัคซีนไข้เลือดออก”

  • Share:

(ภาพจาก:AFP)

รศ.นพ.ชูเกียรติ ศิริวิชยกุล หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล กล่าวภายหลังเสวนาเรื่องความหวังคนไทย ...วัคซีนไข้เลือดออก “ฉีดหรือไม่ฉีด” ว่า โรคไข้เลือดออกที่รุนแรงมาจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ ซึ่งความรุนแรงจะเกิดขึ้นเพียงร้อยละ 17 จากภาวะช็อกจนเกิดผลแทรกซ้อนและเสียชีวิตในที่สุด และปัจจุบันมีการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งทีมวิจัยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ได้ร่วมกับซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ในการพัฒนาวัคซีนมาตั้งแต่ปี 2551 โดยวิจัยกับอาสาสมัครหลายประเทศรวมกว่า 30,000 คน โดยมีอาสาสมัครคนไทยร่วมด้วยประมาณ 5,000 คน ซึ่งทำวิจัยทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ หลังจากผ่านการทดลองในสัตว์ทดลองแล้ว จะเข้าสู่การทดลองในมนุษย์มี 3 ระยะ และได้ทดลองเปรียบเทียบกับกลุ่มหลอก ที่ใช้วัคซีนตับอักเสบเอ และน้ำเกลือ พบว่าผลข้างเคียงของการใช้วัคซีนไข้เลือดออกไม่แตกต่างจากวัคซีนหลอก คือมีไข้ไม่ถึงร้อยละ 5 มีอาการปวดศีรษะเล็กน้อยร้อยละ 20-30 นอกนั้นมีอาการปวด บวมแดงบ้าง ขณะที่ประสิทธิภาพการป้องกัน โรคอยู่ที่ร้อยละ 60 และป้องกันความรุนแรงของโรคได้ร้อยละ 80.8 ในอายุ 9 ขวบขึ้นไป

รศ.นพ.ชูเกียรติกล่าวว่า สำหรับขณะนี้ควรฉีดวัคซีนหรือไม่นั้นควรพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่ และป้องกันโรคได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งขณะนี้มีเม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และบราซิลที่จดทะเบียนใช้วัคซีนไข้เลือดออกแล้ว โดยใช้ป้องกันโรคได้ในอายุ 9-45 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่มีการศึกษาทดลองว่ามีประสิทธิภาพดีในการป้องกันโรค ส่วนไทยอยู่ระหว่างขึ้นทะเบียน เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำลังพิจารณาอยู่ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.หรือ ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนต้องฉีด 3 เข็ม เว้นระยะ 6 เดือน ส่วนที่ว่าฉีดไปแล้วจะป้องกันโรคได้นานเท่าไรนั้น ยังไม่ระบุชัดเจนแต่ข้อมูลวิจัยระบุว่าอยู่ที่ 3-5 ปี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้