วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สานพลังรัฐ-เอกชนขับเคลื่อนการศึกษา

สานพลังรัฐ-เอกชนขับเคลื่อนการศึกษา

  • Share:
“สมคิด” เชื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ลุยนำร่อง ร.ร.ประชารัฐ 3,300 โรง

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รวมทั้งสิ้นกว่า 25 องค์กร ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ศธ.เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างมากในการวางรากฐานอนาคตชาติ ได้รับงบประมาณสูงสุด แต่กลับไม่สามารถผลิตกำลังคนได้อย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น ศธ.ต้องเร่งสร้างคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษาเพียงแค่ด้านงบประมาณ แต่คนที่มาเป็นรัฐมนตรีกลายเป็นคนที่พลาดหวังจากกระทรวงอื่น

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสและวางอนาคตครั้งสำคัญของประเทศไทย เพราะหากยังไม่สามารถผลิตคนให้มีทักษะความรู้ความสามารถได้ก็คงไปแข่งขันกับประเทศอื่นลำบาก จะเห็นได้ว่า 20-30 ปีที่ผ่านมา คนของเราเริ่มออกอาการให้เห็นแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติแต่หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเราจะสู้ใครไม่ได้ จึงจำเป็นต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ในทุกย่อมหญ้า ขณะเดียวกันรัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ใช่คอยครอบงำให้ทำตามเหมือนที่ผ่านมา เชื่อว่าในอนาคตหากเราร่วมกันแก้ไขปัญหาสานพลังประชารัฐ อย่างจริงจัง ต่อไปก็คงไม่จำเป็นต้องส่งลูกไปเรียนเมืองนอก อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนจะไปเกณฑ์บริษัทเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์กว่า 100 บริษัทให้เข้ามาช่วยสนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการศึกษาให้ก้าวหน้าได้เร็วขึ้น

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าการจัดการศึกษายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการศึกษา ทั้งนี้ ศธ.และภาคเอกชนได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม 225 ศูนย์ในเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่ปรึกษา เพื่อขับเคลื่อนภารกิจนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป นอกจากนี้ ในปี 59 จะเริ่มนำร่องโรงเรียนประชารัฐ 3,300 แห่งใน 7,242 ตำบล.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้