วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“สมคิด” หนุนประชารัฐการศึกษา

“สมคิด” หนุนประชารัฐการศึกษา

  • Share:

“พาณิชย์” ใช้สัญญามาตรฐานดึงโรงสีซื้อข้าวเปลือก

“สมคิด” หวังคนไทยไม่ต้องส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เชิญชวน 100 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ช่วยกิจการเพื่อสังคม “พาณิชย์” ดึงโรงสีซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา เล็งใช้สัญญามาตรฐานผูกมัด หวังไม่ให้ถูกกดราคารับซื้อ ส่วนขายข้าวจีทูจีจีนลอตสุดท้ายเจรจาไม่จบ หลังจีนขอลดราคาเนื่องจากราคาในจีนตกหนัก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีลงนามข้อตกลง “สานพลังประชารัฐ” ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำว่า ที่ผ่านมาระบบการศึกษาของไทยเป็นปัญหาที่สะสมกันมานาน ทั้งที่ภาครัฐและเอกชนก็รู้ปัญหาแต่ต่างฝ่ายเดินไปคนละทิศคนละทาง ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการผ่าตัด ในความเป็นจริงเด็กไทยถือว่ามีคุณภาพสูงมากไม่แพ้ชาติอื่นๆ จัดได้ว่ามีวัตถุดิบที่ดี แต่พอมาถึงขั้นกระบวนการในส่วนของการสอนนั้นไม่ถูกต้องทำให้ผลที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร และมักเน้นผลิตบุคลากรออกมาไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทำให้ความสามารถในการแข่งขันของเด็กเราสู้สิงคโปร์ เกาหลีใต้ไม่ได้

“กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องทุ่มเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์นำความรู้ไปสู่ชนบทให้ทั่วถึงภายใน 2 ปีนี้ โดยเป็นการนำสิ่งที่ดีออกไปสู่ชนบท แล้วจากนั้นจึงมาถึงการอัพเกรดครู พัฒนาปรับเงินเดือน ปรับระบบการสอนให้ก้าวทันโลกมากขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าถ้าทำเสร็จแล้วการศึกษาไทยจะได้รับการพัฒนาและครอบครัวของคนไทยไม่จำเป็นต้องส่งลูกไปเรียนถึงต่างประเทศอีกต่อไป ที่ผ่านมาผมถามตัวเองว่าทำไมต้องส่งลูกไปเรียนเมืองนอกทั้ง 3 คน ถ้ามีอะไรที่เอกชนอยากให้ช่วยบอกมาได้เลย เพราะเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องของลูกหลาน พวกเราจะได้ไม่ต้องส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ต้องมานั่งเฉาเหมือนผมอีกต่อไป”

อย่างไรก็ตาม การที่บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามาเซ็นเอ็มโอยู สานพลังประชารัฐด้านการศึกษามั่นใจว่าจะช่วยพัฒนาการศึกษาไทยรวมทั้งทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังมีแผนที่จะดึง 100 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เข้ามาช่วยในกิจการเพื่อสังคมหรือซีเอสอาร์ ไม่ใช่แค่การศึกษายังรวมด้านอื่นของสังคมด้วย โดยส่วนตัวมั่นใจว่าทางเอกชนพร้อมที่จะเข้าร่วมอยู่แล้วและเชื่อว่าในอีกไม่นานจะเริ่มเห็นโครงการที่ชัดเจนมากขึ้น คาดว่าอย่างน้อยจะมีบริษัทเข้าร่วม 20-30%

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับสมาคมโรงสีข้าวไทย เพื่อให้มีส่วนร่วมในโครงการประชารัฐ ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเบื้องต้นได้เสนอให้โรงสีทำแผนมาเสนอที่จะรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรได้อย่างไร เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาเหมาะสม ไม่ถูกกดราคารับซื้อ เพราะขณะนี้ภาครัฐมีแผนในการผลิตข้าวครบวงจรแล้ว ทำให้ทราบว่าข้าวชนิดใดจะเพาะปลูกในพื้นที่ใด ปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกปี 59/60 มีเท่าไร โดยสมาคม ได้ตอบรับแล้ว แต่ขอทำแผนก่อนว่าโรงสีจะรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรได้พื้นที่ใดบ้าง และจะนำแผนมาเสนอกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 17 มี.ค.นี้

“ปัญหาขณะนี้ คือ โรงสีที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวนมาก มีกำลังการผลิตเกินกว่าผลผลิตข้าวถึง 3 เท่า แต่ไม่กระจายตัว ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคกลาง ส่วนภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่ทำนาปี มีโรงสีน้อย ไม่เพียงพอกับปริมาณผลผลิตข้าว จึงอาจให้โรงสีพื้นที่อื่นๆ เข้ามารับซื้อ หรืออาจจัดเป็นตลาดนัดซื้อขายข้าวเปลือก หรืออาจเป็นการรับซื้อล่วงหน้า โดยมีสัญญามาตรฐานระหว่างโรงสีและเกษตรกร เป็นต้น ซึ่งโรงสีจะทำแผนกลับมาเสนอกระทรวงวันที่ 17 มี.ค.นี้ นอกจากนี้กระทรวงจะตรวจสอบเครื่องชั่ง และเครื่องวัดความชื้น เพื่อป้องกันการโกงน้ำหนักข้าว และความชื้นด้วย”

นอกจากนี้ สมาคมโรงสีข้าวไทย ยังได้ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือในการผลักดันให้โรงสีสามารถเป็นผู้ส่งออกข้าวได้ด้วย ซึ่งได้ยืนยันว่ากระทรวงไม่ได้จำกัดหลักเกณฑ์ที่โรงสีจะทำธุรกิจเป็นผู้ส่งออก เพียงแต่ต้องขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการค้าข้าวเพื่อส่งออก ไม่จำเป็นต้องเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยก็ได้ และยืนยันว่า ให้ความเท่าเทียมกันในการประมูลซื้อข้าวรัฐ ทั้งโรงสี และผู้ส่งออกข้าว รวมถึงให้ความเป็นธรรมในการร่วมกิจกรรมเปิดตลาดข้าวกับภาครัฐด้วย

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ขณะนี้ การส่งออกข้าว 100,000 ตันสุดท้ายในสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตันระหว่างรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไทยและจีน ที่ทำสัญญามาตั้งแต่รัฐบาลก่อนนั้น ยังไม่สามารถตกลงเรื่องราคาได้ เพราะบริษัท คอฟโก รัฐวิสาหกิจที่นำเข้าข้าวของจีนได้เจรจาต่อรองราคาซื้อข้าวจากไทยลงเหลือตันละ 360 เหรียญสหรัฐฯ จากราคาที่ฝ่ายไทยได้เสนอตันละ 405 เหรียญฯ เนื่องจากราคาข้าวในจีนลดลง หากนำเข้าตามราคาที่ไทยเสนอ อาจทำให้จีนขาดทุนได้ ดังนั้น มองว่าการซื้อขายข้าวในส่วนของสัญญาใหม่ที่ทำภายใต้รัฐบาลชุดนี้ 1 ล้านตันแรก จากที่รัฐบาล 2 ฝ่ายลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่จะซื้อจากไทย 2 ล้านตันในปีนี้ และจะมีการเจรจารายละเอียดราคา และการส่งออกในเดือน มี.ค.นี้นั้น คาดว่าจีนจะต่อรองราคาข้าวจากไทยลงเช่นกัน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้