วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โลจิสติกส์อาเซียน

โลจิสติกส์อาเซียน

  • Share:

จากปัญหาราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เคย “ไฮโซ” ดูแพง ลดลงมาจนมีแววราคาตลาดนัด ธุรกิจโลจิสติกส์จึงดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมหภาคอย่างเต็มๆ

ก็เป็นจังหวะพอดีที่ไปร่วมฟังการบรรยาย “โครงข่ายคมนาคมอาเซียน” โดยคุณวิจิตร นิมิตรวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ประจำกระทรวงคมนาคม ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งมาบอกกล่าวโครงข่ายเส้น ทางการขนส่ง

ทำให้รู้ว่าถนนทางหลวงทั่วประเทศที่มีอยู่ 4 แสนกิโลฯ รับภาระเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายไปด้วย ซึ่งบริโภคน้ำมัน 2.12 บาท/ตัน-กม. แพงกว่าทางรถไฟและทางเรือ (ทางอากาศไม่ต้องพูดถึง) แต่ถ้าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศนิยมใช้ทางน้ำมากที่สุด เพราะต้นทุนต่ำ (0.65 บาท/ตัน-กม.)

สิ่งที่ตามมากับการใช้รถใช้ถนนสายหลักที่ไม่มีจุดพักรถเป็นหลักแหล่งและได้มาตรฐาน ประเทศไทยจึงเป็นอันดับ 2 ของโลกที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดคือ 44 ศพต่อสัดส่วนประชากร 100,000 คน/ปี หรือประมาณ 2 คน/ชม. = 22,000-24,000 คน/ปี ขณะที่ประเทศติดอันดับอื่นๆ ส่วนใหญ่อยู่แถบแอฟริกา...

นั่นหมายถึงมีเราเป็นประเทศเดียวในเอเชีย!!!

แล้วในโอกาสที่ปีนี้เข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ไทยก็เพิ่งเสร็จสิ้นการเป็นเจ้าภาพจัดการ ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM Retreat) ครั้งที่ 22 ที่ จ.เชียงใหม่ มีการหารือกันในหลายๆเรื่องที่เกี่ยวกับการให้บริการขนส่งสินค้า

แต่เมื่อน้ำมันดีเซลถูกลงกว่าเก่า 10% การแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของเราก็บี้บดกันราวสงครามแย่งเนื้อเพื่อความอยู่รอด หลายๆบริษัทพลิกกลยุทธ์ “ใหญ่ๆไม่ เล็กๆทำ” หันไปรุกเศรษฐกิจจุลภาคแทน หรือผู้ประกอบการขนาดกลางกับขนาดเล็กที่ต้องการขยายตลาดสินค้าตัวเองผ่านระบบออนไลน์ บริการรับ-ส่งสินค้าข้ามอำเภอข้ามจังหวัดไปจนถึงข้ามประเทศที่อยู่ไม่ไกล

ซึ่งนอกจากจะต้องอ่านเกมคู่แข่งภายในประเทศแทบเส้นสมองตึงแล้ว ยังต้องไม่ลืมสำรวจคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมาและเวียดนาม) ที่เราอาจดูเหนือในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เป็นรองแค่มาเลเซียกับสิงคโปร์ แต่เรื่องค่าแรง ค่าขนส่งที่ถูกกว่านี่สิ...

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้