วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำนาเปียกสลับแห้ง ความหวังใหม่ชาวนาอีสาน

ทำนาเปียกสลับแห้ง ความหวังใหม่ชาวนาอีสาน

  • Share:

ถึงโคราชจะประสบภัยแล้ง ทางการไม่ให้ทำนาปรัง แต่ชาวนา ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ยังมีน้ำผ่านการบำบัดจากชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเจือจานมาให้พอทำนาปรังได้บ้าง

และเป็นการทำนาครั้งแรก ที่กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ได้นำวิธีการทำนาเปียกสลับแห้งมาให้ชาวนาอีสานได้สัมผัสของจริงด้วยตัวเอง

แม้ทางการจะมุ่งหวังให้ชาวนาประหยัดน้ำเป็นหลัก...แต่สิ่งที่ชาวนาคาดหวัง กลับเป็นเรื่องลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตซะมากกว่า

“ทำมาได้ 2 เดือนแล้ว แม้ข้าวจะเก็บเกี่ยวไม่ได้ ยอมรับว่าช่วยประหยัดน้ำได้จริง เพราะปกติแล้วทำนามาถึงระยะนี้ อย่างน้อยๆต้องสูบน้ำเข้านา 4-5 ครั้ง เพื่อจะขังน้ำให้เต็มนา แต่พอมาทำนาเปียกสลับแห้ง 2 เดือนมานี่ สูบน้ำเข้านาหนเดียวเอง แค่นี้ช่วยประหยัดเงินค่าสูบน้ำได้เกือบพันแล้ว”

นายชม แก้วบุญพะเนา ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว บ้านท่ากระสัง ต.หัวทะเล เล่าถึงสิ่งที่ได้จากการทำนาเปียกสลับแห้งเป็นครั้งแรก...ไม่เพียงจะประหยัดน้ำ ต้นกล้าที่ปักดำไปแล้วยังเขียวขจี แตกกอใหญ่มากกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งที่ยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยอะไรเลย

ผิดกับการทำนาแบบเดิม ขังน้ำไว้ตลอดเวลา ใส่ปุ๋ยก็แล้ว ข้าวไม่ค่อยเขียว แตกกอเล็กนิดเดียว ถอนขึ้นมามีรากอุ้มดินเท่าอุ้งมือ แต่พอมาทำนาแบบนี้ ปล่อยให้น้ำแห้ง รากข้าวถูกบังคับให้ขยัน งอกรากใหม่ไปหาน้ำ หาอาหารในดินชั้นลึกลงไป ถอนกอข้าวขึ้น มีรากอุ้มดินเป็นกอบใหญ่ หนักจนถือแทบไม่ไหว...แม้วันนี้ต้นข้าวจะไม่ออกรวงให้เก็บเกี่ยว นายชม มั่นใจผลผลิตที่ได้ไม่น้อยกว่าเดิมแน่

นายประเสริฐ แสงสุข ชาวนาบ้านข่อยงาม ต.หัวทะเล ที่เริ่มหัดทำนาเปียกสลับแห้งในดินที่แย่กว่า เพราะดินเก็บน้ำได้ไม่นาน...ยังคาดหวังไปในแนวทางเดียว ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแน่ ไม่น้อยกว่าไร่ละ 1,100 กก.

“ปกติทำนาตรงนี้ต้องสูบน้ำเข้านาวันเว้นวัน ต้นทุนทำนา ครึ่งหนึ่งเป็นค่าสูบน้ำเข้านา แต่พอมาทำนาเปียกสลับแห้ง ใช้วิธีเอาท่อไปฝังไว้ในนา เพื่อดูระดับน้ำใต้ดินไม่ให้แห้งเกินไป สูบน้ำเข้ามาได้ 10 วันแล้ว ยังไม่ต้องสูบอีกเลย ข้าวแตกกอดี จากเดิมปักดำไปแล้วจะแตกกอแค่ 4-5 ต้น แต่นี่แตกเป็นสิบเลย”

อีกเหตุผลที่ ประเสริฐ เชื่อว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้น...การปล่อยให้น้ำแห้งดินแตกระแหงแล้วค่อยหว่านปุ๋ย นอกจากจะเดินหว่านปุ๋ยได้สบาย หว่านได้ทั่วถึงเพราะดินแห้ง เม็ดปุ๋ยที่ตกไปในร่องแตกระแหง ทำให้ปุ๋ยลงไปถึงรากต้นข้าวได้ทันที ไม่เหมือนเมื่อก่อนหว่านปุ๋ยต้องมีน้ำ หว่านไปปุ๋ยหายไปกับน้ำหมด

“พอมาทำนาเปียกสลับแห้ง ถึงได้รู้ ที่ผ่านมาเราทำนาแบบผิดๆ เหมือนเลี้ยงลูก ปลูกไปแล้ว เห็นดินแห้ง ใจไม่ดี กลัวข้าวจะตาย เหมือนกลัวลูกจะอด เลยให้น้ำให้ปุ๋ย เลี้ยงบำรุง จนในที่สุดต้นข้าวขี้เกียจ ลูกขี้เกียจ ทำมาหากินช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เราเลยลำบาก แต่ถ้าเลี้ยงให้ถูก ให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองได้ เราก็ไม่ลำบาก” เป็นข้อคิดที่ ประเสริฐ รำพึงให้ฟัง.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้