วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลดภาษีเงินได้บุคคลงวดใหม่เศรษฐียาจกแฮปปี้

ลดภาษีเงินได้บุคคลงวดใหม่เศรษฐียาจกแฮปปี้

  • Share:

ก็ถือเป็น ข่าวดีมากๆ ถ้าหาก ตัวเลขการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ ในสื่อจะเป็นความจริง ในขณะที่ คุณประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร บอกว่า การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ใกล้จะสรุปได้แล้ว คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ในเดือนมีนาคมนี้ ผมก็หวังว่า ประชาชนคงจะไม่รอเก้อ และข้อเสนอคงจะไม่ถูกคณะรัฐมนตรีตีกลับให้ประชาชนเสียอารมณ์ เรื่องดีๆอย่างนี้มีไม่บ่อยครั้งนัก

ถ้าคลอดออกมาเมื่อไหร่ จะเรียกคะแนนนิยม ให้กับ รัฐบาล คสช. ได้เยอะเลยทีเดียว เพราะงานนี้ทั้ง เศรษฐี นักลงทุน มนุษย์เงินเดือน และ ยาจก ได้รับประโยชน์กันถ้วนหน้า

คุณประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ก็ยืนยันว่าการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครั้งนี้ ทุกคนจะได้รับประโยชน์ เบื้องต้น จะเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลเป็นไม่เกิน 120,000 บาท จากเดิมไม่เกิน 60,000 บาท เพิ่มขึ้นเท่าตัว ยังไม่นับค่าลดหย่อนส่วนตัวอีก 30,000 บาท ภรรยาอีก 30,000 บาท ค่าลดหย่อนบุตรไปจนถึง เบี้ยประกันชีวิต เงินลงทุนใน LTF RMF ถ้าคลอดออกมาตามนี้จริง รับรองว่าคนไทยทุกระดับจะรํ่ารวยขึ้นถ้วนหน้า แม้รายได้ภาษีของรัฐบาลจะลดลง แต่ไปตามเก็บคืนจากภาษีมูลค่าเพิ่มและกำไรบริษัทได้

อย่างนี้ซิครับที่เรียกว่า เติบโตจากภายใน เมื่อ คนไทยเกือบทุกคนรํ่ารวย ประเทศก็รํ่ารวย ประชาสังคมก็จะมีความสงบสุข ประชาธิปไตยก็จะเจริญงอกงาม ไม่ต้องไปใช้อำนาจบังคับหรือซื้อสิทธิขายเสียงกินอย่างในอดีต

ไปดูกันครับ อัตราภาษีใหม่เงินได้บุคคลธรรมดา ที่จะเก็บเป็นขั้นบันได 7 ขั้น ร้อยละ 5-10-15-20-25-30-35 ที่ทำไว้สมัย คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง จะแตกต่างจากของเดิมเท่าไหร่

เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรแล้ว เงินได้สุทธิตั้งแต่ 1-300,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี จากเดิมไม่เกิน 150,000 บาท เพิ่มขึ้น 100% เลยทีเดียว

เงินได้สุทธิตั้งแต่ 300,001 บาทขึ้นไป เสียภาษีเป็น 7 ขั้น ดังนี้

300,001-1,000,000 บาท 5% (เดิม 150,000-300,000 บาท)

1,000,001-2,000,000 บาท 10% (เดิม 300,001-500,000 บาท)

2,000,001-3,000,000 บาท 15% (เดิม 500,001-750,000 บาท)

3,000,001-4,000,000 บาท 20% (เดิม 750,001-1,000,000 บาท)

4,000,001-5,000,000 บาท 25% (เดิม 1,000,001-2,000,000 บาท)

5,000,001-6,000,000 บาท 30% (เดิม 2,000,001-4,000,000 บาท)

6 ล้านบาทขึ้นไป 35% (เดิม 4 ล้านบาทขึ้นไป)

อัตรานี้ถือว่า ฝนตกทั่วฟ้า ประชาชนทุกระดับจะได้รับประโยชน์จากภาษีที่ลดลง มีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความมั่งคั่งมั่นคงขึ้น เกิดความเชื่อมั่นในอนาคต กล้าที่จะใช้จ่าย จะบังเกิดผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจยิ่งกว่ามาตรการใดทั้งหมด ผมเชื่อว่ามาตรการนี้จะส่งผลให้ “การเติบโตจากภายใน” ที่เป็นนโยบายของทีมเศรษฐกิจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เกิดขึ้นเป็นจริงได้

ภาษีเงินได้สูงสุด 35% เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังถือว่าสูงกว่ามาก แต่ช่วงเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีในแต่ละช่วงมีความกว้างพอที่จะทำให้เสียภาษีน้อยลง เมื่อเทียบกับช่วงห่างเพียงช่วงละ 150,000 บาท 250,000 บาท และ 1-2 ล้านบาท ในอัตราเดิม

การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครั้งนี้ แม้รัฐบาลจะเสียรายได้ไปบ้าง แต่ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเพิ่มขึ้น จากกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาล รวมทั้งภาษีเงินได้จากกำไรของบริษัทที่เพิ่มขึ้น และยังทำให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น ขวัญและกำลังใจของประชาชนและนักลงทุนดีขึ้น วินวินวินด้วยกันทุกฝ่าย นโยบายอย่างนี้น่าชมเชยและน่าชื่นชมครับ เทียบกับ ร่างรัฐธรรมนูญมีชัย เหมือนอยู่คนละโลก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้