วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
4 มี.ค. 2559 05:01 น.
หนี้ครัวเรือนไทยกระฉูด สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา

หนี้ครัวเรือนไทยกระฉูด สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา

โดย ซูม
4 มี.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้รายงานให้ ครม.ทราบถึงสถานการณ์หนี้สินภาคครัวเรือนและมาตรการลดหนี้สินมีสาระสำคัญที่น่าสนใจหลายๆประการ

ผมอ่านคำแถลงของท่านโฆษกแล้ว ต้องขออนุญาตนำมาสรุปเพื่อเป็นความรู้ของพวกเราชาวบ้านทั้งหลาย พร้อมมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆ ดังต่อไปนี้ครับ

กระทรวงการคลังระบุว่าในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือจีดีพี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 55 เปอร์เซ็นต์เศษๆ มาเป็น 81.1 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด พบว่าวัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ครัวเรือนนับถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2558 จำแนกเป็นหมวดใหญ่ๆได้ 4 ประเภท เรียงตามลำดับดังนี้

อันดับ 1 ได้แก่ การก่อหนี้เพื่อที่อยู่อาศัย ประมาณ 27.1 เปอร์เซ็นต์ ของหนี้สินภาคครัวเรือนทั้งหมด

อันดับ 2 การก่อหนี้เพื่อซื้อรถยนต์ คิดเป็นสัดส่วน 15.1 เปอร์เซ็นต์ของหนี้ภาคครัวเรือนทั้งหมด แต่ก็หดตัวลงประมาณ 4.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้

3.การก่อหนี้สินผ่านบัตรเครดิต...น่าเสียดายที่หนังสือพิมพ์ฉบับที่ลงข่าวนี้มิได้ระบุว่าเป็นร้อยละเท่าไรของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด อาจจะพิมพ์ตกหล่นไปและผมก็ไม่มีเวลาค้นหาเสียด้วย...แต่อย่างน้อยก็มีรายงานว่าขยายตัวในอัตราร้อยละ 6.5 ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้

4.การก่อหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3 ของหนี้สินภาคครัวเรือนทั้งหมด แม้จะยังขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.8 แต่ก็เป็นอัตราที่ชะลอตัวลง

มองจากภาพรวมทั้งหมดแล้ว กระทรวงการคลังเห็นว่าหนี้สินภาคครัวเรือนยังไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยมากนัก เนื่องจากหนี้สินที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลกระทบต่อ NPL ในระบบสถาบันการเงินในระดับต่ำ และเริ่มชะลอตัวลงในบางประเภท

ยังสามารถบริหารจัดการได้ แม้ตัวเลขการปล่อยกู้ภาคครัวเรือนจะมาจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินกว่าร้อยละ 70 ก็ตาม

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดูเหมือนจะรับทราบรายงานชิ้นนี้ไว้เท่านั้น มีการซักถามในรายละเอียดบ้าง แต่ไม่มีการเสนอมาตรการเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่อ่านเจอข่าวหนี้ครัวเรือนพุ่งปรี๊ดผมจะรู้สึกไม่สบายใจมาตลอด เพราะหวั่นเกรงว่าจะมีผลไปถึงระบบการเงินของประเทศด้วย เมื่อทราบว่าสถานการณ์ยังอยู่ในขั้นจัดการได้ และจะยังไม่มีผลกระทบอะไรมากต่อระบบสถาบันการเงินเช่นนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ

แต่ก็ยังอดมิได้ที่จะรู้สึกกังวลในภาพส่วนย่อย คือ ในประเด็นที่เกี่ยวกับครัวเรือนจำนวนมากที่ตกอยู่ในภาวะเป็นหนี้เป็นสินอยู่นั่นเอง

ตัวเลขระดับชาติในภาพรวมดูเผินๆอาจไม่น่าห่วงอย่างที่กระทรวงการคลังท่านแถลงไว้...แต่ระดับบุคคลระดับครัวเรือนผมว่าน่าห่วงแน่นอนครับ... หากหัวหน้าครัวเรือนเป็นแสนๆเป็นล้านๆครัวเรือนของเราจะตกอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่ตลอดเวลา

จะมีขวัญมีกำลังใจในการทำงานได้อย่างไรล่ะครับ

เรื่องนี้รัฐบาลคงช่วยพวกเราได้ไม่มากนัก นอกจากเราจะต้องช่วยตัวเอง...ขยันหมั่นเพียร อดออม ไม่ใช้จ่ายเกินตัว...ไม่รูดปรื๊ดกันจนเกินตัว และไม่มีเงินจะจ่ายหนี้ในภายหลัง

การใช้ชีวิตอย่างประหยัด อย่างรัดเข็มขัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่หลงใหลไปกับสิ่งยั่วยวนรอบๆข้าง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของใครก็ตามที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนอยู่แล้ว หรือที่จะต้องไปเป็นหัวหน้าครัวเรือนในอนาคต

ผมก็คงจะให้คำแนะนำแก่น้องๆรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นหัวหน้าครัวเรือนได้เพียงเท่านี้...พร้อมกับภาวนาขอให้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนของประเทศไทยผ่อนคลายไปในทางที่ดี

ขณะเดียวกันก็ขอฝากกระทรวงการคลัง ฝากธนาคารแห่งประเทศไทยและทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้จับตาดูเรื่องนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่แล้วมาท่านก็ติดตามดูแลอย่างดีพอสมควร แต่อย่าประมาทเชียวนะครับ เพราะแม้ตอนนี้จะยังไม่มีปัญหาสำหรับสถาบันการเงินของประเทศ...แต่ของอย่างนี้เผลอไม่ได้ครับ แค่ 8 ปียังพรวดจากร้อยละ 50 กว่าเป็น 80 กว่า...นี่ถ้าเผลอไปอีกหน่อยจะไม่สูงท่วมจีดีพีเอาหรือครับท่านรัฐมนตรี!

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้