วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถึงจุดสำแดงพลังแล้ว

ถึงจุดสำแดงพลังแล้ว

  • Share:

ในแวดวงคนใกล้ชิด จะรู้กันดีว่าพื้นฐานชีวิตส่วนตัวของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นคนที่รักแม่มาก ถึงวันนี้จะวัยล่วงเลยมาปูนนี้แล้ว “พี่ใหญ่” ค่ายบูรพาพยัคฆ์ ก็ยังต้องหาเวลาไปนั่งกินข้าวที่บ้านกับแม่ตลอด

ตามสถานะของ “พี่คนโต” ที่ดูแลน้องๆ ทำทุกอย่างเพื่อให้แม่สบายใจ

และนี่ก็ไม่แปลกที่จะนำมาซึ่งปรากฏการณ์ “ปิดประตูตีไก่”

ตามฉากสถานการณ์ล่าสุดเมื่อช่วงสายของวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา นายวัฒนา เมืองสุข หรือ “เสี่ยไก่” อดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ในกลุ่มนักข่าว แจ้งว่าถูกทหารกว่า 10 นาย บุกเข้าไปในบ้านย่านชานกรุง

ล็อกตัวไปทำการปรับทัศนคติในค่าย

โดยที่ “เสี่ยไก่” หลบอยู่ชั้นสอง บอกให้ลูกสาวปิดประตูบ้าน ยื้อเวลารอสื่อมวลชนมาเก็บภาพข่าวเป็นพยานหลักฐาน แต่บังเอิญทหารก็เขี้ยวพอที่ปิดทางเข้าหมู่บ้านไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไป

สุดท้ายก็หิ้วปีก “เสี่ยไก่” ขึ้นรถตู้ มีรถฮัมวี่ตามประกบ ไปยังเป้าหมายแบบที่ พล.อ.ประวิตร ยอมรับนิ่มๆแค่ว่าทหารเขาคงชวนไปกินข้าว

พูดไม่จริง ก็ต้องเรียกมาคุยกันหน่อย

ชัดเจนว่าผลมาจากการโพสต์เฟซบุ๊กต่อปากต่อคำกับ “พี่ใหญ่” ทีมบูรพาพยัคฆ์ ว่าด้วยประเด็นทหารส่งคนติดตามอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนสวย

ใช้คำกันแรงๆแบบที่ว่า ถ่อย สถุล โง่

โดยเฉพาะประโยคร้อนๆที่ “เสี่ยไก่” แดกดัน “ที่ผมแปลกใจคือที่บ้านท่านและสถานที่ที่ท่านเคยเรียนมา ไม่ได้อบรมสั่งสอนท่านในเรื่องการให้เกียรติสุภาพสตรีซึ่งเป็นเพศเดียวกับแม่ของท่านบ้างเลยหรือครับ แม่ผมที่เป็นคนบ้านนอกจบการศึกษาเพียงประถม 4 ยังสอนผมว่าให้คิดก่อนพูด”

พาดโยงไปถึงแม่ นี่แหละจุดที่ทำให้ยอมกันไม่ได้

และก็เป็นอะไรที่ถือว่าจังหวะเข้าล็อกพอดี ตามรูปการณ์งานนี้ “เสี่ยไก่” กลายเป็นเหยื่อเชือดโชว์ เซ่น “บทดุ” ของพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์

นำร่องการเปิดสงครามใหญ่

ตามข่าวแว่วๆวงในเครือข่าย “บิ๊กบราเธอร์” ส่งสัญญาณลุยรบขั้นแตกหักกับแรงเสียดทานที่พุ่งเข้าปะทะ พล.อ.ประวิตร อย่างหนัก

หักดิบกับขบวนการเบื้องหลังแผนเจาะยาง สกัด “อำมาตย์ใหม่”

ตามเกมประจัญบาน พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ได้กดปุ่ม ปล่อยไฟเขียวไล่บี้ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่แฉขบวนการ “พลเอก” เบื้องหลังการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

โดยไม่สนสถานะของอดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ

แสดงให้เห็นว่า เลยจุดแคร์ยี่ห้อ “ลูกป๋า” แล้ว

บรรยากาศเข้าเค้าตามท้องเรื่องศึกผู้มากบารมี “2 ป”

ที่ร่ำลือกัน มันคือความจริง

ตามฉากล้อสถานการณ์ การยกระดับ “เฝ้าระวัง” พล.อ.ประวิตรได้สั่งปรับปรุงใหญ่มาตรฐานความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาล โดยล็อกประตูหน้าไว้ให้เข้าออกเฉพาะนายกรัฐมนตรีและแขกบ้านแขกเมือง

ส่วนคณะรัฐมนตรีไปใช้ประตูด้านข้าง ห้ามรถที่ไม่มีสติกเกอร์ อนุญาตเข้าทำเนียบรัฐบาลเข้ามาในพื้นที่ แม้แต่ขบวนของรัฐมนตรีก็ห้ามจอดบริเวณรอบตึกไทยคู่ฟ้าแม้แต่คันเดียว

เหมือนทหารได้กลิ่นไม่ปกติเกี่ยวกับปมความมั่นคง

ตามจังหวะโยงกับการชิง “ล็อกธง” แบบที่ พล.อ.ประวิตรแบไต๋ ใช้บริการ “ส.ว.ลากตั้ง” คุมเกมอำนาจทางการเมืองหลังเลือกตั้ง

ชิงเหลี่ยมปาดหน้าก่อนที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะนำทีม “16 อรหันต์ทองคำ” ไปปรับร่างสุดท้ายกันที่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

ตีกันเหลี่ยมอำมาตย์ที่ลากอำนาจไปไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ

สถานการณ์มาถึงจุดที่ท็อปบูตไม่ยอมเป็นม้าใช้อีกแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้