วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จูงใจยักษ์ใหญ่ลงทุนไทย “สมคิด” ตั้งเอกชนทำงานร่วม “บีโอไอ”

จูงใจยักษ์ใหญ่ลงทุนไทย “สมคิด” ตั้งเอกชนทำงานร่วม “บีโอไอ”

  • Share:

“สมคิด” เครื่องร้อนตั้ง 4 คณะทำงานย่อยร่วมกับ “บีโอไอ”ดึง “บิ๊กซีอีโอ–สถาบันศึกษา” ระดมสมองออกแพ็กเกจบุกเคาะประตูนักลงทุนต่างชาติยักษ์ใหญ่เฉพาะรายลงทุนไทย หวังผลแรงเร็วในปีนี้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังหารือการประชุมติดตามความคืบหน้าคณะอนุกรรมการทุกคลัสเตอร์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานย่อย 4 กลุ่ม มีทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเร่งดึงนักลงทุนให้ตรงตามเป้าหมาย ให้เห็นผลแรงและเร็ว คือ กลุ่มอาหาร การเกษตรขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ มีนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย รับผิดชอบ, กลุ่มดิจิตอล อีโคโนมี มีนายสุชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับผิดชอบ, กลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค ปิโตรเคมี เครื่องมือแพทย์ มีนายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตผู้บริหาร เครือเอสซีจี รับผิดชอบ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กลุ่มครีเอทีฟ แอนิเมชั่น ภาพยนตร์ มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ รับผิดชอบ

นายสมคิดกล่าวว่า เป้าหมายการทำงานของตนคือ ต้องทำให้เอกชนรายสำคัญของโลกเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ไม่อยากให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดดเดี่ยว อยากให้เอกชนที่มีคอนเนคชั่นเข้ามาช่วย สาเหตุที่เรียกประชุมครั้งนี้ เพราะต้องการให้รัฐบาลและเอกชนทุกคน เร่งเดินหน้าเปิดแนวรุกด้านการลงทุนให้ตรงเป้าหมาย และเห็นผลแรงและเร็วขึ้น เพราะขณะนี้นักลงทุนต่างชาติ ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่แสดงความสนใจลงทุนในไทย เช่น นักลงทุนรายใหญ่ของรัสเซีย 3-4 รายที่ผมได้ชักชวน สนใจเข้ามาลงทุนช่วง 1-2 เดือนจากนี้ และตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเดือน ม.ค. อยู่ที่ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2 เท่าตัว

สำหรับอีกภารกิจที่สำคัญ คือการเตรียมความพร้อมพื้นที่ลงทุน พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต้องพร้อม ครบวงจร ทั้งสาธารณูปโภคที่จำเป็น และมหาวิทยาลัยในการเสริมความพร้อมลงทุน ส่วนเงื่อนไขการลงทุนที่บางฝ่ายระบุว่า ไทยมีอุปสรรคมาก หากเทียบกับเวียดนาม ประเด็นนี้ต้องการให้มองว่า ประเทศไทยมีความแข็งแรงมากกว่าเพราะเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งในแหลมฉบัง มาบตาพุด ซึ่งอุตสาหกรรมนี้จะส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย

ขณะเดียวกัน จากผลตอบรับของนักลงทุน ทำให้เห็นว่าทีมทำงานของไทยต้องปรับตัว ไม่ใช่ประกาศให้เข้ามาและรอลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องกำหนดเป้าหมาย และออกไปเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยให้ได้

นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันคณะทำงานขับเคลื่อนการลงทุนได้กำหนดจำนวนนักลงทุนใน 9 คลัสเตอร์ มีกลุ่มเป้าหมาย 600 บริษัท แต่นายสมคิดต้องการให้เจาะในกลุ่มนี้ให้เร็วขึ้น จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 4 ชุดย่อย เพื่อทำงานให้ตรงกลุ่มเป้าหมายเร็วขึ้น โดย ให้บีโอไอพิจารณารายละเอียดของการทำงานและกลับมานำเสนอเพื่อออกแพ็กเกจชักจูงการลงทุนลักษณะเคาะประตูบ้าน (น็อกดอร์) ให้ตรงเป้าหมายที่สุด

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคเอกชนได้หารือถึงอุปสรรค และแนวทางที่ต้องการขับเคลื่อนร่วมกับภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยภาครัฐนั้นต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทย สำหรับนิคมอมตะพร้อมรองรับการลงทุนด้านดิจิตอล โดย เฉพาะระบบซอฟต์แวร์ เพราะมีสถานที่ บุคลากร และระบบต่างๆที่มีความพร้อม รวมถึงอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรมไฮเทค การวิจัยและพัฒนา โดยนักลงทุนต่างชาติที่รู้จักและจะชวนให้เข้ามาลงทุน เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ยุโรป และสหรัฐฯ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้