วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ต้องประชามติสองฝ่าย

ต้องประชามติสองฝ่าย

  • Share:

กฎหมายลงโทษการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ ทำท่าจะกลายเป็นความจริงมากขึ้น มีรายงานข่าวว่ารัฐบาลกำลังพิจารณา จะออก พ.ร.บ. ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ เป็นพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด มีบทกำหนดโทษจำคุกถึง 10 ปี สำหรับผู้ที่เผยแพร่ข้อความ “ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง” มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม

รายงานข่าวกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ส่วนใหญ่เป็นไปตาม พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ 2550 แต่ได้ขยายความเพิ่มเติมกฎหมาย 2550 บัญญัติห้าม “หลอกลวงบังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ หรือไปใช้สิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ให้ออกเสียง” ซึ่งเป็นการขัดขวางการลงประชามติอย่างชัดเจน

แต่ร่างใหม่ได้เพิ่มเติมข้อความใหม่ เช่น การเผยแพร่ข้อความที่มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว ปลุกระดม และให้ถือว่าเป็นการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หนังสือพิมพ์หลายฉบับจึงพาดหัวข่าวเป็น “กฎหมายปิดปาก” ถ้าออกมาในลักษณะนี้ เชื่อว่าจะมีปัญหาการตีความแน่นอน เช่นอะไรคือข้อความที่ผิดจากข้อเท็จจริง?

การวิจารณ์โดยตีความว่าร่างรัฐธรรมนูญเปิดทางให้ “คนนอก” เป็นนายกรัฐมนตรี จะถือว่า “ผิดจากข้อเท็จจริงหรือไม่?” เพราะ กรธ.อ้างว่าไม่ได้เปิดทางให้ “คนนอก” แต่เปิดทางให้ “คนใน” โดยบังคับให้พรรคการเมืองเสนอชื่อผู้ที่จะให้เป็นนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อ คนอื่นๆที่ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีของพรรค ไม่มีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ผู้ที่เห็นต่างยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญเปิดทางให้ “คนนอก” สภาผู้แทน ราษฎร คือผู้ที่มิใช่ ส.ส. เป็นนายกรัฐมนตรี และขัดต่อประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ที่ยึดถือปฏิบัติกันทั่วโลก นั่นก็คือประเพณีการตั้งนายกรัฐมนตรีจาก ส.ส. ซึ่งเป็นผู้นำพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภา ส่วน 3 ชื่อที่ร่างรัฐธรรมนูญให้พรรคเสนอให้แค่รู้จักชื่อแต่ไม่ให้ประชาชนเลือก

ยังไม่ชัดเจนว่ากฎหมายจะให้ทุกฝ่ายรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่? ทั้งฝ่ายที่ “เห็นชอบ” และ “ไม่เห็นชอบ” หรือจะให้ฝ่ายเห็นชอบรณรงค์ฝ่ายเดียว โดยยัดเยียดข้อมูลให้ประชาชนผ่านโทรทัศน์ภาคบังคับ และการรณรงค์ของนักศึกษาวิชาทหาร ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นชอบถูกห้ามทุกอย่าง เหมือนกับการเลือกตั้งในโลกคอมมิวนิสต์ ที่เลือกได้พรรคเดียว

กกต.เคยรับประกันว่าจะให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นโดยเสรี ห้ามเพียงอย่างเดียว คือการขัดขวางการออกเสียง คราวนี้ กกต.ซึ่งมีหน้าที่ในการให้การศึกษาประชาชนเรื่องประชาธิปไตยด้วย จะว่า อย่างไร? ถ้าจะไม่ให้ผู้ที่เห็นต่างแสดงความคิดเห็น ก็ไม่ต้องเสียเวลา เสียงบกว่า 3 พันล้าน เพื่อลงประชามติ ประกาศใช้เลยโดยไม่ต้องฟังเสียงใครก็ได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้