ข่าว
100 year

ข่าวยุค...ความรักลั่นเปรี้ยง

กิเลน ประลองเชิง3 มี.ค. 2559 05:01 น.
SHARE

บ้านเมืองไทยสมัยโบราณ สมัยที่ยังไม่มี “สื่อกระดาษ” บอกข่าว นานๆชาวบ้านจะได้รับข่าวจากประกาศของทางการ แต่ที่ได้ยินกันบ่อยมาก ก็คือข่าวลือ ข่าวลือมักเป็นเรื่องใหญ่ จริงบ้างไม่จริงบ้าง

ลือตอนแรกๆความจริงยังมาก ลือต่อๆกันไป เติมความเห็นส่วนตัวเข้าไป หลายๆคน ความจริงก็มักเหลือนิดเดียว หรือ...ไม่มีความจริงเลย

ตัวอย่าง ข่าวพญานาคตัวโตเท่าต้นตาล...โผล่กลางแม่น้ำปิงหน้าเมืองกำแพงเพชร ที่ “ไทยรัฐ” พาดหัวใหญ่ติดต่อกันหลายวันมีคนแตกตื่นไปรอดูริมแม่น้ำมากมาย...เมื่อราวๆ 30 ปีที่แล้ว...

ถึงตอนท้าย ความจริงก็มีแค่ “ไข่งูเหลือมเน่า” ฟองเดียว

ข่าวเล็กๆเรื่องของเจ้านายและขุนนาง...ซุบซิบกันมันปาก...สมัยใหม่ เรียกภาษาฝรั่งว่า ข่าวกอสซิป ไทยรัฐเองเป็นต้นแบบ...คอลัมน์ลัดดา ซุบซิบ เป็นคอลัมน์หนึ่งที่เรียกยอดขาย...ต่อมา “คัทลียา” แล้วก็เป็น “โสมชบา”

นักข่าวรุ่นพ่อ...คงเคยได้ยินเพลงหนึ่งของสุนทราภรณ์ “รักกันลั่นเปรี้ยง เกิดเสียงปึงปัง” กันบ้าง

เพลงนี้ เอากลอนนิราศเดือน ของลูกศิษย์สุนทรภู่ ชื่อนายมี (หมื่นพรหมสมพัตสร) มาแต่งใหม่ เนื้อหาเดิมเขามีว่า...

“ถ้ารักกันลั่นเปรี้ยงเหมือนเสียงฟ้า หูจะชาเสียงดังฟังไม่ไหว... ”

สุนทรภู่ เขียนกาพย์พระไชยสุริยา “พระชวนนวลนอน เข็ญใจไม้หมอน เหมือนหมอนแม่นา ภูธรสอนมนต์ ให้บ่นภาวนา เป็นคำร่ำว่า กันป่าภัยพาล” ก็พอดีบทเรียนสอนภาษาไทย สอนให้สะกด “แม่กด”

“ขึ้นกดบทอัศจรรย์ ครื้นครั่นชั้นเขาหลวง”

บทอัศจรรย์ในวรรณคดีทุกเรื่อง ก็ปึงปังโป้งอ้าง ทำนอง...ภูเขาพระสุเมรุสะเทือนเลือนลั่น พระมหาสมุทรตีฟองนองระลอก ลองนึกดู หากเสียงจากบทอัศจรรย์ ทุกบท ดังเข้าหู ปัง คนคงจะฟังจนหูชาสักแค่ไหน

สมัยนี้การสื่อสารทันสมัย...สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก วันนี้มีหลายช่องทาง...เฟซบุ๊ก ไลน์ ไอจี อินสตาแกรม ฯลฯ เฉพาะเฟซบุ๊ก คนไทยใช้กันถึง 40 ล้าน

สักยี่สิบสามสี่สิบปีที่แล้ว...อาชีพนักข่าวโก้มาก มีพลานุภาพสูงมาก ไปทางไหนมีคนเกรงใจ ให้ความนับถือ...มาถึงปีนี้...ใครก็เป็นนักข่าวได้

เครื่องมือสื่อสาร มือถือ...หรือแท็บเล็ต ฯลฯ ในมือ เห็นอะไร ไม่ชอบมาพากล ผิดฝาผิดตัว เรื่องที่ชอบ ที่ชัง ตรงหน้า...ถ่ายรูปได้แล้ว ก็ถ่ายทอดต่อ คนอื่นเห็น ชอบ หรือไม่ชอบ ก็ส่งต่อ...

บางเรื่องน่าสนใจ หรือเร้าใจ...ชั่วโมงเดียว มีคนกดไลค์เป็นแสน บางเรื่องวันสองวัน กดกันเป็นล้าน

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร มีผลให้นักข่าวสมัยใหม่ เหลือตัวเล็กนิดเดียว

หนังสือพิมพ์อย่างไทยรัฐ เคยเป็นเหมือนผู้นำความคิดเห็นเคยชี้นำความคิดสังคม โจมตีนักการเมืองคนไหน พรรคใด พรรคนั้นก็เอียง ถึงพังไปก็เคยมี...มาตอนนี้ พลังอย่างนี้ลดน้อยลงไป

ทั้งนักข่าวคอลัมนิสต์ จะยืดอกดังอยู่ได้ยังไง...ในเมื่อผู้คนสมัยใหม่ เป็นนักข่าวได้เอง มีความคิดเห็นอะไร ไม่ต้องง้อสื่อ...ก็เขียนลงไปได้เอง

นักการเมืองไม่ต้องสร้างความสัมพันธ์ ไม่ต้องหาสตางค์เลี้ยงนักข่าว เหนื่อยกับการนัดหมายให้สัมภาษณ์

คิดอะไร อยากบอกอะไร ก็เขียนลงในช่องสื่อของตัวเอง...ถ้าเป็นคนสำคัญ ชาวบ้านก็ต้องตามไปอ่าน และแตกหน่อขยายกอ...กันไปเอง

สังคมสื่อสารในโลกวันนี้ จึงเป็นยิ่งกว่าสังคมสมัยรักกันลั่นเปรี้ยงเหมือนเสียงฟ้า เพราะเรื่องที่ดังเหมือนฟ้าจะเกิดทุกนาที ทุกวินาที...ตามแรงนิ้วที่จิ้มลงไปในเครื่องมือสื่อสาร

กับประชาชน สื่อก็เหลือตัวเล็กลง กับผู้มีอำนาจนักข่าวตัวลีบลงไปอีก...เช่นกับนายกฯปัจจุบัน...เคยถามกันทุกเรื่อง...วันนี้เหลือแค่ 4 คำถาม...ไม่ได้ข่าวมาพาดหัว ก็ไม่เป็นไร...แต่ถ้ายังอยู่ในยุค 4 คำถาม ต่อไป ผมเกรงว่าจะย้อนไปสู่ยุคข่าวลือ

นี่ดูเหมือนเขาก็เริ่มลือกันไปแล้ว...เขาลือกันว่าจะมีปฏิวัติซ้อน นี่เป็นข่าวลือครับ ทหารเขาไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน...
ผมขอยืนยัน ทหารเขายังรักกันจริงๆ.

 กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชักธงรบกิเลน ประลองเชิงข่าวกอสซิปคอลัมน์ลัดดา ซุบซิบคัทลียาโสมชบาปฏิวัติซ้อนข่าวลือคอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้