วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

โดย หมัดเหล็ก
3 มี.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ผลสรุปการประชุม รมว.คลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือ จี 20 ชี้ถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในอนาคต ที่อาจจะอยู่ในภาวะถดถอยอีกระลอก

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นตัว การค้าโลกซบเซากว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้เตรียมปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกอีกครั้งในเดือน เม.ย.นี้

ในเวลาเดียวกัน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ามาพัฒนาประเทศช่วงเวลานี้พอดี ได้นำภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมผลักดันนโยบายต่างๆใน โครงการประชารัฐ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ การพัฒนาคน การศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นความร่วมมือภาครัฐ เอกชนและประชาชน ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

คณะทำงาน 12 คณะ ที่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมเปลี่ยนแปลง ครอบคลุมด้านการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ ด้านการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้านการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการประชุม จัดนิทรรศการ ด้านการส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ ด้านพัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรม ด้านการปรับแก้กฎหมายและกลไกภาครัฐ ด้านการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ และด้านการสร้างรายได้ การกระตุ้นการใช้จ่ายของประเทศ

ทั้งนี้ ได้ผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมและธุรกิจมาช่วยในการ ขับเคลื่อนครั้งนี้ เช่น ด้านการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ มี อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้า เป็นประธานคณะทำงานจัดทำแผนกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิต คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ที่มีเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย ศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นหัวหน้าคณะ มุ่งให้เกิดการศึกษาที่สร้างสรรค์แทนการท่องจำ โดยวางเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาอาเซียนภายใน 5 ปี

หรือ ด้านการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ ที่จะต้องถึงเวลาปัดฝุ่นกฎหมาย การจดสิทธิบัตร ของประเทศใหม่ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก แต่การจดสิทธิบัตรของไทยต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี กว่าจะได้สิทธิบัตรเทคโนโลยีก็เปลี่ยนไปแล้ว เป็นต้น

ประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องของที่ตั้ง เป็นศูนย์กลางของอาเซียน ถ้ามีการวมพลังประชารัฐด้วยการนำเอาความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มารวมเป็นทีมพัฒนาประเทศก็จะเป็นการก้าวย่างที่ถูกทาง

การขับเคลื่อนของโครงการประชารัฐ เป็นการมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในทุกภาคส่วน ให้สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง และเสริมสร้างให้ประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้